คืนวันแต่งงาน ขณะที่เรากำลังจะ…! จู่ๆฉันก็สัมผัสถึงอะไรเย็นๆที่หว่างขา ก้มลงดูเท่านั้นแหละ ถึงกับอึ้ง!
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
ตั้งแต่นั้นมาพวกเราก็คุยกันผ่านทางวิดิโอคอลมาโดยตลอด เขามีนิสัยร่าเริง มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดรอบคอบ เขาเปิดร้านขายเครื่องเขียนอยู่ใกล้กับโรงเรียน ยิ่งนานความรู้สึกที่เรามีให้กันมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราคุยกันได้3เดือน ก็คิดว่าต่างคนต่างก็อายุไม่ใช่น้อยๆ น่าจะคิดวางแผนเรื่องครอบครัวได้แล้ว พ่อแม่ของเราทั้งคู่ก็ต่างก็อยากให้เราแต่งงานกัน
แต่จะว่าไปที่ผ่านมานับได้ว่าเราอยู่ด้วยกันจริงๆไม่ถึง 1 อาทิตย์เลยด้วยซ้ำ ที่เหลือเราก็คุยกันผ่านทางวิดิโอคอล ในยุคของอินเตอร์เน็ต การคุยกันผ่านเน็ตถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ พูดคุยกับผู้ใหญ่เรื่องสินสอดและเตรียมการสำหรับงานแต่งที่จะถึงนี้ แถมเพื่อนบ้านต่างยังบอกอีกว่านึกไม่ถึงว่าอายุขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังโชคดีได้มาเจอคู่ชีวิตที่ดี ที่เพอร์เฟคขนาดนี้ น่าอิจฉาจริงๆ
ในวันงานแต่งงาน เต็มไปด้วยผู้คนมาร่วมแสดงความยินดี กว่างานจะเสร็จก็ปาไป9โมง เราทั้งสองก็เข้าห้องหอ เขาช่วยฉันถอดเสื้อผ้า แต่กลับไม่มีวี่แววว่าตัวเองจะถอดเสื้อผ้า ใบหน้าและสายตาของเขามีความลังเลและกังวลอยู่ในนั้น ฉันคิดว่าเขาคงไม่กล้า ดังนั้นฉันจึงรวบรวมความกล้าเข้าไปจูบเขาก่อน เราจูบกันเนินนานพอสมควร หลังจากนั้นเขาก็ผลักฉันลงบนเตียงใหญ่ ทุกอย่างดำเนินไปตามอารมณ์อย่างช้าๆ จนจู่ๆก็สัมผัสได้ถึงอะไรไม่รู้เย็นๆผ่านหว่างขาทั้งสองข้าง ร่างกายฉันกระตุกชาไปประมาณ 3 วิ
เขาตกใจและพยายามอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่หูของฉันมันไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น คว้าทุกอย่างทิ้งลงพื้น!! ฉันกลัวจนตัวสั่น ภาพที่เห็นคือร่างกายส่วนล่างของเขาเป็นขาเทียมทั้งหมด
ฉันรับไม่ได้ ฉันถูกเขาหลอก ก่อนหน้านี้เถ้าแก่ไม่เห็นบอกเลยว่าเขาพิการ ทำไม.. ทำไม… ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไม ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ ฉันอยากหนีฉันทนยอมรับสภาพแบบนี้ไม่ได้
ฉันวิ่งหนีออกมาจากบ้านตรงไปหาตู้โทรศัพท์ จะต้องถามเถ้าแก่ให้รู้แล้วรู้รอด ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ ฉันตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างบ้าคลั่ง ” เถ้าแก่ทำไมต้องหลอกฉัน ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้ ได้เงินจากเขาไปเท่าไหร่ !! ”
เถ้าแก่ได้แต่พูดขอโทษและเห็นใจเราทั้งสองคน แถมยังเล่าเรื่องที่เขาพิการ ก็เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขาทั้งสองข้างถูกรถทับ ใช้การไม่ได้เลยต้องตัดทิ้ง เค้าต้องอยู่คนเดียวมาตลอด เถ้าแก่กลัวว่าฉันจะรับไม่ได้เลยไม่ได้พูดอะไร เพราะเห็นว่าเขาเป็นคนดี ฐานะก็โอเค
แต่ฉันรับไม่ได้ที่ถูกเขาหลอก จะว่าไปถ้าไม่รวมเรื่องที่เค้าโกหกฉัน ด้านอื่นๆของเขาก็ถือว่าไม่เลว เขาเป็คนที่ดีมากๆคนหนึ่ง แล้วฉันต้องทำยังไงต่อไปเหรอ?? ตอนนี้สมองฉันถึงทางตัน ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไปยังไงดี.. ฉันจึงใจกลับบ้าน พบเขานั่งเอานั่งเอามือปิดหน้า พอได้ยินเสียงฉันกลับมาก็เงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมา ฉันตะโกนถามด้วยเสียงที่สั่นๆว่า…
ฉัน : “ทำไมคุณถึงเลือกที่จะโกหกมาโดยตลอด ทั้งๆที่รู้ว่าถ้าฉันรู้ความจริงขึ้นมา เรื่องมันจะเป็นแบบนี้ !”
เขา : “ผมขอโทษ ผมมันเห็นแก่ตัว ผมรักคุณ ตั้งแต่ที่เราคบกับมาทำผมรู้ว่าคุณเป็นคนดี ผมแอบหวังลึกๆในใจว่าถ้าคุณรู้ความจริง ความรักที่เรามีให้กัน มันจะทำให้คุณยอมรับในสิ่งที่ผมเป็นได้ แต่ถ้าหากคุณรับไม่ได้ ผมก็เข้าใจ ผมเข้าใจดีทุกอย่าง และยอมรับผลทุกอย่าง”
ฉัน : “ไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้ถ้าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ยิ่งถูกคนที่ตัวเองรักโกหกมาโดยตลอดแบบนี้ ฉันโกรธมากๆ แล้วก็เกลียดมากๆที่คุณทำกับฉันแบบนี้ เป็นผู้หญิงคนไหนก็รับไม่ได้ ถ้าต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้… ”
เขา : “ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่กล้าบอกคุณ ผมกลัวว่าคุณจะทิ้งผมไปเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ คุณจะหย่ากับผมก็ได้นะ ไม่เป็นไร ผมไม่โกรธ ผมเข้าใจดี คงไม่มีใครอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับคนพิการแบบผมหรอก”
ฉัน : “ฉันคงไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ฉันคงทิ้งคุณไปไม่ได้หรอก ฉันก็ที่ฉันเป็นแบบนี้ ฉันกลับไปคิดทบทวน ที่ผ่านมาคุณคงทุกข์ใจมาโดยตลอดสินะ ถ้าฉันเป็นคุณฉันก็อาจจะเลือกทำแบบนี้เหมือนกันก็ได้ แต่ที่ผ่านมาคุณทำให้ฉันเห็นความดีและความรักที่คุณมีให้ฉันมันมากมายพอที่จะลบล้างเรื่องนี้ได้ แต่ต่อไปอย่าโกหกกันแบบนี้อีกนะ สัญญากับฉันได้ไหม…”
เรื่องนี้พิสูจน์ได้เลยว่า ถ้าคุณเจอสถานการณ์แบบนี้ คุณจะทำยังไง จะทิ้งเขาไปหรือป่าว ตอบตัวเองได้ไมว่า คุณรักเขาจริงหรือคุณแค่รักรูปร่างภายนอกของเขาเพียงเท่านั้น
ตั้งแต่เรียนจบมหาลัยมาจนถึงตอนนี้อายุฉันก็ย่างเข้า 28 แล้ว แฟนก็ยังไม่มีสักคน จนพ่อกับแม่ถึงกับคิดไม่ตก กลัวลูกสาวจะขายไม่ออก พยายามให้ฉันไปนัดดูตัวอยู่บ่อยๆ แต่ทว่าทุกคนที่ไปดูตัวมาก็ไม่มีใครถูกใจเลยสักคน บางคนก็แก่รุ่นราวคราวพ่อ บางคนก็อีโก้สูง ขี้อวด นิสัยต่างกันกับฉันลิบลับ
กลับบ้านตรุษจีนปีนี้ พ่อกับแม่ก็เร่งรัดเรื่องการนัดดูตัว ครั้งนี้เป็นการแนะนำของเถ้าแก่ท่านหนึ่ง เถ้าแก่คุยอวดว่า ผู้ชายคนนี้รูปร่างน่าตาหล่อเหลา มีบ้านหลังใหญ่โต เท่านั้นยังไม่พอ นิสัยยังดีมากๆอีกด้วย แต่ติดแค่เพียงว่าเป็นคนบ้างาน เลยยังไม่คิดที่จะแต่งงาน อายุก็ไล่เลี่ยพอๆกันกับฉันอีกด้วย ยิ่งได้ยินแบบนั้นพ่อกับแม่ก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจ เร่งรัดเรื่องการนัดดูตัวทันที
หลังจากนั้นฉันกลับหลิวฮ้าวก็ได้พบกัน เขาทำให้ฉันประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน เขาเป็นคนที่มีมารยาทและดีกับฉันมากๆ ไม่จู้จี้จุกจิก ไม่ขี้บ่น ไม่เลวเลยสำหรับการนัดดูตัวในครั้งนี้ หลังจากนั้นพวกเราก็แลกเบอร์โทรศัพท์เอาไว้เผื่อติดต่อกัน
(เรื่องนี้แปลจากต่างประเทศ)
โพสท์โดย ลูกสาวอบต
10 ความเชื่อดูแลรถและจักรยาน ที่ทำบ่อยแต่เสี่ยงพังเร็วกว่าเดิม
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
เปิดรายชื่อ 5 ผลไม้โปรตีนสูง ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
นอนหลับยากทุกคืน ลองเช็ก 9 สิ่งที่ควรทำก่อนเข้านอน
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
10 อันดับเลขเด็ดขายดี งวดวันที่ 16 มิถุนายน 69 พรุ่งนี้ลุ้นรวย ซื้อหวยด่วน!!
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
แผ่นดินไหว 6.2 ใกล้มินดาเนา ฟิลิปปินส์ เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกหลังเหตุใหญ่
5 ปลาทะเลคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีต่อสมอง ดวงตา และระบบหัวใจ
ย้อนรอยห้างเก่าในกรุงเทพฯ จากจุดนัดเจอวัยรุ่น สู่ตำนานที่หลายคนยังจำได้
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล

