หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ลูกสวาท" ด้านมืดของวงการสงฆ์ในอดีต

เขียนโดย Thai Weapon Channel

"ลูกสวาท" ด้านมืดของวงการสงฆ์ในอดีต

เบื้องหลังความสงบร่มรื่นของวัดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซ่อนไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ด้านมืดที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึง นั่นคือธรรมเนียมการเลี้ยงดูเด็กชายที่เรียกว่า "ลูกสวาท" ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการอุปการะเด็กวัดตามปกติ แต่เป็นพฤติกรรมวิปริตที่เกิดขึ้นในหมู่พระเถระชั้นผู้ใหญ่บางกลุ่ม ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตศรัทธาที่น่าตกใจ จนนำไปสู่การแทรกแซงครั้งสำคัญจากสถาบันพระมหากษัตริย์

ลักษณะของธรรมเนียม 'ลูกสวาท'

ธรรมเนียม "ลูกสวาท" มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากการเลี้ยงดูเด็กวัดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่บทบาทของเด็กชายและความสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อพระผู้ใหญ่ ซึ่งท้ายที่สุดได้นำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง

บทบาทและสถานะของเด็กชาย

เด็กชายที่ถูกเรียกว่า "ลูกสวาท" มีสถานะและหน้าที่ที่พิเศษกว่าเด็กคนอื่นๆ ในวัด ดังนี้:

• การดูแลเป็นพิเศษ: เด็กเหล่านี้จะได้รับการแต่งกายอย่างดีและสวยงาม ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากภาพลักษณ์ของเด็กวัดทั่วไปที่มักจะแต่งกายเรียบง่าย ธรรมเนียมนี้จึงไม่ใช่การอุปการะเลี้ยงดูตามปกติ

• หน้าที่ปรนนิบัติ: บทบาทสำคัญของลูกสวาทคือการรับใช้พระเถระอย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงการล่วงละเมิดและทารุณกรรมทางเพศ (การชำเรา) การกอดจูบ และการนอนร่วมกันกับพระสงฆ์

• การเป็นสัญลักษณ์: การมี "ลูกสวาท" ถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ลงจนกลายเป็นวัตถุสะสม พระเถระบางรูปมีการแสวงหาเด็กเหล่านี้ไว้เป็น "คอลเลคชัน" เพื่อโอ้อวดสถานะและแข่งขันบารมีกันในหมู่พระเถระด้วยกัน

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

เมื่อการมีลูกสวาทกลายเป็นเครื่องมือในการแข่งขันและโอ้อวด จึงนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง มีการใช้กำลังเพื่อแย่งชิง "ลูกสวาท" ของกันและกัน เหตุการณ์เหล่านี้ลุกลามจนกลายเป็นการทะเลาะวิวาทถึงขั้น "ตีรันกันตายด้วยไม้กระบองซั่น" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายและภาวะไร้ศีลธรรมที่เกิดขึ้นจากธรรมเนียมนี้

พฤติกรรมวิปริตและความขัดแย้งรุนแรงนี้ ได้ล่วงรู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณของพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดิน นำไปสู่การตัดสินพระทัยเพื่อปฏิรูปวงการสงฆ์ครั้งสำคัญ

การแทรกแซงจากราชสำนัก

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงเล็งเห็นว่าพฤติกรรมของพระภิกษุบางกลุ่มนั้นเป็น "การวิปริต" อย่างยิ่ง และเป็นภัยต่อความเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้ตรา "กฎหมายพระสงฆ์" ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการชำระสะสางและลงโทษพระสงฆ์ที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัยอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพื่อธำรงรักษาความบริสุทธิ์ของคณะสงฆ์ให้คงอยู่สืบไป

กฎหมายพระสงฆ์: หลักฐานทางประวัติศาสตร์

หนึ่งในหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดซึ่งยืนยันถึงการมีอยู่ของธรรมเนียม "ลูกสวาท" และการรับรู้ของฝ่ายปกครอง คือข้อความที่ปรากฏในกฎหมายพระสงฆ์ที่ตราขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งกล่าวถึงพฤติกรรมนี้ไว้อย่างละเอียด

ลางเหล่าเหนเด็กชายลูกข้าราชการอาณาประชาราษฎร รูปร่างหมดหน้าก็พูดจาเกลี้ยกล่อม ชักชวนไปไว้ แล้วกอดจูบหลับนอนเคล้าคลึง ไปไหนเอาไปด้วย แต่งตัวเด็กโอ่อวดประกวดกันเรียกว่าลูกสวาศ ลูกสุดใจ ก็มีบ้างที่ช่วงชิงลูกสวาศ เกิดความหึงษาพยาบาทจนเกิดวิวาทตีรันกันตายด้วยไม้กระบองซั่น พิจารณาได้ตัวมารับเปนสัตยได้ไม้กระบองซั่นเปนหลายอัน

เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาในตัวบทกฎหมายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สามารถวิเคราะห์วลีสำคัญได้ดังตารางต่อไปนี้

วลีสำคัญในกฎหมาย

คำอธิบายเพื่อความเข้าใจ

"ลางเหล่าเหนเด็กชายลูกข้าราชการอาณาประชาราษฎร รูปร่างหมดหน้า"

ระบุชัดเจนว่าเป้าหมายคือเด็กชายที่มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู โดยไม่จำกัดว่าเป็นบุตรของข้าราชการหรือราษฎรทั่วไป

"พูดจาเกลี้ยกล่อม ชักชวนไปไว้"

ชี้ให้เห็นถึงกระบวนการที่พระสงฆ์ใช้ในการชักจูงหรือล่อลวงเด็กชายเหล่านี้ให้มาอยู่ในการดูแลของตน

"กอดจูบหลับนอนเคล้าคลึง"

อธิบายพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศอย่างชัดเจน ซึ่งในทางปฏิบัติหมายรวมถึงการทารุณกรรมและการข่มขืนกระทำชำเรา

"แต่งตัวเด็กโอ่อวดประกวดกัน"

เน้นย้ำว่าการเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อการอุปการะ แต่เพื่อใช้เป็นเครื่องแสดงสถานะและแข่งขันกันในหมู่พระสงฆ์

"ช่วงชิงลูกสวาศ...จนเกิดวิวาทตีรันกันตายด้วยไม้กระบองซั่น"

สรุปผลลัพธ์ที่โหดร้ายที่สุดของธรรมเนียมนี้ คือความขัดแย้งที่บานปลายจากการหึงหวงและแย่งชิง จนนำไปสู่การฆ่าฟันกันถึงชีวิต

กฎหมายฉบับนี้จึงเปรียบเสมือนแถลงการณ์ที่ชัดเจนจากราชสำนัก ที่ต้องการขจัดพฤติกรรมอันเป็นมลทินและปฏิรูปวงการสงฆ์ให้กลับสู่แนวทางที่ถูกต้อง

บทสรุปและนัยสำคัญทางประวัติศาสตร์

เรื่องราวของ "ลูกสวาท" มิใช่เป็นเพียงบันทึกประวัติศาสตร์อันน่าอดสู แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจอันทรงพลัง ว่าแม้แต่สถาบันทางศาสนาที่สูงส่งก็อาจเผชิญกับความเสื่อมทรามจากภายในได้ การตรากฎหมายพระสงฆ์ในสมัยรัชกาลที่ 1 จึงไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะองค์อัครศาสนูปถัมภก เพื่อพิทักษ์แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์บทนี้จึงยังคงทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้คนรุ่นหลังได้ขบคิดถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและปฏิรูปสถาบันต่างๆ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความศรัทธาของสังคมสืบไป

 

โพสท์โดย: กับข้าวกับปลา
อ้างอิงจาก: ชื่อหนังสือ: ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (หรือหนังสือประวัติศาสตร์การเมือง/สังคมยุคนั้น) กรณี "ลูกสวาท" มักถูกเชื่อมโยงกับการปฏิรูปคณะสงฆ์ในสมัยรัชกาลที่ 1 และการก่อตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุตในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อให้พระสงฆ์เคร่งครัดในพระธรรมวินัยมากขึ้น หนังสือประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงการปฏิรูปศาสนาและการเมืองในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นจึงมักจะมีเนื้อหาส่วนที่กล่าวถึงสาเหตุของความเสื่อมและพฤติกรรม "ลูกสวาท" ที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมในสมัยนั้น, ชื่อหนังสือ: ชินกาลมาลีปกรณ์ แม้ว่าจะเป็นคัมภีร์ทางพุทธศาสนา แต่ในหลายงานวิเคราะห์ทางวิชาการ มักมีการอ้างอิงถึงกฎหมายคณะสงฆ์ในสมัยรัตนโกสินทร์และเอกสารประวัติศาสตร์ที่ระบุถึงพฤติกรรมของพระสงฆ์ที่ละเลยพระธรรมวินัยในอดีต ซึ่งบางครั้งมีการนำมาเปรียบเทียบหรือกล่าวถึงบริบททางสังคมที่นำไปสู่ปรากฏการณ์ "ลูกสวาท"
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Thai Weapon Channel's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 376 ครั้ง
เขียนโดย Thai Weapon Channel
แปลและรวบรวมโดย: Thai Weapon Channel: นักเขียน สารคดีประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีการทหาร และผู้จัดทำเนื้อหาสารคดีประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีการทหารในช่อง Youtube Thai Weapon Channel
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: vho
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนเจ๊เขียว โชคดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 3 ตัว 2 ชุด และเลข 2 ตัว 6 ชุดหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยทำไมแบรนด์ใหญ่หันมาใช้ AI Influencer?5 รถเก๋งยุค 90 ที่วัยรุ่นไทยเอามาแต่งซิ่ง จากรถบ้านสู่ตำนานสายซิ่งโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4เกาะชิโลเอ ดินแดนแห่งม่านหมอก บ้านไม้บนน้ำ และตำนานเรือผีแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนักทำไมความเชื่อของคนรุ่นใหม่จึงย้ายมาอยู่บนหน้าจอมือถือสรุป PDPA ฉบับแม่ค้าออนไลน์ ป้องกันโดนปรับ"คานาต" มหัศจรรย์สายน้ำใต้ผืนทราย ภูมิปัญญาหล่อเลี้ยงอารยธรรมเปอร์เซีย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เก็บผักชีและต้นหอมในตู้เย็นอย่างไรให้สดได้นานประมาณหนึ่งสัปดาห์อบต.ราชาเทวะ พา 1,600 คน ดูงานเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืน ใช้งบ 12.8 ล้านมหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทยทำไมความเชื่อของคนรุ่นใหม่จึงย้ายมาอยู่บนหน้าจอมือถือทำไมแบรนด์ใหญ่หันมาใช้ AI Influencer?เกาะชิโลเอ ดินแดนแห่งม่านหมอก บ้านไม้บนน้ำ และตำนานเรือผีแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดในภาคเหนือที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด อันดับ 1 มีพื้นที่กว่า 5 หมื่นไร่ทำไมความเชื่อของคนรุ่นใหม่จึงย้ายมาอยู่บนหน้าจอมือถืออำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยทำไมแบรนด์ใหญ่หันมาใช้ AI Influencer?
ตั้งกระทู้ใหม่