"รุกหรือรับ ใครเสี่ยงติด HIV มากกว่ากัน? เรื่องจริงที่หลายคนอาจยังไม่รู้"
สวัสดีครับ วันนี้ขออนุญาตมาตั้งกระทู้คุยเรื่องสุขภาพที่หลายๆ คนอาจเคยสงสัย แต่ไม่กล้าถามกันตรงๆ นั่นก็คือ...
"ระหว่างฝ่ายรุกกับฝ่ายรับ ใครเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี (HIV) มากกว่ากัน?"
ขอเล่าแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมเองก็เคยสงสัยเหมือนกันช่วงที่เริ่มมีแฟนใหม่ๆ ด้วยความที่เราอยากดูแลตัวเองและแฟนให้ดีที่สุด เลยไปหาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ พอได้อ่านจริงๆ ก็ตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะความเสี่ยงมันไม่เท่ากันจริงๆ ด้วย!
คำตอบสั้นๆ คือ "ฝ่ายรับ" เสี่ยงมากกว่าฝ่ายรุกครับ
สาเหตุเป็นเพราะอะไร?
เวลามีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ทางทวารหนัก (anal sex) เนื้อเยื่อภายในทวารหนักมีความบางและบอบบางมากกว่าผิวหนังหรือเยื่อบุช่องคลอด ทำให้มีโอกาสเกิดแผลขนาดเล็กที่บางทีเราไม่รู้สึกเลยก็ได้ ซึ่งแผลเหล่านี้แหละครับเป็นช่องทางสำคัญที่ไวรัสเอชไอวีจะเข้าไปสู่กระแสเลือดได้ง่าย
นอกจากนี้ น้ำเชื้อหรือของเหลวที่มีเชื้อ ถ้าค้างอยู่ในช่องทวารหนัก ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ไวรัสจะติดต่อได้อีก เพราะผิวภายในนั้นมีเส้นเลือดเล็กๆ มากมาย และไวรัสสามารถซึมผ่านเข้าไปได้ง่ายกว่าผิวหนังธรรมดาเยอะเลย
แล้วฝ่ายรุกล่ะ? เสี่ยงไหม?
เสี่ยงเหมือนกันครับ แต่เสี่ยงน้อยกว่าฝ่ายรับประมาณ 10-15 เท่า (ขึ้นอยู่กับการป้องกันและพฤติกรรมอื่นๆ ด้วย)
ฝ่ายรุกจะมีความเสี่ยงก็ต่อเมื่อมีแผลที่องคชาต หรือเยื่อบุผิวหนังชำรุด ซึ่งอาจเกิดจากแรงเสียดสีระหว่างมีเพศสัมพันธ์ หรือถ้าไปสัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งของฝ่ายรับที่มีเชื้อ ก็มีโอกาสติดเชื้อได้เช่นกัน
แล้วต้องทำยังไง ถึงจะลดความเสี่ยง?
ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรุกหรือรับ (สำคัญมาก)
ใช้สารหล่อลื่นควบคู่ เพื่อป้องกันการเกิดแผลและลดแรงเสียดสี
ตรวจเลือดหา HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นถ้ามีพฤติกรรมเสี่ยง
ศึกษาเรื่อง PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสสำหรับคนที่ยังไม่ติดเชื้อ แต่ต้องการลดความเสี่ยง
ถ้าเผลอมีความเสี่ยงสูง เช่น ถุงยางแตก หรือมีเซ็กซ์แบบไม่ป้องกัน ควรไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาใช้ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ภายใน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยง
ไม่ว่าจะเป็นรุกหรือรับ เราทุกคนมีความเสี่ยงเหมือนกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าในเชิงตัวเลขและโอกาส ฝ่ายรับจะมีความเสี่ยงสูงกว่าค่อนข้างมาก ถ้าเรารู้ข้อมูลพวกนี้ เราจะได้วางแผนป้องกันตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ห่วงตัวเอง แต่ยังรวมถึงคู่ของเราด้วยครับ
สุดท้ายนี้ อยากบอกว่าการดูแลสุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยครับ มันคือการรับผิดชอบต่อตัวเองและคนรอบข้าง ใครมีประสบการณ์ หรือเทคนิคเพิ่มเติมในการป้องกัน อยากแชร์กัน เชิญเลยนะครับ มาแลกเปลี่ยนข้อมูลดีๆ กัน
ขอให้ทุกคนมีสุขภาพดีและปลอดภัยครับ!
#HIV #สุขภาพทางเพศ #ปลอดภัยไว้ก่อน #ใช้ถุงยาง #PrEP #PEP #รักตัวเอง
เขียนโดย sansanti
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
ขนลุกซู่ในเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อจิ๋วใต้ผิวดึงเส้นขนตั้งได้อย่างไร
ผักพื้นบ้านที่คนนิยมกินคู่ลาบอีสาน เสน่ห์จากท้องทุ่งที่อยู่เคียงสำรับมาหลายชั่วคน
FBI ใช้ Windows Device ID ติดตามตัวแฮกเกอร์ได้
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย
หยาดโลหะเหล็กไหล จากพวงองุ่นสีดำ สู่กลไกธรณีวิทยาที่ซ่อนอยู่ในก้อนแร่
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
คิดว่าคนรุ่นเรา โตไปจะเหงาเหมือนคนรุ่นพ่อแม่ไหม
EXP กับ BBF ต่างกันอย่างไร? อ่านฉลากให้ถูกก่อนตัดสินใจทิ้งอาหาร
"บิว ภูริพล" ทำโลกหันมามอง! สื่อสเปนตั้งฉายา "คนไทยที่บินได้" หลังวิ่งต่ำกว่า 10 วิอีกครั้ง
5 ประเทศที่นำเข้ายางพาราไทยมากที่สุดของโลก
ระทึก! เก๋งเอนกประสงค์ไฟไหม้วอดทั้งคัน คาดระบบไฟฟ้ารถลัดวงจร
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก



