หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อียิปต์โบราณใช้ “เมล็ดข้าว” เพื่อทดสอบการตั้งครรภ์

เขียนโดย Amity609

สมัยนี้ถ้าผู้หญิงอยากรู้ว่าตนตั้งครรภ์หรือไม่ ? ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก จากการที่หาชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์สมัยใหม่ได้ แต่ถ้าเป็นอดีตนับพันปีล่ะจะรู้ได้ยังไง ? ว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ วันนี้เราจะพาย้อนเวลาไปยุคอียิปต์โบราณกัน เกี่ยวกับการทดสอบการตั้งครรภ์นี้

1. สัญญาณว่ากำลังตั้งครรภ์
หากผู้หญิงมีอาการประจำเดือนขาด, คัดเต้านม, คลื่นไส้, อาเจียน ฯลฯ นี่ก็อาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ทว่ามนุษย์ไม่เพียงแต่สังเกตจากสัญญาณจากปฎิกิริยาทางร่างกายเหล่านี้ แต่เมื่อราว 3,000 ปีที่แล้ว ก็ได้คิดค้นวิธีทดสอบการตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้ว โดยชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งถือว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

2. ทดสอบยังไง ?
ได้มีการขุดค้นพบเอกสารในอียิปต์โบราณที่ทำมาจาก "ต้นปาปิรุส" ที่มีอายุราว 1,400 ปีก่อนคริสต์ศักราช ระบุว่าได้ใช้ปัสสาวะรดเมล็ดข้าวสาลี และเมล็ดข้าวบาร์เลย์เป็นเวลาหลายวัน หากข้าวบาร์เลย์งอกก่อนแสดงว่าในครรภ์คือ "ผู้ชาย" แต่หากข้าวสาลีงอกก่อนแสดงว่าในครรภ์คือ "ผู้หญิง" หาแต่ว่าถ้าข้าวทั้ง 2 ชนิดไม่มีการงอก นั่นแสดงว่าไม่ได้ตั้งครรภ์


An Egyptian papyrus, from between 1500 and 1300 BC,
offers a method for diagnosing pregnancy.


Wheat Grain


Barley-seed-grain-yellow

3. ความแม่นยำล่ะ ?
ซึ่งเรื่องนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ? ในปี 1963 นักวิทยาศาสตร์จึงได้ทดลอง วิธีทดสอบการตั้งครรภ์ของชาวอียิปต์โบราณดู พบว่าการใช้ปัสสาวรดเมล็ดข้าวนี้มีความแน่นยำกว่า 70% แต่ไม่อาจจะสามารถรู้เพศของเด็กได้อย่างแม่นยำ เพราะปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเมล็ดข้าว แต่ปัสสาวะของหญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ และปัสสาวะของผู้ชายไม่อาจทำให้เมล็ดข้าวเติบโตได้

4. วิวัฒนาการการทดสอบ
นักวิชาการระบุว่านี่อาจเป็นการทดสอบครั้งแรก เพื่อตรวจหาสารพิเศษในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งคาดว่าระดับ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) นั้นมีสูงมาก จึงส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเมล็ดข้าว

ส่วนการทดสอบการตั้งครรภ์สมัยใหม่มีขึ้นเมื่อปลายทศวรรษที่ 1920 โดยใช้ปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ฉีดเข้าไปในสัตว์ทดลอง เช่น หนู, กระต่าย, กบ และสังเกตว่าจะทำให้พวกมันตกไข่หรือไม่ และนับตั้งแต่มีการทดสอบวิธีนี้ การทดสอบสมัยใหม่จึงมุ่นเน้นไปในการตรวจหาฮอร์โมน "HCG"

5. วิวัฒนาการในปัจจุบัน
เมื่อไข่ของผู้หญิงได้รับการปฎิสนธิโดยสเปิร์มของผู้ชาย ไข่ก็จะเริ่มเติบโตเป็นตัวอ่อนและปล่อย ฮอร์โมน HCG (Human chorionic gonadotropin) ที่ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณบอกให้มดลูก หยุดรอบเดือนปกติของผู้หญิง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ หลังจากที่ HCG ส่งสัญญาณเสร็จแล้ว ก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ ดังนั้นปัสสาวะของหญิงมีครรภ์จึงมีส่วนผสมของ HCG ที่นำมาใช้เป็นตัวทดสอบการตั้งครรภ์



ซึ่งปัจจุบันผู้หญิงสามารถรู้ได้ว่าตนเองตั้งครรภ์หรือไม่ ก็ราว 10 วันหลังการปฎิสนธิหรือสองสามวันก่อนประจำเดือนขาด ซึ่งง่ายและสะดวกที่สุด โดยหาซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์ได้ที่ร้านขายยาทั่วไป ซึ่งต่างจากในช่วงทศวรรษที่ 1930 จะต้องไปพบแพทย์ ส่งปัสสาวะไปตรวจที่ห้องแล็บ จากนั้นก็ต้องรออีก 1 สัปดาห์ถึงจะทราบผลการตรวจ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าชาวอียิปต์โบราณรู้จักเรียนรู้ธรรมชาติของมนุษย์ จนได้คิดค้นการทดสอบการตั้งครรภ์ที่เก่าแก่ที่สุด ที่ทิ้งร่องรอยไว้หลายพันปีต่อมาได้อย่างชาญฉลาด

เรียบเรียงเนื้อหาใหม่โดย: amity 86
ขอบคุณภาพ : google
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Amity609's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 350 ครั้ง
เขียนโดย Amity609
นักเขียนสมัครเล่น ที่ขี้เล่นเฮฮาตามประสา และชอบขีดเขียนไปเรื่อยเปื่อย จากเรื่องราวที่น่าสนใจทั่วโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเกาะภูเขาไฟที่ถูกเรียกว่า “ไข่มุกสีดำแห่งเมดิเตอร์เรเนียน”เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันไม้สักปลวกไม่กิน จริงหรือ? ความจริงอยู่ที่ “แก่นไม้” และสารธรรมชาติในเนื้อไม้ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านฝางมีเสน่ห์จากภูเขา ชุมชน และอาหารท้องถิ่นจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านรายการโหนกระแสของ “หนุ่ม กรรชัย” มีรายได้ตอนละเท่าไหร่เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก“ดวงตาพญานาคา” ส่องประกายกลางภูลังกา ทำไมหลุมหินธรรมชาติถึงดูเหมือนมี “ดวงตา” จริง ๆ?เด็กไม่ยอมคาดเข็มขัด เครื่องบินต้องย้อนกลับ ก่อนเที่ยวบินถูกยกเลิก7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไม้สักปลวกไม่กิน จริงหรือ? ความจริงอยู่ที่ “แก่นไม้” และสารธรรมชาติในเนื้อไม้ฝางมีเสน่ห์จากภูเขา ชุมชน และอาหารท้องถิ่น“ดวงตาพญานาคา” ส่องประกายกลางภูลังกา ทำไมหลุมหินธรรมชาติถึงดูเหมือนมี “ดวงตา” จริง ๆ?แตงกวา ผักกรอบฉ่ำน้ำที่ดูธรรมดา แต่มีประโยชน์กว่าที่หลายคนคิดรายการโหนกระแสของ “หนุ่ม กรรชัย” มีรายได้ตอนละเท่าไหร่เด็กไม่ยอมคาดเข็มขัด เครื่องบินต้องย้อนกลับ ก่อนเที่ยวบินถูกยกเลิก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไม้สักปลวกไม่กิน จริงหรือ? ความจริงอยู่ที่ “แก่นไม้” และสารธรรมชาติในเนื้อไม้10 อาชีพที่มีรายได้สูงโดยไม่จำเป็นต้องจบมหาวิทยาลัย พร้อมลักษณะงานและรายได้โดยประมาณทำไมเห็ดราจึงใกล้ชิดสัตว์มากกว่าพืช ทั้งที่หน้าตาคล้ายพืชวัสดุสีดำที่สุดในโลกที่ทำให้วัตถุสามมิติดูเหมือนหลุมดำแบนราบ
ตั้งกระทู้ใหม่