คนแบบไหนที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อ "โรคมะเร็ง"
เขียนโดย NOOK BOOD
คนแบบไหนที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อ "โรคมะเร็ง"
ความจริงแล้ว โรคมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พฤติกรรมที่มีโอกาสเสี่ยงมากที่สุด จากหนังสือ FOOD THERAPY กินสยบโรค แต่งโดย ธีระวุฒิ ปัญญา ได้กล่าวว่าคือคนกลุ่มดังต่อไปนี้
- คนที่สูบบุหรี่ โดยจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อย่างเช่นมะเร็งปอดหรือมะเร็งกล่องเสียง เป็นต้น
- คนที่ดื่มสุราบ่อยๆ โดยจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ ซึ่งถ้าเป็นผู้ดื่มสุราและสูบบุหรี่จัดไปพร้อมๆ กันด้วย ยิ่งจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งช่องปากและในลำคอด้วย
- คนที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี
- คนที่ชอบกินอาหารที่มีเชื้อราปนเปื้อนด้วยสารพิษอัลฟาทอกซิล อย่างในถั่วลิสงป่น โดยคนกลุ่มนี้จะเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งตับมาก
- คนที่กินอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ เยื่อบุมดลูก และต่อมลูกหมาก
- คนที่ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและกินอาหารที่ใส่ดินประสิวบ่อยๆ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับ รวมถึงจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่
- คนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจากความผิดปกติจากพันธุกรรมหรือติดเชื้อไวรัส เอดส์ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งของหลอดเลือด เป็นต้น
- คนที่กินอาหารเค็มจัด อาหารที่ไหม้เกรียม จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่
- คนที่มีประวัติว่าสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็ง
- คนมีกิจกรรมกลางแดดจัดเป็นประจำ ซึ่งจะได้รับปริมาณของแสงอัลตราไวโอเลตในปริมาณสูง ทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้
หากสังเกตพบว่าร่างกายมีความผิดปกติดังต่อไปนี้ อาจเข้าข่ายเป็นมะเร็งได้ จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษาเป็นการด่วนที่สุด
- ระบบขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะเกิดความเปลี่ยนแปลง อย่าง เช่น อุจจาระเป็นสีดำ ปัสสาวะเป็นเลือด เป็นต้น
- มีอาการเสียดแน่นท้องเป็นเวลานาน จะกลืนอาหารก็ลำบาก
- มีอาการไอเรื้อรัง จนทำให้เสียงแหบ
- มีอาการเลือดหรือตกขาวที่ผิดปกติจากเดิม อย่างเช่น มีกลิ่นเหม็น
- หากเกิดแผลจะรักษาได้ยาก ไม่ยอมหายสักที
- หูดหรือไฝตามร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
- มีก้อนที่เต้านมหรือบริเวณส่วนอื่นของร่างกาย
- มีเลือดกำเดาไหลออก บางครั้งก็เกิดอาการหูอื้อ
โพสท์โดย: NOOK BOOD
อ้างอิงจาก: หนังสือ FOOD THERAPY กินสยบโรค แต่งโดย ธีระวุฒิ ปัญญา
อ้างอิงจาก: หนังสือ FOOD THERAPY กินสยบโรค แต่งโดย ธีระวุฒิ ปัญญา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: NOOK BOOD
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แนวทางเลขเด็ด "ทักษาพารวย" งวด 16 ตุลาคม 2569 รวมเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัว
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
ตุรกีบล็อกเว็บไซต์ดัง อ้าง “โฆษณาชวนเชื่อ LGBTQ+” เกิดอะไรขึ้นกับเสรีภาพบนโลกออนไลน์ ?
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
รู้จัก จังหวัดขนาดเล็ก คนน้อย ดังมาก นักท่องเที่ยวเยอะตลอดทั้งปี แห่งเมืองสามหมอก
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
“Día de los Muertos” วันแห่งความตายสไตล์เม็กซิกันที่เปลี่ยนงานศพให้เป็นสีสัน
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
ทำไมเราถึงเรียกคนกวนๆ ว่า “กวนตีน”? เปิดที่มาคำโบราณสุดคลาสสิกที่ใช้กันติดปากแต่หลายคนไม่เคยรู้!Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตุรกีบล็อกเว็บไซต์ดัง อ้าง “โฆษณาชวนเชื่อ LGBTQ+” เกิดอะไรขึ้นกับเสรีภาพบนโลกออนไลน์ ?
แนวทางเลขเด็ด "ทักษาพารวย" งวด 16 ตุลาคม 2569 รวมเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัว
วัดโทไดจิ หนึ่งในวัดเก่าแก่ยอดนิยมของญี่ปุ่น
“Día de los Muertos” วันแห่งความตายสไตล์เม็กซิกันที่เปลี่ยนงานศพให้เป็นสีสัน
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
เปิดข้อสงสัย ล้อรถยนต์ไม่มียางใน แล้วเก็บลมไว้ได้อย่างไร?กระทู้อื่นๆในบอร์ด
สาระ เกร็ดน่ารู้
หมู่บ้านไทยมีงบ 2–4 แสนบาท แต่เงินก้อนนี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง
“Día de los Muertos” วันแห่งความตายสไตล์เม็กซิกันที่เปลี่ยนงานศพให้เป็นสีสัน
ทำไมเด็กบางโรงเรียนในไทย ไม่ต้องแบกหนังสือทุกเล่มกลับบ้าน
เมื่อจู่ๆ แผ่นดินก็กลืนเมือง! เจาะลึก “หลุมยุบยักษ์” (Sinkholes) ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดสยองที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว