รู้มั๊ย เยอรมนี เคยเป็นสวรรค์ของคนที่มีรสนิยมทางเพศแปลกๆ
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
SEXERCISE: รู้มั้ย? เยอรมันเคยเป็นสวรรค์ของผู้ที่มีรสนิยมทางเพศแปลก ๆ
.
โลกปัจจุบันมีเสรีภาพทางเพศสูงขึ้นก่อนยุคก่อนหน้ามาก อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะ “เสรี” แค่ไหน ข้อห้ามทางเพศก็ยังอยู่คู่กับมนุษย์เหมือนเดิมตั้งแต่อดีต เพียงแต่มันเปลี่ยนไป ซึ่งทุกวันนี้ ประเด็นของข้อห้ามทางเพศที่ยังถือว่า “เป็นที่ถกเถียง” (คือยังอยู่ในบทสนทนาอยู่) กัน คงไม่ใช่การร่วมเพศระหว่างคนเพศกำเนิดเดียวกันแล้ว (เนื่องจากได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง) แต่เป็นรสนิยมแบบ “ชอบเอากับเด็ก” และ “ชอบเอากับสัตว์”
.
พอยกประเด็นนี้มา เราอาจคิดว่ามันฟังดู “ป่วย” มาก แต่ในความเป็นจริงสิ่งเหล่านี้ก็ยังดำรงอยู่อย่างค่อนข้าง “เปิดเผย” ในหลาย ๆ พื้นที่ในโลกของเรา และมันก็ “เปิดเผย” ไม่ได้ต่างจากที่ถ้าไปถามรัฐบาลไทย รัฐบาลก็คงบอกว่าในไทยไม่มี “ซ่องโสเภณี” ทั้งที่ความจริงเป็นอย่างไร ชาวไทยและชาวโลกก็รู้กันอยู่
.
ซึ่งตอนนี้เราอยากจะเล่าเรื่องของการเปิดซ่องเป็นล่ำเป็นสันเพื่อตอบสนองรสนิยมคนที่ “ชอบเอากับสัตว์” ในเยอรมัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นาน ไม่เกิน 10 ปี
.
จริง ๆ พฤติกรรมในการร่วมเพศกับสัตว์เป็นสิ่งที่อยู่ในมุมมืดของโลกมายาวนาน คือมันมีบันทึกมาตลอดว่ามนุษย์มีพฤติกรรมแบบนี้ แต่พฤติกรรมแบบนี้ก็ไม่เคยโผล่มาในที่แจ้งแบบสังคมยอมรับกันเป็นปกติเท่าไร (เว้นบางชนเผ่าที่มี “พีธีกรรมเอากับสัตว์” เพื่อเป็นพฤติกรรมเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่ผู้ใหญ่)
.
แต่พอมามีอินเทอร์เน็ต กลุ่มคนชอบเอากับสัตว์ทั่วโลกก็เริ่มมีการรวมตัวกัน และก็ตามปกติ กลุ่มคนที่เคยเป็นผู้โดดเดี่ยวในสังคม เมื่อได้รวมตัวกันก็เข้มแข็งขึ้น และเมื่อมีการพูดคุยกันมากขึ้น มันก็เลยมีการคุยกันว่า ประเทศไหนในโลก มันยอมรับพฤติกรรมแบบนี้ได้บ้าง? ประเทศไหนที่คนมีรสนิยมชอบเอากับสัตว์จะอยู่ได้สบาย ๆ บ้าง?
.
ไป ๆ มา ๆ หวยมาออกที่เยอรมัน เพราะประเทศนี้ แค่เมื่อ 10 ปีก่อน มันมี “ซ่องสัตว์” เปิดมากมายอย่างโจ๋งครึ่ม หรือให้ตรงกว่านั้นก็คือไม่ได้เปิดเป็น “ซ่อง” ชัด ๆ แต่ “คนท้องถิ่น” รู้กันดีว่าคนเข้าไปทำอะไร อาจจะไม่ได้ต่างจากที่คนไทยรู้ว่าคนที่เข้าไป “อาบอบนวด” หรือ “นวดโดยพริตตี้” เขาไม่ได้เข้าไปแค่ “นวด”
.
แล้วทำไมต้องเยอรมัน?
.
...นี่เป็นคำถามที่ดี แต่คำตอบนี่เรียกได้ว่า “รู้แล้วจะหนาว”
.
เพราะเยอรมันคือเมืองหลวงแห่ง “ซ่อง” ของยุโรป เรียกได้ว่าถ้าเอเชียมีไทย ยุโรปก็มีเยอรมัน และจากข้อมูลสถิติ เยอรมันมีผู้ขายบริการทางเพศต่อสัดส่วนประชากรสูงระดับโลก และสูงกว่าบ้านเราอีก
.
เยอรมันเป็นประเทศใหญ่ ซึ่งหลังจากการค้าบริการทางเพศกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายในปี 2002 ก็เรียกได้ว่ามี “ซ่อง” ผุดขึ้นทั่วประเทศ จนทุกวันนี้มันกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มูลค่าระดับแสนล้านบาท
.
เรียกได้ว่าคนยุโรปถ้าจะไปเซ็กส์ทัวร์ใกล้บ้าน เขารู้กันว่าต้องไปเยอรมัน
.
ทีนี้พอบริการทางเพศแบบปกติมันถูกกฎหมาย พวกบริการทางเพศแบบทางเลือกก็ย่อมผุดตามมา เรียกได้ว่าเซ็กส์หลาย ๆ อย่างที่เรียกได้ว่า “วิตถาร” เยอรมันมีให้บริการแบบถูกกฎหมายด้วย
.
ซึ่งในบรรดาความ “วิตถาร” รูปแบบการค้าเซ็กส์แบบหนึ่งที่ฟังดูแล้ววิตถารแน่ ๆ แต่ดันไม่ผิดกฎหมายเยอรมันในตอนที่เยอรมันปล่อยให้มีการค้าทางเพศเสรี ก็คือบริการเซ็กส์กับสัตว์ให้คนที่มีรสนิยม “ชอบเอากับสัตว์” และที่มันไม่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายเยอรมันบังเอิญไม่มีข้อห้ามการร่วมเพศกับสัตว์ที่ชัดเจนแบบกฎหมายหลาย ๆ ประเทศ
.
ตอนที่ธุรกิจ “ซ่อง” ในเยอรมันบูม ๆ ซ่องกลุ่มหนึ่งที่ขยายตัวเกาะกระแสไปด้วยคือ “ซ่องสัตว์” ที่มีสัตว์ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น หมา แพะ ม้า ฯลฯ
.
อะไรพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเปิดเผยเท่าไร แต่ก็เรียกได้ว่า “คนท้องถิ่นรู้กัน” มาตลอดและมันก็ดำรงอยู่
.
จนเรื่องมันมาแดง 10 ปีหลังเยอรมันทำให้การค้าบริการทางเพศผิดกฎหมาย ในปี 2012 หลังจากสื่อท้องถิ่นลงสกู๊ปว่าตอนนี้ “ซ่องสัตว์” ในเยอรมันมันเยอะแบบไม่ไหวแล้ว และสื่อนานาชาติก็ “ช็อก” ไปพร้อม ๆ กันและลงข่าวไปทั่ว
.
เรียกได้ว่าเยอรมันฉาวโฉ่ไปชั่วข้ามคืนเลย เพราะโลกมองว่าเยอรมันคือ “ซ่องสัตว์” ของโลก เรียกได้ว่าตอนโน้นชาวโลกรู้แล้วว่า Animal Sex Tour Destination อันดับ 1 ของโลกคือเยอรมัน
.
แต่รัฐบาลกลางเยอรมันก็ทำงานเร็วมาก เพราะเรื่องนี้แดงมาตอนกลางปี 2012 แต่ตอนปลายปี 2012 รัฐบาลกลางก็ออกกฎหมายทำให้การ “เอากับสัตว์” ผิดกฎหมายแล้ว ซึ่งผลที่ตามมาก็คือพวก “ซ่องสัตว์” ก็ทยอยปิดตัวไป
.
ซึ่งเรื่องที่เพี้ยนคือ นี่ก็ไม่ได้ทำให้พวก “ชอบเอากับสัตว์” ลดละความพยายาม ก็ยังหาประเทศอื่นที่กฎหมายยังไม่ห้ามเอากะสัตว์อีก ซึ่งตอนนั้นคือ สวีเดน กับเดนมาร์ก ผลก็คือมันทำให้ซ่องสัตว์ที่เยอรมันปิดไป แล้วมันไปเปิดต่อที่สวีเดนกับเดนมาร์ก ก่อนที่สองประเทศนี้จะออกกฎหมาย “ห้ามเอากับสัตว์” มาในที่สุดในปี 2013 และ 2015 ตามลำดับ เป็นอันปิดตำนานซ่องสัตว์ในยุโรปไป
.
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่มันกว่านั้นก็คือ หลังจากที่รัฐบาลกลางออกกฎหมายห้ามเอากะสัตว์ คนเยอรมันที่มีรสนิยมชอบเอากับสัตว์ ก็ได้ยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญว่ากฎหมาย “ห้ามเอากับสัตว์” นี้ เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญในส่วนของการรับรองสิทธิในการกำหนดรสนิยมทางเพศของตัวเอง ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่ากฎหมาย “ห้ามเอากับสัตว์” นี้ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญในที่สุดในปี 2016
.
เรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ก็ทำให้นักสิทธิสัตว์เฮกันไป เพราะตอนนี้ในยุโรปการ “เอากับสัตว์” น่าจะผิดกฎหมายทุกประเทศในยุโรปแล้วในที่สุด
.
อ้างอิง: https://dailym.ai/2OzfYAs
https://bbc.in/2D4GuMK
http://bit.ly/2riNZNk
http://bit.ly/2KLrfga
http://bit.ly/2KJNjYv
.
#Animal #Germany #Society #BrandThink
อัปเดตและติดตามข่าวสารได้ที่
Line: @brandthink (มี @ ด้วยนะครับ)
Instagram: instagram.com/brandthink.me
Website: www.brandthink.me
Twitter: twitter.com/BrandThinkme
https://bbc.in/2D4GuMK
http://bit.ly/2riNZNk
http://bit.ly/2KLrfga
http://bit.ly/2KJNjYv
.
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่น
หลวงพ่อขาวปากช่อง พระใหญ่สีขาวกลางขุนเขา กับบันไดศรัทธา 1,250 ขั้น
ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นหัวหน้า และแรงกดดันของบทบาทผู้นำในยุคสมดุลชีวิตการทำงาน
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
อำเภอที่เจริญมากที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในต่างจังหวัดของไทย
10 จังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ผีดุ" ที่สุดในประเทศไทย ตำนานหลอนที่เล่าขานกันไม่รู้จบ
เลขเด็ด "เจ้าแม่ตะเคียน" งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลขเด่น และเลขรอง
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นหัวหน้า และแรงกดดันของบทบาทผู้นำในยุคสมดุลชีวิตการทำงาน
ผลไม้ไทยอะไรที่ฝรั่งคิดว่า "แปลกและท้าทาย" ที่สุด นอกเหนือจากทุเรียน
