เด็กชาย วัย 13 ปี ชาวโมร็อกโก ถูกเดนมนุษย์มอมยา-รุมข่มขืน ในงานเทศกาลใหญ่ของประเทศ
เกิดเหตุคดีสะเทือนใจชาวโมร็อกโก หลังมีเด็กชาย วัย 13 ปี ถูกกลุ่มผู้ชายนับสิบมอมยาและทำการล่วงละเมิดทางเพศ หลังเด็กชายช่วยผู้เป็นแม่หารายได้เสริมด้วยการขายของในงานเทศกาลใหญ่ของประเทศ
สื่อต่างประเทศรายงานว่า โมฮาเหม็ด (นามสมมุติ) เด็กชายวัย 13 ปี คนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองยูซูฟียา ประเทศโมร็อกโก เขากำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเล็ก และอยู่กับแม่เพียงแค่สองคน ด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่ดี ประกอบกับเป็นเด็กขยัน เขาจึงหางานพิเศษทำเพื่อช่วยแม่ของเขา ทั้งการขายกระเป๋า และทำงานในตามจุดจอดรถต่างๆ
โดยในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โมฮาเหม็ด เห็นช่องว่ามีเทศกาลใหญ่ของประเทศอย่าง มูสเซม ที่เป็นเทศกาลที่มีคนมาร่วมหลายแสนคน จัดขึ้นที่เมืองบริเวณชายฝั่งของอัลจาดีดา เขาจึงเดินทางไปหาขายของเพื่อหารายได้เสริมที่นั้น ก่อนที่คืนนั้นเองที่เขาถูกล่อลวง มอมยา และล่วงละเมิดทางเพศจากกลุ่มชายนับสิบภายในเต้นท์จนสลบ ก่อนที่พวกมันจะทิ้งเขาไว้
สื่อต่างประเทศรายงานอีกว่า หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โมฮาเหม็ด พยายามเดินทางกลับบ้านด้วยรถบัส ผู้โดยสารบนรถบัสเห็นอาการของเขาจึงรีบแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ ก่อนที่ตำรวจจะพาตัวเด็กส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา
หลังการประเมินอาการอย่างละเอียด ทีมแพทย์ยืนยันอาการเบื้องต้นว่า โมฮาเหม็ด ถูกล่วงละเมิดทางเพศ อาการเข้าขั้นวิกฤต ไม่สามารถขยับตัวหรือพูดคุยโต้ตอบได้ มีโอกาสสูญเสียการมองเห็นจากฤทธิ์ของยา และการถูกล่วงละเมิดทางเพศ อาจจะส่งผลต่อสภาพจิตใจและพฤติกรรมที่อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงได้ จึงต้องเข้ารับการประเมินและรักษาจากจิตแพทย์อีกครั้ง
สื่อต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมว่า ตำรวจโมร็อกโกได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยบางส่วนได้แล้วและสามารถระบุผู้ต้องสงสัยอื่นๆได้เพิ่มอีก ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มและเตรียมดำคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด
หลังจากข่าว โมฮาเหม็ด ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศโมร็อกโกเป็นอย่างมาก จุดฉนวนให้เกิดข้อเรียกร้องให้มีการนำกฎหมายประหารชีวิตกลับมาใช้อีกครั้ง

















