ซิฟิลิสโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่คุณต้องรู้
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีมากมายหลายโรค ซึ่งมีทั้งโรคที่อันตรายแต่ไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิตและทำให้ถึงแก่ชีวิต ซึ่งโรคเหล่านี้ไม่อยากให้ทุกคนมองข้ามเพราะหลายโรคหากเคยเป็นแล้ว จะมีโอกาสกลับมาเป็นอีก เราจึงจะมาพาทุกท่านได้รู้จักกับหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่คุณควรรู้ โรคซิฟิลิส
ซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดผื่นหรือแผลตามผิวหนัง และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงขึ้นหากไม่รักษา ซึ่งแบคทีเรียดังกล่าวสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้โดยการสัมผัสกับแผลหรือเชื้อโดยตรงผ่านการมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถติดต่อได้โดยการจูบหรือจับบริเวณแผลที่น่าอก ในปาก หรืออวัยวะเพศ
อาการของโรคซิฟิลิส แบ่งออกได้เป็น 3 ระยะได้แก่
ระยะที่ 1 จะเกิดแผลขนาดเล็กบริเวณที่ได้รับเชื้อ ก้นขอบแผลมีลักษณะเรียบและแข็งที่เรียกว่า แผลริมแข็ง โดยเฉพาะตามอวัยวะเพศและริมฝีปากหลังการได้รับเชื้อประมาณ 3 สัปดาห์ แต่ก็อาจพบอาการได้ในช่วง 10-90 วัน มักไม่มีอาการเจ็บปวดและจะค่อย ๆ หายไปได้เองภายใน 6 สัปดาห์แม้ไม่ได้รับการรักษา
ระยะที่ 2 โรคจะเริ่มพัฒนาจากระยะแรกใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มเกิดผื่นที่มีลักษณะตุ่มนูนคล้ายหูดขึ้นตามบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า อวัยวะเพศ หรือส่วนอื่นของร่างกาย เช่น ขาหนีบ ทวารหนัก ภายในช่องปาก แต่ไม่มีอาการคันตามผิวหนัง บางรายอาจมีอาการเจ็บคอ มีปื้นแผ่นสีขาวในปาก เป็นไข้ ต่อมน้ำเหลืองบวม เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ผมร่วง หรืออาการอื่น ๆ แต่อาการเหล่านี้มักจะหายไปแม้ไม่ได้รับการรักษาเช่นกัน
ระยะที่ 3 หากผู้ติดเชื้อยังคงไม่ได้รับการรักษาอีก เชื้อจะพัฒนามาสู่ระยะสุดท้าย นั่นหมายความว่าเชื้อได้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายแล้วซึ่งเชื้อจะส่งผลต่อระบบการทำงานของสมอง ดวงตา หัวใจ ไขสันหลัง และกระดูก โดยอาการในระยะสุดท้ายมีดังนี้ ไม่สามารถเดินได้ตามปกติ ตัวชา ตาบอดลงทีละน้อย และอาจเสียชีวิตลงในที่สุด
สาเหตุของโรคซิฟิลิส เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จากการสัมผัสถูกเชื้อโดยตรงจากแผลของผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ที่มักสุ่มเสี่ยงกับการติดเชื้อได้มากที่สุด จึงมักถูกจัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้การใช้เข็มฉีดยารวมกับผู้อื่น การรับเลือดจากผู้อื่น รวมไปถึงหญิงตั้งครรภ์ที่มีเชื้อสามารถส่งผ่านเชื้อไปยังทารกในครรภ์ได้เช่นกัน
การป้องกันโรค
วิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือ การงดมีเพศสัมพันธ์ แต่หากคุณเลือกที่จะมีเพศสัมพันธ์ คุณจำเป็นต้องป้องกันตัวเองและพยายามไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ การใช้ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีแผลหรือผื่นเกิดขึ้นบริเวณอื่นนอกเหนือจากบริเวณที่สวมถุงยางอนามัย คุณจะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนจนกว่าเขาคนนั้นจะได้รับการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว
จบกันไปแล้วสำหรับโรคซิฟิลิส ที่หากคุณได้รับการติดเชื้อแล้วไม่รีบทำการรักษา อาการอาจหนักถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นหากคุณรู้สึกผิดปกติกับร่างกายควรไปพบแพทย์ หรือทำการการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอและที่สำคัญที่สุด ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ต้องมีการป้องกันทุกครั้ง หวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์จากบทความนี้
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
5 อันดับประเทศที่มีค่าไฟฟ้า'ถูก'ที่สุดในโลก
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
108 ปี แห่งการสละราชย์: ปิดฉาก "ปูยี" ปัจฉิมจักรพรรดิและบทเรียน 70 ปีของต้าชิง
เหรียญสองด้านของ "ส้มโอ": ผลไม้รสเลิศที่อาจกลายเป็นภัยเงียบหากกินผิดวิธี
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพ
เปิดคัมภีร์เลขเด็ด อ.ไอติม เรือนนาคา: แนวทางรับทรัพย์หวยวันจันทร์ 16/2/69
วงการบรรพชีวินวิทยาตื่นเต้น หลังทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษค้นพบฟอสซิลกะโหลกศีรษะของสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์ บริเวณหน้าผา Jurassic Coast
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
มันมีคุณไสยมนตร์ดำที่ทำให้ครอบครัวแตกแยกหรือเปล่า
วันวาเลนไทน์นี้ราศีใดมีเกณฑ์เจอ "เนื้อคู่" และราศีใดที่ "เนื้อคู่ยังไม่เกิด"
แชมป์โลกวัย 37 ปี เสียชีวิตหลังจากร่มชูชีพไม่กาง ในการกระโดดร่มผาดโผน
"เจนี่" แซ่บไม่หยุดกับลุคโนบรา สวยในทุกองศา แทบละสายตาไม่ได้เลย
"แมน โอ วอร์" จารึกตำนานม้าแข่งผู้ยิ่งใหญ่ ที่เป็นดั่งจิตวิญญาณของอเมริกา
เปิดประวัติ “ธันวา พาทัวร์” เด็กหนุ่มมากความสามารถ จากสายคอนเทนต์สู่เส้นทางนักแสดงดาวรุ่ง



