ศัลยกรรมเปลี่ยนตัวเอง...สาวเกาหลีแบบหนูยังยอมสยบหมอไทย!!! (รูปเยอะนะ)
สวัสดีค่ะㅎㅇ เราชื่อยอรึม (최여름) น้า เราเป็นคนเกาหลีแท้ ๆ เลยค่ะ ตั้งแต่เกิดมาพ่อกับแม่ก็มาอยู่ที่ไทยแล้ว ยอรึมเลยพูด อ่าน เขียน ภาษาไทยได้แบบสบายยเลย อาจจะมีผิดบ้างเพราะบางทีก็กลับไปเที่ยวเกาหลีนาน ๆ กลับมาก็จะติดความเกาไปพักนึง 5555 เพื่อนที่ไทยก็ตั้งชื่อไทยให้ยอรึมเหมือนกันว่า “แตงโม” ไม่ก็ “โมโม” ยังไงถ้าพิมพ์อะไรผิด ก็เตือนยอรึมได้เลยน้า กระทู้นี้ก็กระทู้แรกเลยที่ยอรึมตั้งเกี่ยวกับการศัลยกรรมของตัวเองเลย ผิดพลาดอะไรยอรึมก็ขออภัยด้วยนะค่า 방가^——^
จริง ๆ ยอรึมเองก็เคยเข้าพวกคลินิกความสวยความงามนะ ส่วนใหญ่ก็จะทำผิว แต่ไม่เคยทำศัลยกรรมอะไรมาก่อนเลยค่ะ คือยอรึมไม่ใช่คนไม่มีดั้งนะ ดั้งก็พอมี(บ้างงง)แต่รู้สึกว่าทรงมันไม่สวย ส่วนตาก็เป็นแบบสาวเกาหลีทั่วไปเลยคือตาชั้นเดียว ตาตี่ ตาเล็กมาก แต่ปัญหาหลักของยอรึมอีกอย่างนึงเลยคือ หน้ายอรึมไม่เท่ากันค่ะ หน้าไม่สมส่วน ทำให้บางทีพอถ่ายรูปมารู้สึกเลยว่าหน้าเบี้ยว คืออทำเอาหมดความมั่นใจเลยแหละ พิมพ์มาเยอะและมาดูรูปยอรึมก่อนทำกันก่อนดีกว่าเนาะ อิอิ
ที่จริงตอนแรกยอรึมคิดจะบินไปทำที่เกาหลีเลย แต่เพราะตอนนี้ครอบครัวก็อยู่ไทยหมด แม่ยอรึมก็เป็นห่วง ตอนนี้ก็เรียนที่นี่ด้วย ไปทีนึงก็ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้น พวกค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก คุณแม่เลยแนะนำยอรึมว่าให้หาที่ทำที่เมืองไทยดีกว่า แค่ให้เลือกที่ดี ๆ ปลอดภัยก็พอ
ยอรึมก็มีปรึกษาเพื่อน ๆ ค่ะ กับหาข้อมูลในเน็ตเยอะมาก วัน ๆ นึงเข้าแต่พวกเว็บรีวิวศัลยกรรม ดั้งโด่ง วันเดอร์ฟูลงี้ ค้นเว็บนู้นเว็บนี้ หาพวกรีวิวทำจมูก เสริมจมูก เต็มไปหมด คืออยากหาข้อมูลเยอะ ๆ ยอรึมเองไปปรึกษามา 4 – 5 คลินิกพอมานับ ๆ ดู บางที่ก็ต้องเสียเงินสำหรับปรึกษา ยอรึมก็ยอมเสียนะ เพราะว่ายอรึมคิดว่าเจอหมอโดยตรงน่าจะดีกว่า แต่บางที่คือมันยังไม่ตอบโจทย์ที่ยอรึมอยากทำค่ะ
ที่ยอรึมต้องการในการทำครั้งนี้คือ อยากทำจมูกแบบเดียวกับคุณหมอที่เกาหลีเลยค่ะคือการทำแบบปรับโครงสร้างจมูกของเราเอง แบบธรรมชาติอะค่ะ แต่มี 1 ในคลินิกที่ยอรึมเข้าไปปรึกษาเป็นแบบ Open ค่ะ คือที่ Masterpiece Clinic ที่นี่จะเรียกการทำจมูกแบบที่ยอรึมต้องการทำว่าเทคนิค Nose reconstruction ค่ะ
ตอนยอรึมเข้าไปปรึกษาต้องใช้เวลารอคิวอยู่สักพักนึงเลย คนค่อนข้างเยอะ ใช้เวลารออยู่สักพักนึง คือเบื่อไปเลยเหมือนกัน คุณหมอที่ยอรึมเข้าพบคือ คุณหมอเบนซ์ (โฆษิต เอี้ยวฉาย) ระหว่างปรึกษาคุณหมอให้คำแนะนำมาเยอะมากกก บอกว่าถ้ายอรึมต้องการแก้ปัญหาจริง ๆ มันต้องมีหลายอย่างที่ต้องทำ ที่หมอแนะนำมาก็มี ยกคิ้ว ตาสองชั้น ทำจมูก เติมไขมันใบหน้า ดูดไขมันกรอบหน้าค่ะ ฟังแล้วแบบว่า Shock! ก็ไม่คิดว่าต้องทำเยอะขนาดนี้ แต่ด้วยความที่ยอรึมเองก็ยังไม่มีเงินเก็บเยอะเท่าไหร่ สิ่งที่ยอรึมสนใจหลัก ๆ ก็คือ ทำจมูก ทำตา กับ ดูดไขมันกรอบหน้าค่ะ เพราะตายอรึมเองก็ตี่มาก และก็โดนเพื่อนล้อบ่อยด้วยว่าตาหรือเม็ดงา
ยอรึมก็เลยขอคุณหมอปรึกษาเพิ่มเรื่องดูดไขมันกรอบหน้าค่ะ เพื่อแก้เรื่องหน้าไม่เท่ากัน ดีที่คุณหมอที่ยอรึมปรึกษาเรื่อง Nose Reconstruction เป็นคนเดียวกันที่ทำเรื่องดูดไขมันพอดี ออฟชั่นคุณหมอครบจริง ๆ ก็เลยจัดไปเลยค่ะ 555 แต่คุณหมอบอกว่า ของยอรึมจะดูดแค่ข้างเดียว เพราะว่าหน้าไม่เท่ากัน ถ้าดูดแล้วจะปรับให้หน้าออกมาเท่ากันและสมดุลค่ะปรึกษาเสร็จก็ออกมา ก็นั่งรอคิววนไปอีกรอบค่ะ เพื่อเจอคุณหมอทำตา คราวนี้นั่งรอคิวไม่นานค่ะ คนน่าจะทยอยได้เข้าปรึกษากันไปแล้ว เลยรอแค่แปปเดียว
ตอนเข้าไปปรึกษา คุณหมอเห็นชื่อยอรึมก็ทักมาเป็นภาษาเกาหลีด้วย^^ คุณหมอน่ารักมาก คุณหมอที่ยอรึมเข้าพบคือคุณหมอหนูค่ะ (กาญจนา ลีลาภัทรานุรักษ์) หมอหนูบอกยอรึมว่า ตายอรึมแทบไม่มีชั้นเลย วิธีแก้ของคุณหมอที่แนะนำคือเป็นการทำตาแบบเทคนิคเกาหลีจัดเต็ม คือ เปิดหัวตา หางตา ทำตาสองชั้น จัดเรียงไขมันตา!! ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่เกาหลีที่ยอรึมเคยหาข้อมูลมาเลยค่ะ เทคนิคนี้จะช่วยให้ตาดู หวาน กลมโต และมีสองชั้นแบบสไตล์ที่สาวเกาหลีชอบทำกันเลย
เข้ามาปรึกษาที่นี่ถือว่าคุ้มมากค่ะ คือไม่ต้องบินไปเกาหลี แต่ก็ทำออกมาสวยในสไตล์เกาหลีได้เลย หลังยอรึมปรึกษาเสร็จก็ตัดสินใจมัดจำคิวเพื่อจองการทำศัลยกรรมแบบไม่ลังเลใจเลยค่ะ เพราะแต่ละคำแนะนำของคุณหมอที่บอกมามันตรงกับที่ยอรึมอยากทำมาก ๆ เหมือนของเกาหลีที่อ่านมาเลย ส่วนเรื่องความสามารถก็มั่นใจอยู่แล้วค่ะ คุณหมอมีรีวิวเยอะมาก ๆ
ขนาดมาแต่เช้านะ แดดเปรี้ยงเลย!!
ข้ามมาวันผ่าตัดเลยนะคะ ยอรึมเข้ามาคลินิกแต่เช้าเลยค่ะ เพราะวันนี้ยอรึมต้องทำศัลยกรรมทั้งหมด 3 อย่างคุณหมอแต่ละท่านคิวก็แน่น ๆ เลยจะต้องจัดเวลาให้เป๊ะสักหน่อย เข้ามาถึงยอรึมก็แจ้งชื่อกับพี่พนักงานเลยค่ะ สักพักก็จ่ายเงินเพิ่มให้ครบจำนวนเงิน พี่พนักงานก็จะมาอธิบายยาที่ยอรึมจะต้องเอากลับมาทานหลังทำศัลยกรรมเสร็จค่ะ ได้ยามาเยอะมากก คร่าวๆก็จะเป็นพวกยาฆ่าเชื้อ แก้ปวด ลดบวม อะไรแบบนี้ค่ะ ยังมีผ้าซัพพอร์ตหน้าเพื่อให้หน้ากระชับหลังดูดไขมันมาด้วยค่ะ
ต่อไปก็ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดเลยค่ะ ที่นี่จะมีชุดชั้นในสำหรับให้ใส่ตอนผ่าตัดด้วย กับเสื้อคลุม พอเปลี่ยนเสื้อเสร็จก็ไปทำความสะอาดหน้าให้สะอาดที่สุดเป็นการฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ก่อนเข้าห้องผ่าตัดเลยค่ะ
จัดเต็มค่าวันนี้!!!
ก่อนเข้าห้องผ่าตัดพี่พยาบาลจะพาไปเจาะเปิดเส้นค่ะ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัด
ศัลยกรรมแรกของวันนี้คือตาสองชั้นค่ะ บรรยากาศในห้องผ่าตัดพายอรึมตื่นเต้นอยู่หน่อย ๆ จนตัวเกร็งมาก พี่พยาบาลก็มาบอกว่าให้ผ่อนคลายค่ะ ไม่ต้องกลัวนะ มาชวนคุยจนยอรึมเองก็หายเครียด ลงบ้างค่ะ หลังจากนั้นคุณหมอหนูก็เข้ามา พอคุณหมอหนูเข้ามาก็ให้ยอรึมลุกขึ้นมาประเมินตาค่ะ เหมือนจะมาร์คจุดสำหรับการผ่าตัด และก็จะวัดชั้นตาให้ยอรึมดูว่าประมาณนี้รู้สึกว่าสูงไปไหม สำหรับยอรึมเองอยากได้ชั้นตาสูง ๆ ค่ะ คือเบื่อตาหมวย ๆ ตี่ ๆ แล้ว อยากดูตาโต ๆ หวาน ๆ ไปเลยอะไรแบบนี้ค่ะ
คุณหมอวาดเสร็จก็ให้ยอรึมนอนเพื่อเตรียมทำเลยค่ะ ตอนนั้นความรู้สึกตื่นเต้นมันกลับมาอีกแล้ว คุณหมอก็ชวนคุยอีกรอบค่ะ เหมือนจะจับได้ว่ายอรึมเกร็ง 55555 คุณหมอใจดีมากจริง ๆ คือพยามบอกว่าตลอดว่าไม่ต้องเกร็งนะ ตอนนี้กำลังจะทำอะไร แล้วก็จะถามตลอดเลยค่ะว่าเจ็บไหม เริ่มแรกคุณหมอจะฉีดยาชาตรงที่จะผ่าตัดก่อน แล้วก็รอสักพักให้ยาชาออกฤทธิ์ค่ะ ยอรึมรู้สึกเจ็บก็ตอนที่ฉีดยาชานิดนึงค่ะ นอกจากนั้นคือรู้สึกเฉย ๆ เลย คุณหมอจะให้ยอรึม ลองลืมตา หลับตา มองไปด้านบนบ้าง สลับ ๆ ไปค่ะ เหมือนว่าจะได้ดูชั้นตาของของยอรึมในหลาย ๆ มุม หมอหนูใช้เวลาทำอยู่ข้างละประมาณ 15 นาทีได้เลยค่ะ
ยอรึมรู้สึกได้เลยว่าคุณหมอละเอียดม้ากก มือก็เบามากด้วย พอคุณหมอทำสักพักก็ให้ยอรึมลองลืมตาหลับตาอีกรอบ คุณหมอก็สะกิดตัวเบา ๆ แล้วบอกว่าเสร็จแล้วน้า พี่พยาบาลก็มาประคองยอรึมให้ลุกขึ้นมานั่งค่ะ คุณหมอก็เอากระจกมาให้ดู พอยอรึมดูก็รู้ว่ามันจะบวม ๆ หน่อย แต่คุณหมอบอกว่าพึ่งผ่าตัดถือว่าเป็นปกติ พี่พยาบาลก็พายอรึมไปที่ห้องพักฟื้นค่ะ เพื่อนอนพักรอดูดไขมันกรอบหน้า กับ ทำจมูก Nose reconstruction ค่ะ
สักพักพี่พยาบาลก็มาปลุกให้ตื่นค่ะ บอกว่าห้องผ่าตัดพร้อมแล้ว ก็พายอรึมที่ห้องผ่าตัดต่อไป ตอนนี้รู้เลยว่าตัวเองอึดมากกก555555 แต่ยอรึมเองก็อยากทำแบบนี้นะ เพราะจะได้พักฟื้นไปเลยทีเดียว ถ้าทุนหนา กว่านี้ยอรึมทำวันเดียวให้สวยจบไปเลย! แต่ก็นะ เงินในกระเป๋าบางทีก็ไม่เข้าใจเราค่ะ 555
คราวนี้ไม่ใช่ห้องผ่าตัดเดิมค่ะ ห้องนี้จะใหญ่กว่าหน่อย อุปกรณ์เยอะมาก เข้าไปถึงยอรึมนี่ตะลึงเลย คือของเยอะมากจริง ๆ เข้ามานั่งในห้องผ่าตัด คราวนี้พี่พยาบาลจะมีทั้งหมด 4 คนเลยค่ะ พี่พยาบาลก็จะเหมือนรีเช็คยอรึมอีกรอบว่า ทานข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มีโรคประจำตัวไหม ตอนนี้ทานยาหรืออาหารเสริมอะไรอยู่หรือเปล่าค่ะ เพราะว่าการทำ Nose reconstruction จะต้องวางนอนหลับในการผ่าตัดจึงต้องงดอาหารและน้ำก่อนทำ 6 – 8 ชั่วโมง สำคัญมาก ๆ นะคะเพราะถ้าเราลืม อาหารที่เราทานไปอาจจะย้อนกลับมาทางหลอดลมทำให้เราสำลักได้ อันตรายมาก ๆ ค่ะ ห้ามลืมเลยนะ
พอทุกอย่างพร้อมพี่พยาบาลก็แจ้งคุณหมอเบนซ์ให้เข้ามาที่ห้องผ่าตัด ลืมบอกไปค่ะว่าที่ห้องผ่าตัดตรงกำแพงจะมีรูปยอรึมแปะอยู่เต็มห้องเลย เพราะคุณหมอจะใช้ดูเวลาที่ผ่าตัดค่ะเป็นภาพหน้าของเราแบบชัด ๆ เพื่อเทียบกันแบบชัดเจน คุณหมอเข้ามาถึงก็ถามเลยค่ะว่าตื่นเต้นไหม ทำตาจัดเต็มแบบเกาหลีมาเดี๋ยวก็สวยแล้ว ตอนนี้พร้อมรึยัง คุณหมอเป็นกันเองมาก ๆ ดูเป็นสายเฮฮาอะ จากนั้นคุณหมอก็จะมาวาดจุดมาส์กหน้าเหมือนที่คุณหมอหนูทำเป๊ะเลย เพื่อมาส์กจุดสำหรับการผ่าตัดค่ะ แต่ครั้งนี้จะวาดเยอะหน่อย เพราะดูดไขมันเสร็จแล้วคุณหมอก็จะทำ Nose reconstruction การทำจมูกที่บอกว่าเทคนิคเหมือนของเกาหลีต่อเลยค่ะ
คุณหมอบอกว่าหน้ายอรึมมีสัดส่วนที่ไม่เท่ากันค่ะ ดูดไขมันจะเป็นดูดไขมันแค่ข้างเดียวเพื่อให้หน้าออกมาเท่ากันค่ะ ส่วนจมูกคุณหมอจะใช้กระดูกอ่อนกลางจมูกเสริมให้ทรงจมูกพุ่ง กับ เสริมสันดั้งด้วย Gore – Tex ให้สันดูพุ่งโด่งเลยค่ะ
พอคุณหมอประเมินเสร็จก็เตรียมขึ้นเขียงแล้วค่ะ ดูดไขมันกรอบหน้าจะให้ยาด้วยเทคนิค Painless เป็นการให้ยาเพื่อให้คนไข้รู้สึก เบลอ ๆ หรือ อาจจะหลับเลยก็ได้ค่ะ ส่วนยอรึม หลับค่ะ! 555555 คุณหมอเองน่าจะมือเบาด้วย ยอรึมเองเลยหลับยาวตั้งแต่ดูดไขมันกรอบหน้า จนถึง Nose reconstruction เลย คือรู้ตัวอีกทีเหมือนมีคนเรียกชื่อค่ะ เป็นคุณหมอวิสัญญีแพทย์ที่ปลุกยอรึมค่ะ ตอนตื่นมายอรึมก็รู้สึกเบลอ ๆ น่าจะเป็นฤทธิ์ของยาด้วยแหละ พี่พยาบาลกับคุณหมอวิสัญญีแพทย์ก็พายอรึมไปที่ห้องพักฟื้นค่ะ
พอถึงเตียงห้องพักฟื้นยอรึมเองก็หลับไปอีกยาว ๆ เลย จนมีพี่พยาบาลมาปลุกว่าให้ลุกขึ้นมาทานข้าวต้ม กับ น้ำหวานก่อน จะได้ทานยาเพื่อไม่ให้ปวดแล้วก็จะได้นอนต่อยาว ๆ ค่ะ แต่ตอนนั้นยอรึมเองก็ไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดนะคะ มันจะตึง ๆ มากกว่า กับยังไม่ค่อยชินที่ต้องหายใจทางปาก เพราะคุณหมอจะใส่อุปกรณ์ที่ทำให้จมูกอยู่ทรงค่ะ ยอรึมเองก็ไม่แน่ใจอะว่ามันเรียกว่าอะไร อ้ออเกือบลืมไปพี่พยาบาลเอาผ้าซัพพอร์ตรัดหน้ามาใส่ให้ก่อนนอนพักด้วยค่ะ
ยอรึมน่าจะนอนไปอีกสักพักเลยค่ะ พอตื่นขึ้นมาเจอเพื่อน เพื่อนตกใจมาก บอกว่าแกต้องทำขนาดนี้เลยเหรอวะ 555 จากนั้นก็เอาของมาให้พากันกลับบ้านค่ะ กลับมายอรึมก็ทานยาตามที่คุณหมอจัดมาให้แล้วก็นอนหลับยาว ๆ เลย
หลังทำศัลยกรรม
วันที่ 1 จะบอกว่าวันแรกแทบไม่รู้สึกเจ็บแผลจมูกเลยเป็นแบบที่คุณหมอบอกเอาไว้เลย แต่จะลำบากตรงที่ต้องหายใจทางปากไปก่อนค่ะ ลุกขึ้นมาทานข้าวเสร็จก็กินยาแล้วก็นอนพักเลยค่ะ ยอรึมจะเน้นนอนด้วยหมอนสูงนะคะ
วันที่ 2 เคยได้ยินมาว่าวันที่สองมักจะเจ็บ แต่พอมาเจอด้วยตัวเองจริง ๆ มันก็มีเจ็บบ้างค่ะ แต่มันอยู่ในระดับที่ชิว ๆ เจ็บน้อยกว่าที่คิดเยอะเลย ตอนที่รู้สึกเหมือนจะเจ็บพอกินยาก็คือไม่รู้สึกอะไรค่ะ ก็จะมีอาการข้างเคียงจากการกินยาก็คือ มึน ๆ เพลีย ๆ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับการนอนนี่แหละค่ะ ถือว่าพักผ่อนไปในตัว ช่วงสาย ๆ ก็แวะเข้าไปที่คลินิกเพื่อฉีดยาฆ่าเชื้อ กับ ทำความสะอาดแผลหลังทำที่คลินิกค่ะ คุณหมอบอกว่าอาจจะมีอาการคัดจมูกไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นเรื่องปกติค่ะ
วันที่ 3 - 6 วันนี้สามารถออกไปข้างนอกใช้ชีวิตได้ตามปกติเลย ก็จะมีเฝือกที่จมูกติดอยู่แบบสวย ๆ แต่ไม่เหมือนเฝือกพวกแป้งขาว ๆ นะคะ แต่หลังจากผ่านช่วงวันแรกมาได้แล้ว ก็เริ่มปรับตัว และ อาการเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ ทานยาตามที่หมอสั่ง ซึ่งจะไม่แน่นเท่าวันแรก ยังต้องใส่เฝือกอยู่ค่ะ จะเน้นทานพวกอาหารอ่อน ๆ อยู่ค่ะ พอวันที่ 6 ก็เตรียมตัวไปที่คลินิกอีกครั้งเพื่อเจอคุณหมอ และตัดไหมค่ะ
วันที่ 7 วันนัดตัดไหม ในที่สุดก็ครบกำหนด 7 วันที่จะได้ถอดเฝือกกับตัดไหม สามารถหายใจทางจมูกได้เกือบปกติแล้ว โดยรวมยังมีบวม ๆ อยู่พอควรนะคะ เพราะเคสของยอรึมต้องตอกกระดูกด้วย
หลังผ่านมา 1 สัปดาห์ ก็รู้สึกว่าร่างกายเริ่มปรับตัว อาการที่มีเจ็บหูบ้างบางครั้งก็เริ่มไม่ค่อยมีแล้วค่ะ จะมีเกร็ง ๆ เพราะค่อนข้างรู้สึกระวังจมูกตัวเองบ้าง พอเวลาผ่านไปอาการก็จะค่อยบรรเทาลงเรื่อย ๆ ค่ะ แค่ไม่กี่วันก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ จนบางคนแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ายอรึมไป
หลังจากนี้ก็จะมาดูแลพวกรอยแผลหลังทำจมูก และดูดไขมันให้ออกมาสวยสมใจ และ ดูเนียนมากยิ่งขึ้น เพราะเคสของยอรึมมีใช้กระดูกอ่อนหลังหู ก็จะมีรอยแผลนิดหน่อย แต่แผลตรงจมูกไม่ต้องทาก็ได้ค่ะ ยอรึมทาพวกเจลรักษาแผลเป็น เพราะตัวเราเองจะเป็นคนที่มีรอยแผลนูนแดงง่าย กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ ๆ
อันนี้เป็นยาที่ยอรึมใช้ทารอยแผลค่ะ เป็นยาที่คุณหมอแนะนำมาว่าเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับบริเวณแผลได้ดี
สรุปโดยรวม
การตัดสินใจทำศัลยกรรมทั้งหมดของสาวเกาหลีแต่ใจอยู่ไทยแบบยอรึม ถือว่าพอใจมากก กับผลหลังทำค่ะ เพราะรู้เลยว่าหน้าตัวเองเปลี่ยนไป ชอบมองตัวเองในกระจกมากขึ้น แต่งหน้า แต่งตัวหลายแบบ หลายสไตล์ หลังจากทำเสร็จแล้ว รู้ได้เลยว่า ฝีมือของคุณหมอ และความพร้อมของตัวเองนั้นสำคัญมาก ก่อนหน้านี้ยอรึมเป็นคนออกกำลังกายเยอะ และ ค่อนข้างจะดูแลตัวเอง เลยทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไว ช้ำน้อย จนเพื่อน ๆ ยังไม่อยากจะเชื่อว่าไปทำศัลยกรรมมาจริง ๆ เลยค่ะ หลังทำศัลยกรรมเสร็จ ยอรึมเองก็มีงานเข้ามาพวกงานถ่ายสื้อผ้า ถ่ายโฆษณาด้วย ถือว่าที่ทำไปมันคุ้มค่ามากจริง ๆ
ยังไงหากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจก็ลองเข้ามาปรึกษาที่ Masterpiece Clinic ดูได้นะคะ เผื่อได้ผลลัพธ์ที่ประทับใจกลับไปแบบยอรึมค่า ^--^ @masterpice_clinc
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
ทำความรู้จัก "กะเพราขาว" และ "กะเพราแดง" ต่างกันอย่างไร?
"ทุเรียนเผา" เมนูสุดแปลกที่กำลังฮิต! หวานมัน กลิ่นเบาลง อร่อยกว่าที่คิด
มหาวิทยาลัยที่สอบติดยากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่บ้านด้วยนะ!!
ค่าสินสอดที่แพงที่สุดในไทย
Apple มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง? รวมทุกไลน์สินค้าของ Apple ที่หลายคนอาจยังไม่รู้
Airways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกัน
ฝนถล่ม "บ่อวิน" ขยะถล่มหมู่บ้าน
ห้างที่มีขนาดกว้างใหญ่ที่สุด ที่ตั้งอยู่ในเขตต่างจังหวัดของไทย
มหาวิทยาลัยที่สอบติดยากที่สุดในประเทศไทย
4 ปริศนาลึกลับ ที่ยังไม่มีใครไขได้
ทำความรู้จัก "กะเพราขาว" และ "กะเพราแดง" ต่างกันอย่างไร?
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
เรื่องราวของผม และ ความสุขที่ได้ทำบล็อกที่นี่
ถ้าแบ่งอากาศบนโลกให้อวกาศ จะเกิดอะไรขึ้น?



























