Call Me By Your Name…คุณอาจมองลูกพีชเปลี่ยนไป
ลูกพีช ลูกเล็ก ๆ กลิ่นหอมละมุน สีชมพูอมส้ม และมีขนสีขาวปกคลุมบาง ๆ ที่เรามักมองข้าม กลับกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญในโลกของภาพยนตร์เรื่อง Call Me By Your Name (2017) ผลงานโรแมนติกดราม่าและคัมมิ่งออฟเอจของ ลูกา กวาดาญีโน ผู้กำกับชาวอิตาเลียน
กวาดาญีโน เคยพูดไว้ว่า ลูกพีชเป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่อง ไม่ใช่แค่ฉากช็อกสายตา แต่ยังเป็นตัวแทนความใกล้ชิดระหว่างสองพระเอก “โอลิเวอร์” (อาร์มี แฮมเมอร์) และ “เอลิโอ” (ทิโมธี ชาลาเมต์)
ฉากลูกพีชในเรื่องไม่ได้เป็นแค่ฉากเซ็กซ์แบบโจ่งแจ้ง แต่เป็นการถ่ายทอด ความใคร่และความปรารถนา ของเอลิโอวัย 17 ผ่านภาษากายของตัวละคร โอลิเวอร์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ ผู้มาอยู่บ้านเอลลิโอชั่วคราวในฐานะนักศึกษาสายโบราณคดี ค่อย ๆ ย่องเข้ามาในห้อง เอลลิโอนั่งอยู่บนเตียง ทันทีที่โอลิเวอร์สัมผัสถึงรสหวานจากลูกพีชแตกนั้น แววตาเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้เอลลิโอเริ่มอับอาย
นี่ไม่ใช่เพียงการสำรวจร่างกาย แต่เป็น การ ‘รู้’ ถึงตัวตนและแรงปรารถนาของอีกฝ่าย ผ่านสัญลักษณ์ที่เรียบง่ายอย่างลูกพีช
ถ้ามองในภาพรวม ฉากเซ็กซ์ส่วนใหญ่ในหนังจะถ่ายทอดผ่านภาษากายของตัวละครอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเอลลิโอกับมาร์เซีย เพื่อนสาวคนสนิท หรือเอลลิโอกับโอลิเวอร์ แต่ฉากลูกพีชกลับพิเศษกว่า เพราะแสดงถึง ความใคร่ในเชิงลึกและละเอียดอ่อน ให้ผู้ชมได้เข้าใจความรู้สึกของตัวละครอย่างชัดเจนกว่าฉากเซ็กซ์ดุเดือดใด ๆ
อีกนัยหนึ่ง การใช้ลูกพีชในภาพยนตร์เป็นการหยิบยก ผลไม้ในฐานะสัญลักษณ์ทางเพศ ที่มีปรากฏในงานศิลปะมายาวนานหลายศตวรรษมาใช้อย่างชาญฉลาด ทำให้ฉากนี้ทั้งสวยงาม ลึกซึ้ง และแฝงความโรแมนติกแบบอีโรติกที่ไม่ต้องโชว์เกินจริง
Call Me By Your Name จึงไม่ใช่แค่เรื่องรักวัยรุ่นธรรมดา แต่เป็นบทเรียนทางอารมณ์และร่างกายของการค้นพบตัวเอง ความรัก และความปรารถนาในวัยหนุ่มสาว ผ่านสิ่งเล็ก ๆ อย่างลูกพีชที่เรามักมองข้ามไป









