หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มิยูกิ อิชิคาวะ ฆาตกรผู้ฆ่าทารก...

โพสท์โดย sickpack

Miyuki Ishikawa มิยูกิ อิชิคาวะเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมากที่สุดในญี่ปุ่น เชื่อว่าเธอฆ่าเด็กทารกแรกเกิดอย่างน้อย 103 คน อย่างเลือดเย็น และที่น่าตกใจคือการก่ออาชญากรของเธอนั้นไม่ได้ถูกลงโทษอย่างหนักทางกฎหมาย

มิยูกิ อิชิคาวะ (Miyuki Ishikawa)

ญี่ปุ่นยุค 40 และนั่นเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นที่พ่ายแพ้ต่อสงคราม สงครามทำให้ญี่ปุ่นต้องสูญเสียพลเมืองนับล้านคน และทำให้อุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเสียหายอย่างหนัก แต่ญี่ปุ่นพยายามอย่างหนัก ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้ทัดเทียมกว่านาๆ ประเทศ

ในช่วงเวลานั้นประชาชนชาวญี่ปุ่นหลายคนยากจนข้นแค้น รวมไปถึงคุณแม่มือใหม่ ที่ไม่มีปัญญาที่จะเลี้ยงลูกที่พึ่งเกิดมา
และนั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นของฆาตกรแม่บ้าน มิยูกิ อิชิคาวะ ผู้มีฉายาโอนิ-ซันบา (Oni – Sanba) หรือหมอตำแยปีศาจ

มิยูกิ อิชิคาวะเกิดปี ค.ศ. 1897 เกิดในหมู่บ้านคุนิมิ ภายในตำบลของมิยาซากิ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในโตเกียว และหลังจากจบการศึกษากับแต่งงานกับ ทาเคชิ อิชิคาวะแต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ทั้งสองไม่มีลูกแต่อย่างใด

จากนั้นเธอก็เข้ามาทำงานเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคโตบุกิแถบโตเกียว ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ และเข้ามาเป็นหมอตำแย (สูติกา) แม้ไม่มีใบอนุญาตการผดุงครรภ์ก็ตาม เนื่องจากญี่ปุ่นในตอนนั้นยังไม่มีหมอผดุงครรภ์และไม่มีความรู้ในการจัดการเรื่องแบบนี้นั้นเอง

ในระหว่างที่เธอทำงาน ใน1940 เธอก็ได้สังเกตว่ามีทารกจำนวนมากมายในโรงพยาบาล และได้ค้นพบว่าทารกเหล่านี้
จำนวนมากมายไม่เป็นที่ต้องการของครอบครัว เนื่องจากผู้เรื่องดูทารกมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจค่าใช้จ่ายในบ้าน อันเนื่องจากญี่ปุ่นกำลังพื้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้หลายครอบครัวไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกที่จะเกิดขึ้นมาได้และเธอเองก็ไม่สามารถพอที่จะช่วยเหลือทารกหรือเลี้ยงดูทารกจำนวนมากนี้ได้ เนื่องจากขาดแคลนงานสนับสนุนและครอบครัวใจบุญที่จะมารับเลี้ยงเด็กกำพร้า

และนั่นเองทำให้โรงพยาบาลที่มิยูกิทำงานอยู่เต็มไปด้วยเด็กทารก และต้องเสียค่าดูแลจำนวนมาก และนั่นเองทำให้
มิยูกิ อิชิคาวะจำต้องหาวิธีอยู่รอดในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ เธอกับสามี และหมอจึงหาวิธีการในการแก้ปัญหา
ผลคือพวกเขาก็ได้วิธีแก้ปัญหา หากแต่วิธีนี้ละเมิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง มันโหดร้าย ทารุณ และเลือดเย็น

 

พวกเขากำจัดทารกทิ้ง!!

 

มิยูกิ อิชิคาวะเริ่มกำจัดพวกทารก ไม่สามารถระบุจำนวนเหยื่อแน่นอนได้ จำนวนเด็กทารกที่เธอฆ่านั้นมีกี่คน แต่มีการประเมินเหยื่อของเธอ ในช่วงที่เธอฆ่าตั้งแต่เมษายน 1944-มกราคม 1948 พบว่าเธออาจจะฆ่าทารกมากถึง 103- 169 ราย แน่นอนด้วยจำนวนมากขนาดนี้ทำให้ มิยูกิ อิชิคาวะได้รับการจัดอันดับว่า เธอเป็นฆาตกรหนึ่งเดียวที่ฆ่าคนเยอะที่สุด
ในประเทศญี่ปุ่น

เด็กทารก

วิธีการทำงานของมิยูกิ อิชิคาวะคือการปฏิเสธที่จะดูแลทารก และทิ้งเด็กทารกเสียชีวิตจากความหิวโหย หรือไม่ก็ปล่อยให้
ร้องไห้จนร่างกายอ่อนแอตายไปเลย ในขณะที่ทารกบางคนเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ แน่นอนว่าการกระทำของเธอนั้นทำให้หลายคนรับไม่ได้ ทำให้พนักงานหลายคนต้องลาออกจาก

ต่อมา มิยูกิและสามีได้มีพฤติกรรมน่ารังเกียจหาเงินแบบหน้าด้านอีก ด้วยทั้งคู่จงใจพ่อแม่ผู้ปกครองคนอื่นๆ จ่ายเงิน 4,000 เยน (สมัยนั้นถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควร) โดยพวกเขาบอกว่าเงินจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงเด็กที่ “ไม่พึ่งประสงค์” ไปจนโต หากแต่ความจริงเด็กจะถูกฆ่าเมื่ออยู่ในมือของเธอและสามี

เมื่อความสงสารเปลี่ยนมาเป็นความโลภ มิยูกิ อิชิคาวะเริ่มที่จะสะสมเงินจากการฆาตกรรมของเธอ เงินที่เธอเรียกร้องหลัง
ฆ่าทารกนั้นเริ่มสูงขึ้น และวิธีการหาเงินที่สกปรกน่าขยะแขยงนี้ย่อมมีผู้สมรู้ร่วมคิด ด้วยการช่วยเหลือของผู้ช่วยของเธอ
ซึ่งเป็นหมอได้ออกไปรับรองความตายแบบปลอมๆ รวมไปถึงการ การติดสินบนสำนักงานห้องคนไข้เพื่อปกปิดการกระทำ
ที่น่ารังเกียจนี้

แม้รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ แต่พวกเขาทำอะไรไม่ได้ เพราะเวลากฎหมายญี่ปุ่นไม่ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิปกป้องทารกแรกเกิดมากนัก และนั่นเองทำให้เกิดกรณีคล้ายๆ กันทั่วญี่ปุ่น ส่งผลทำให้เด็กทารกแรกเกิดถูกฆ่าและทำแท้งเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมของมิยูกิ อิชิคาวะต้องสิ้นสุดลง เมื่อตำรวจได้ทำออกมาพิสูจน์ว่าเธอนั้นมีส่วนในการตายของทารกมากกว่าร้อยราย โดยการฆ่าทารกของเธอนั้นมุ่งหวังประโยชน์มากกว่าฆ่าด้วยการุณยฆาต นั้นเองทำให้มีการสอบสวนการกระทำความผิดของเธอและสามี

ต่อมาวันที่ 12 มกราคม1948 สองเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมมิยูกิ อิชิคาวะและสามีของเธอที่บ้าน โดยตำรวจจากสถานีตำรวจวาเซดะ ค้นพบซากเด็กทารกเหยื่อใส่ในกล่องไม้เป็นจำนวนมาก ทั้งหมดเอามาจาโกรงพยาบาลแผนกผดุงครรภ์ ผลจากการชันสูตรศพ ส่วนใหญ่ตายเพราะอดอาหาร ไม่ก็เป็นโรคขาดสารอาหาร ที่ปอดยังแสดงให้ว่าเด็กเป็นโรคปอดอักเสบ แสดงถึงความจงใจ ไม่ใช่ตายเพราะเหตุธรรมชาติ

และนั่นเป็นสาเหตุให้มิยูกิ อิชิคาวะและสามีถูกการจับกุมในวันที่ 15 มกราคม1948 แต่เธอก็ยังยืนยันว่าครอบครัวของเด็กทั้งหมดต้องรับผิดชอบกับความตายในครั้งนี้ นั่นเองที่ทำให้สาธารณะมีการโต้เถียงดุเด็ดเผ็ดมัน จนหลายๆ ฝ่ายออกมาห้ามและบอกให้แยกแยะ การุณยฆาต กับการฆาตกรรมเพราะความโลภ

ต่อมาตำรวจทำการค้นพบร่างทารกอีก 40 ราย ถูกซ่อนไว้ในบ้านของสัปเหร่อ อีก 30 ศพถูกค้นพบต่อมาในวัด

แต่กระนั้น..แม้จะมีการพบร่างกายเด็กทารกจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเด็กทารกนั้นตายโดยธรรมชาติหรือไม่
เนื่องจากซากที่พบเน่าจนไม่สามารถชันสูตรอะไรได้ และไม่สามารถระบุเหยื่อจำนวนแน่นอนได้ว่าอันไหนถูกฆ่า
หรือตายธรรมชาติ อีกทั้งหลักฐานเงินที่เรียกเก็บจากครอบครัวผู้ตายก็ไม่มีหลักฐานอีก

แต่กระนั้น มิยูกิ อิชิคาวะก็ถูกนำตัวขึ้นศาลในโตเกียว แต่เนื่องจากหลังฐานที่ได้มีไม่มากนัก ทำให้โทษที่เธอได้รับถือว่าน้อยมากคือ จำคุก 8 ปีเท่านั้น ส่วนผู้เกี่ยวข้องติดคุกคนละ 4 ปี

ต่อมา มิยูกิ อิชิคาวะและสามีของเธอ วิ่งเต้นเพื่อของลดโทษ และการเรียกร้องก็เป็นผล ในปี ค.ศ.1952 ศาลสูงได้ปัดฝุ่น
ตัดสินคดีไหม โดยโทษลดลงกว่าเดิมคือให้มิยูกิ อิชิคาวะจำคุกเพียง 4 ปีเท่านั้น ส่วนทาเคชิ จำคุก 2 ปี ลดลงครึ่งหนึ่ง
และเมื่อทั้งสองคนออกจากคุก ทั้งสองทำการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลและไม่มีใครพบเห็นพวกเขาอีกเลย

เรื่องของ มิยูกิ อิชิคาวะนี่มีผลต่อเนื่องมาอีกกล่าวคือคดีดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นคลอดกฎหมายการทำแท้งออกมาในเวลาต่อมา (Eugenic Protection Act 1948) ภายใต้กฎหมายการบำรุงพันธุ์ของญี่ปุ่น

 

ขอบคุณที่มา: Book Café Original
https://www.facebook.com/Bookcafeoriginal/photos/pcb.847022735460569/847022455460597/?type=3&theater
ขอบคุณที่มา : asesinos-en-serie.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sickpack's profile


โพสท์โดย: sickpack
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
VOTED: Thorsten, ฮั่วชวี่ปิ้ง, zerotype
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุดสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้วพบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจนจังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทยร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทยประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุดประเทศไทยเคยมีภูเขาไฟจริง..ได้อะไรจากจากภูเขาไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่นเปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ฮุกกะ Hygge แนวคิดชีวิตเป็นสุข ความสุขง่าย ๆ แบบชาวเดนมาร์กเปิดปม “ของแถม 7,800 ล้าน” บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ทั้งที่ TOR ไม่ได้สั่ง ใครกันแน่ต้องตอบสังคม?สะเทือนขวัญแคมป์คนงานแพรกษา หนุ่มเมียนมาร์ราดน้ำมันเผาเพื่อน ก่อนใช้เหล็กทุบซ้ำดับสลดร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย"นางเอก A\/" หมดอนาคตในวงการ..ผลงานหายเกลี้ยง เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เปิดปม “ของแถม 7,800 ล้าน” บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ทั้งที่ TOR ไม่ได้สั่ง ใครกันแน่ต้องตอบสังคม?สะเทือนขวัญแคมป์คนงานแพรกษา หนุ่มเมียนมาร์ราดน้ำมันเผาเพื่อน ก่อนใช้เหล็กทุบซ้ำดับสลด"นางเอก A\/" หมดอนาคตในวงการ..ผลงานหายเกลี้ยง เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?เปิดรับสมัครเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 52
ตั้งกระทู้ใหม่