หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผู้หญิงที่เป็นโรคฮิสทีเรีย อาการจะเป็นยังไง? ขาดผู้ชายไม่ได้ เห็นแล้วแฉะ จริงหรือ?


โพสท์โดย

เชื่อว่าหลายๆ คน ยังเคยได้ยินคำว่า โรคฮิสทีเรีย ซึ่งหลายๆ คนมักเข้าใจความหมายว่า เป็นโรคที่ผู้หญิงขาดผู้ชายไม่ได้ มักมีอารมณ์ทางเพศ ที่รุนแรง และตลอดเวลา ซึ่งวันนี้ทาง thaiseeyou มีคำตอบแบบชัด ว่าโรคอิสทีเรียย คือโรคอะไรกันแน่

*ฮิสทีเรีย (Hysteria)*

เป็นโรคความผิดปกติทางบุคลิกภาพที่อาจแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือโรคประสาทฮิสทีเรียและบุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทีเรีย (Histrionic Personality Disorder) โดยลักษณะแรกจะครอบคลุมอาการผิดปกติทางระบบประสาทหลายอาการ เช่น ภาวะชาตามลำตัว ทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่รู้สึกตัว พูดไม่ได้ มองไม่เห็น หรือสูญเสียความทรงจำอย่างกะทันหัน ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่อาจหาสาเหตุทางกายได้

ส่วนผู้ที่มีบุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทีเรียนั้นมักมีอารมณ์อ่อนไหวสูง ปรวนแปรบ่อย ชอบแสดงออกเกินจริง แสดงพฤติกรรมแตกต่างจากผู้อื่นเพื่อดึงดูดความสนใจ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้คนมักเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยโรคนี้มีความต้องการทางเพศสูง อย่างไรก็ตาม บทความนี้จะเน้นให้ข้อมูลของโรคฮิสทีเรียแบบบุคลิกภาพผิดปกติ ซึ่งเป็นลักษณะที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันมากกว่า

*อาการของฮิสทีเรีย*

โรคบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรียจัดเป็นความผิดปกติทางจิตในกลุ่มความผิดปกติทางบุคลิกภาพกลุ่มบี (Cluster B: Dramatic Personality Disorders) คือมีอารมณ์รุนแรง แปรปรวนบ่อย และมองเห็นภาพลักษณ์ของตนเองบิดเบือนไป ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรียส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตได้อย่างปกติ อีกทั้งยังเป็นคนเข้าสังคมเก่ง แต่มักใช้ความสามารถนี้บงการผู้อื่น และเรียกร้องความสนใจเพื่อให้ตนเองเป็นจุดเด่น ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายมีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรียอาจมีอาการดังต่อไปนี้

ต้องการเป็นจุดสนใจ รู้สึกอึดอัดและทนไม่ได้ หากไม่ได้รับความสนใจ และไม่ค่อยแสดงความห่วงใยหรือนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น อารมณ์แปรปรวน และไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ผู้ป่วยโรคนี้มักมีอารมณ์ไม่คงที่และแสดงความรู้สึกออกมาทันทีที่มีเรื่องกระทบจิตใจแม้เพียงเล็กน้อย เช่น ร้องไห้ทันทีเมื่อไม่สบายใจ รู้สึกโกรธมากกับเรื่องผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นต้น การแสดงออกดูเหมือนยั่วยวน พยายามเข้าหาผู้อื่น โดยเฉพาะเพศตรงข้าม ด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และใช้ลักษณะภายนอกของตนเองดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น เช่น ชอบแต่งตัวยั่วยวนเพื่อให้ตนเองเป็นจุดสนใจ แสดงอารมณ์ ลักษณะท่าทางและการพูดเกินจริง โดยอาจมีลักษณะท่าทางและการพูดเหมือนกำลังเล่นละคร คล้อยตามสถานการณ์หรือถูกผู้อื่นโน้มน้าวได้ง่าย


แสดงออกถึงความสนิทสนมกับผู้อื่นมากเกินจริง คิดไปเองว่าสนิทสนมกับอีกฝ่าย ทั้งที่อีกฝ่ายอาจไม่ได้รู้สึกสนิทใจด้วย รู้สึกเบื่อหรือหงุดหงิดง่าย เช่น เบื่อหน่ายกิจวัตรประจำวัน อดทนทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ เป็นต้น ด่วนตัดสินใจ ละเลยการไตร่ตรองเหตุผลอย่างรอบคอบ ไม่อาจรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว มักแสดงพฤติกรรมที่ดูไม่จริงใจ หรือมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นเพียงผิวเผิน ขู่ว่าจะฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น

*สาเหตุของฮิสทีเรีย*

ในปัจจุบันแพทย์ยังไม่อาจอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดบุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทีเรียได้อย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าอาจมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องบางประการ ได้แก่ พันธุกรรม ผู้ที่บุคคลในครอบครัวมีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรียอาจเสี่ยงมีบุคลิกภาพเช่นเดียวกันนี้มากกว่าคนอื่น ๆ การเรียนรู้ โดยเฉพาะเด็กที่สมาชิกในครอบครัวมีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรีย อาจเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว

ลักษณะการเลี้ยงดู เด็กที่เติบโตโดยไม่ได้รับการอบรมอย่างเหมาะสมหรือไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร อาจเสี่ยงมีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรียได้ เช่น เด็กที่ไม่เคยถูกตักเตือนหรือลงโทษเมื่อทำผิด เด็กที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่อย่างสม่่ำเสมอ ปัจจัยส่วนบุคคล เช่น ลักษณะทางจิตวิทยา วิธีจัดการกับอารมณ์และความเครียดของแต่ละคน เป็นต้น

*การวินิจฉัยฮิสทีเรีย*

ผู้ป่วยโรคนี้มักทราบว่าตนเองมีบุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทีเรียจากการไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการป่วยอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า ซึ่งหากพบว่ามีสัญญาณของบุคลิกภาพที่ผิดปกติ แพทย์จะวินิจฉัยด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

สอบถามประวัติทางการแพทย์ เช่น อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น รวมถึงสังเกตพฤติกรรมการแสดงออกและบุคลิกภาพโดยรวม ตรวจร่างกายและตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การวินิจฉัยจากภาพถ่ายระบบประสาท (Neuroimaging) หรือการตรวจเลือดเพื่อตัดสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอาการลักษณะเดียวกันออกไป พบจิตแพทย์ หากผลตรวจร่างกายและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบความผิดปกติทางร่างกายใด ๆ แพทย์จะส่งตัวผู้ป่วยไปให้จิตแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการผิดปกติทางจิต โดยใช้คำถามสำหรับวินิจฉัยอาการป่วยทางจิตโดยเฉพาะ จากนั้นจึงเสนอแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

*การรักษาฮิสทีเรีย*

บุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทีเรียรักษาได้ด้วยการใช้จิตบำบัด ซึ่งเป็นการพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อหาสาเหตุของการแสดงพฤติกรรมผิดปกติ และช่วยปรับกระบวนการคิดและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยพฤติกรรมอันเหมาะสม ส่วนผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล เป็นต้น แพทย์อาจใช้จิตบำบัดควบคู่กับการใช้ยารักษาตามอาการนั้นๆ

*ภาวะแทรกซ้อนของฮิสทีเรีย*

ผู้ที่มีบุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทีเรียอาจเสี่ยงเกิดภาวะซึมเศร้ามากกว่าคนปกติ เนื่องจากบุคลิกภาพที่ผิดปกติจะส่งผลกระทบต่อการรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่น ผู้ป่วยอาจรับมือกับความสูญเสียหรือความผิดหวังไม่ได้ รวมถึงนิสัยเบื่อหน่ายง่ายและมีความอดทนต่ำที่อาจส่งผลให้เปลี่ยนงานบ่อย นอกจากนี้ บางรายอาจต้องการความตื่นเต้น จนทำให้ต้องเผชิญเรื่องเสี่ยงอันตรายอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ทั้งสิ้น

*การป้องกันฮิสทีเรีย*

บุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทีเรียนั้นยากที่จะป้องกันได้ เนื่องจากยังไม่พบสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติอย่างแน่ชัด อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงดูเอาใจใส่ให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสม และรู้จักจัดการกับความเครียดหรือความผิดหวังด้วยวิธีการที่ถูกต้อง อาจเป็นแนวทางลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดบุคลิกภาพผิดปกติชนิดฮิสทีเรียที่พอจะทำได้

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: www.thaiseeyou.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
wiskywisky's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,879 ครั้ง
โพสท์โดย wiskywisky
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดนิสัยจากวันเกิดจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยสรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชนจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยสรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประเทศที่มีความสุภาพที่สุดในโลก แล้วไทยอยู่อันดับที่เท่าไหร่?เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?นักบินอวกาศคนแรกของโลก"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่