ผู้เชี่ยวชาญไขข้อสงสัย น้องต้าแง ส.ช.ว ในไร่อ้อย สภาพศพแขนขาด ท้องแตก ห่างจุดหาย 5 กม.
วันนี้ (25 ธ.ค.) เข้าสู่วันที่ 9 ของการหายตัวไปของเด็กชายชาวพม่าวัย 2 ขวบ นำมาซึ่งการระดมสรรพกำลังเข้าค้นหาภายในไร่อ้อยที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กระทั่ง พบร่างของ ด.ช.ซูลุยผิว หรือ น้องต้าแง เด็กชายวัย 2 ขวบ ชาวเมียนมาแล้ว โดย ชุดค้นหา ผวจ.สุพรรณบุรี ได้ตั้งโต๊ะแถลงระบุว่า จนท.พบว่าเด็กเสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำของไร่อ้อย ห่างจากจุดที่หายประมาณ 5 กิโลเมตร(ทางรถวิ่ง) หรือทางตรงจะอยู่ที่ 1-2 กิโลเมตร
ล่าสุดแพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้พูดถึงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงประเด็นที่เด็กชายเดินพลัดหลงออกไปไกลถึง 5 กิโลเมตรนั้น แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ ให้ความเห็นว่า เด็กชายคนนี้จะสามารถเดินไกลได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายอย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น สภาพภูมิอาศ, สถานที่, ขนาดตัวของเด็ก และอื่นๆ อีกหลายประการ
“ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเสียก่อน ถึงจะให้คำตอบได้อย่างชัดเจนว่า เด็กเดินไปเอง หรือถูกอุ้มไป เบื้องต้น ยังฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าตามหลักการแล้ว กรณีลักษณะนี้ ห้ามสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะวิเคราะห์ว่า การเสียชีวิตเกิดจากการกระทำจากบุคคลอื่นได้หรือไม่ ซึ่งทุกอย่างจะต้องพิจารณาให้ครบถ้วน ก่อนที่จะค่อยๆ ตัดออกทีละประเด็น” แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ กล่าว
ขณะที่ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยกับทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ว่า ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว หากเด็กชายวัย 2 ขวบ เดินพลัดหลงออกไประยะทาง 1-2 กิโลเมตรนั้น พอจะมีความเป็นไปได้ แต่ถ้าพลัดหลงออกไปไกลถึง 5 กิโลเมตร อาจจะเป็นไปได้ยาก หรืออาจจะมีสิ่งใดก็ตามพาร่างน้องให้ห่างออกไปจากจุดที่หายตัวไป
“เมื่อเด็กชาย 2 ขวบตกอยู่ในสถานการณ์พลัดหลง เขาจะไม่เหมือนผู้ใหญ่ที่สามารถหาน้ำกินเองได้ ฉะนั้นด้วยความที่น้องหาน้ำกินเองไม่ได้ และต้องเดินอยู่ในไร่อ้อยเป็นเวลานาน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ร่างกายอ่อนล้า และเสียชีวิตในที่สุด”
“หากอยู่นิ่งๆ จะทำให้น้องอยู่ได้นาน แต่ถ้าน้องเดินไปเรื่อยๆ จะทำให้ร่างกายเกิดสภาพขาดน้ำ และเป็นเหตุให้เสียชีวิต แต่สุดท้ายแล้ว เราต้องพิจารณาจากสภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ สภาพร่างกายของเด็ก และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ถึงจะระบุได้อย่างชัดเจนว่า น้องเดินพลัดหลงอยู่นานกี่วัน ถึงจะเสียชีวิต”
“ส่วนสภาพศพของน้องที่มีสภาพขึ้นอืด ลูกตาถลน แขนขาด ไส้ทะลัก ถือว่าเป็นสภาพศพที่เน่าตามปกติ หากครบ 3 วัน” พล.ต.ต.นพ.พรชัย กล่าว.
แหล่งที่มา: www.facedara.com
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพ
วงการบรรพชีวินวิทยาตื่นเต้น หลังทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษค้นพบฟอสซิลกะโหลกศีรษะของสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์ บริเวณหน้าผา Jurassic Coast
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
108 ปี แห่งการสละราชย์: ปิดฉาก "ปูยี" ปัจฉิมจักรพรรดิและบทเรียน 70 ปีของต้าชิง
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
5 อันดับประเทศที่มีค่าไฟฟ้า'ถูก'ที่สุดในโลก
อาวุธที่มีระยะยิงไกลที่สุดซึ่งกองทัพไทยมีใช้งานจริงในปัจจุบัน
กระทรวงที่ร่ำรวยที่สุด ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด







