หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อาณานิคมผึ้งล่มสลาย เป็นวันที่ไม่มีโลกต่อไป

เขียนโดย MaYee

     หากโลกของเหล่าผึ้งล่มสลายลง สิ่งที่ตามมาคือโลกของเราและผู้คนจะอยู่ได้อีกเพียง 4 ปีนี้เป็นคำพูดของสุดยอดอัจฉริยะ อัลเบิร์ตไอน์สไตน์

     อย่างที่เราเคยเรียนกันมาว่าหน้าที่ของผึ้งคือผสมเกสรเพื่อขยายพันธุ์พืช เพราะเป็นนักผสมเกสรมือฉกาจจึงทำให้การมีอยู่ของบรรดาผึ้งสำคัญต่อเกษตรกรรวมไปถึงปากท้องของผู้คน จนสามารถพูดได้ว่าคุณภาพโภชนาการที่ดีที่ผึ้งได้รับคือคุณภาพอาหารที่ดีของเราอีกด้วย

    ในช่วงหลายปีมานี้ได้มีข่าวเกี่ยวกับผึ้ง สิ่งที่ข่าวรายงานนั้นคือบรรดาผึ้งผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องอยู่แบบอดๆ อยากๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแหล่งอาหารอย่างดอกไม้ค่อยๆ หายไปจากธรรมชาติ ทำให้ผึ้งต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำหวานในเกสรดอกไม้ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิต เรื่องน่าตกใจอีกอย่างคือผึ้งที่ล้มตายไม่ได้ทิ้งร่างไว้บริเวณรอบๆ รัง ทำให้เกิดคำถามว่าแล้วผึ้งที่ตายหายไปไหน แม้จะยังไม่มีใครให้คำตอบได้ชัดเจน แต่ก็มีการคาดเดาว่าอาจเกิดจากมลพิษทางอากาศที่ทำให้ความแรงของเคมีจากดอกไม้ลดลงจนผึ้งค้นหาลำบาก รวมถึงความสามารถในการรับรู้และจดจำเส้นทางของผึ้งลดลงซึ่งเป็นไปได้ว่ามีสาเหตุมาจากสารเคมีในยาฆ่าแมลงที่เข้าไปรบกวนสมองของผึ้งส่งผลให้การรับรู้กลิ่นดอกไม้ซึ่งเป็นแหล่งอาหารลดลงจนไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้และตายในที่สุด

     จริงๆแล้วผึ้งไม่ได้ตั้งใจผสมเกสรเพื่อสร้างอาหารให้กับเรา เพียงแต่ผึ้งต้องการพลังงานจากน้ำหวานเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด ถึงอย่างนั้นผึ้งก็ยังถือเป็นแมลงที่สร้างคุณูปการให้แก่โลก ผู้เชี่ยวชาญนิยามภาวะของประชากรผึ้งที่หายไปอย่างรวดเร็วว่า “การล่มสลายอย่างผิดปกติของอาณานิคมผึ้ง” ไม่ใช่แค่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วแต่ยังคงทิ้งปริศนาของการตายเอาไว้ เมื่อจำนวนผึ้งลดลงผลผลิตที่ถูกนำมาใช้เป็นอาหารสำหรับมนุษย์ก็น้อยลงด้วยเช่นกัน เพราะผึ้งเป็นแมลงที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการผสมเกสร สามารถแพร่กระจายเกสรได้ในวงกว้างอย่างแข็งแกร่งแบบที่ผีเสื้อและแมลงชนิดอื่นๆ ทำไม่ได้ ส่งผลให้พืชไม่เติบโตตามกลไกธรรมชาติ ราคาอาหารจึงเพิ่มขึ้น ที่เห็นง่ายๆ เลยคือน้ำผึ้งในสหรัฐอเมริกามีราคาแพงกว่าเดิมหลายเท่า

     หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีทำไร่ของเกษตรกรหลายรูปแบบ เกษตรกรบางกลุ่มเลิกปลูกพืชคลุมหน้าดินซึ่งเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่เพิ่มไนโตรเจนให้กับดิน พืชคลุมหน้าดินรวมถึงวัชพืชอย่างพืชดอกเป็นแหล่งอาหารสำหรับผึ้ง และเมื่อเกษตรกรหันมาปลูกพืชชนิดเดียว เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง มากขึ้นเรื่อยๆ แหล่งอาหารของผึ้งก็ลดตามไปด้วย โดยส่วนใหญ่ผึ้งได้รับโปรตีนและพลังงานจากเกสรรวมถึงน้ำหวานดอกไม้ แต่ในปัจจุบันดอกไม้เองก็เต็มไปด้วยสารพิษที่ตกค้างจากการทำเกษตรกรรม แม้แต่เมล็ดพืชก็ถูกเคลือบด้วยยาฆ่าแมลง หากผึ้งได้รับในปริมาณมากจะทำให้ชักกระตุกและตายไป

     ปรสิตในตัวผึ้งก็นับว่ามีส่วนสำคัญในการคร่าชีวิตประชากรผึ้ง Varroa คือไรชนิดหนึ่ง เป็นนักฆ่าแสนอันตรายสำหรับผึ้ง ไรชนิดนี้จะแฝงตัวดูดเลือดและปล่อยไวรัสเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดอาการติดเชื้อในผึ้ง เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงจึงส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอย่างเช่น ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน นอกจากปรสิตที่เข้ามารุกรานทำลายฝูงผึ้งทั่วโลกแล้วแหล่งอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีก็เช่นกัน สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารและยุโรป (EFSA) ระบุว่าการตายของพืชจำนวนมากในยุโรปมีสาเหตุมาจากปุ๋ย Neonicotinoids รัฐสภายุโรปจึงเสนอให้ลดใช้ยาฆ่าแมลง โดยปกติแล้วผึ้งมีระบบคัดแยกตัวที่ป่วยออกจากรัง ทำให้ผึ้งทั้งฝูงมีสุขภาพดี ผึ้งงานจะบินไปยังพืชและขูดยางไม้ที่เราเรียกว่าพรอพอลิส (Propolis) ออกจากใบแล้วนำกลับไปที่รัง พรอพอลิสเป็นยาฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ ที่สามารถฆ่าแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อโรคอื่นๆ ภายในรัง แต่ปัจจุบันยาฆ่าเชื้อเหล่านี้กลับกลายเป็นยาพิษสำหรับผึ้งเพราะสารเคมีกำจัดแมลงที่ตกค้างอยู่ในพืช

     ลองคิดดูกันนะครับว่าหากผึ้งหายไปจากโลกนี้ ประชากรมนุษย์เองก็ไม่อาจดำรงเผ่าพันธุ์ได้ เพราะแหล่งต้นทางอาหารที่ค่อยๆ หายไป ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าไม่มีอะไรสายเกินแก้ อาจจะยากสักหน่อยแต่อย่างน้อยความเป็นไปได้ก็ไม่เท่ากับศูนย์ คงจะดีไม่น้อยถ้าเราหันมาทำการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี รักษาความสมดุลทางธรรมชาติ อาจช่วยยืดอายุทั้งผึ้งและผู้คน รวมถึงส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับลูกหลานในอนาคต  

     ทุกมีความคิดเห็นอย่างไรคอมเม้นท์ได้นะครับ

เนื้อหาโดย: MaYee
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
MaYee's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 730 ครั้ง
เขียนโดย MaYee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
6 VOTES (3/5 จาก 2 คน)
VOTED: pakpranang, บุญถนอม
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
วัดเขาตะแบก ศรีราชา เส้นทางสายบุญพร้อมสกายวอล์คชมวิวชลบุรีจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยทำไมฝาถังน้ำมันรถแต่ละคันอยู่คนละฝั่ง? ไม่ใช่เรื่องสุ่มอย่างที่คิดแรงงานกัมพูชาหาย กระทบไทยแค่ไหน? สื่อเขมรหยิบประเด็นเศรษฐกิจชายแดนมาเล่นลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย10 จักรวรรดิ ที่เคยเป็นมหาอำนาจของโลกก่อนยุคปัจจุบันจังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเลขนมโตเกียวมีขายที่ญี่ปุ่นไหม ชื่อญี่ปุ่นแต่เป็นขนมไทยต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้พราหมณศาสตรา ตอนที่ 1 ศิวะ BRAHMASTRA: part one SHIVA ระเบิดความมันส์เปิดจักรวาลแอสตร้า ศุกร์นี้ทั่วโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมคนเรายังมีฟันคุด ทั้งที่หลายคนต้องผ่าถอนออกแปรงฟันแล้วทำไมยังมีกลิ่นปาก? จุดเล็ก ๆ บนลิ้นที่หลายคนมองข้ามวัดเขาตะแบก ศรีราชา เส้นทางสายบุญพร้อมสกายวอล์คชมวิวชลบุรีแรงงานกัมพูชาหาย กระทบไทยแค่ไหน? สื่อเขมรหยิบประเด็นเศรษฐกิจชายแดนมาเล่นทำไมฝาถังน้ำมันรถแต่ละคันอยู่คนละฝั่ง? ไม่ใช่เรื่องสุ่มอย่างที่คิดNokia เคยครองตลาดมือถือไทย แล้วทำไมวันนี้แทบไม่เห็นในร้านทั่วไป?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้จักกันไหมกับ “ออกซิเจนมืด” ว่ามันคืออะไร ?ขนมโตเกียวมีขายที่ญี่ปุ่นไหม ชื่อญี่ปุ่นแต่เป็นขนมไทยขนมจีนมีขายที่จีนไหม ชื่อเหมือนจีนแต่จริงๆ เป็นอาหารไทยคนละเรื่องที่อเมริกามีข้าวผัดอเมริกันขายไหม ชื่ออเมริกันแต่จริงๆ เป็นอาหารไทย
ตั้งกระทู้ใหม่