พ่อบุกเดี่ยวช่วยลูกสาวจากขบวนการค้ามนุษย์ เรื่องจริงที่เหมือนหลุดมาจาก หนัง Taken
วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดพีคที่ทั้งลุ้น ทั้งระทึก และทั้งกินใจมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในลองไอส์แลนด์ สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนธันวาคม 2024 กับพ่อคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และตัดสินใจบุกเดี่ยวเพื่อช่วยลูกสาววัย 14 ปีที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
จุดเริ่มต้นของฝันร้าย
วันที่ 9 ธันวาคม 2024 “เอ็มมารี เจอร์วาซี” เด็กหญิงวัย 14 ปี หายตัวไปหลังออกไปหยิบของจากรถที่จอดอยู่หน้าบ้านในลองไอส์แลนด์ ตำรวจเริ่มค้นหาทันที แต่เบาะแสมีน้อยจนแทบไม่เหลือความหวัง
สำหรับ “แฟรงก์ เจอร์วาซี” ผู้เป็นพ่อ ไม่มีคำว่ายอมแพ้ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกสาวจะเคยมีช่วงตึงเครียด และเอ็มมารีเคยหนีออกจากบ้านมาก่อน แต่ไม่ว่าอย่างไร สำหรับแฟรงก์แล้ว ลูกสาวยังคงเป็นหัวใจดวงเดียวของเขา
พ่อที่ไม่รอความหวัง แต่สร้างมันเอง
ขณะที่หลายคนอาจทำได้เพียงรอคอย แฟรงก์กลับลงมือเอง เขาขับรถตระเวนทั่วเมืองทุกคืน แจกใบปลิวเป็นพัน ๆ ใบ พูดคุยกับนักข่าวทุกสำนัก และยังทุ่มเงินรางวัลถึง 15,000 ดอลลาร์ เพื่อให้ใครสักคนนำเขาไปสู่ความจริง
ชายคนนี้ไม่ได้เพียงตามหาลูก แต่เขากำลังต่อสู้กับความมืดมนที่พยายามกลืนเขาไว้
เบาะแสสำคัญหลัง 26 วัน
เวลาผ่านไปยาวนานถึง 26 วัน แฟรงก์ได้รับเบาะแสสำคัญทางโทรศัพท์ว่า เอ็มมารีอาจถูกกักตัวอยู่บนเรือลำหนึ่งที่ท่าเรือในเมืองไอสลิป
นาทีนั้นไม่มีเวลาให้คิด ไม่มีเวลาให้รอตำรวจมาถึง เขามุ่งหน้าไปที่นั่นทันที
วินาทีแห่งการพบเจอ
เมื่อไปถึง แฟรงก์ปีนขึ้นเรือด้วยตัวเอง มีเพียงความกล้าพร้อมกับความหวังและความกลัวผสมปนเปกัน และที่นั่น...เขาได้พบลูกสาวของเขา เอ็มมารียังมีชีวิตอยู่
วินาทีนั้นคือการพบกันที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความโล่งใจ แฟรงก์กล่าวถึงช่วงเวลานั้นว่า...
“มันคือของขวัญจากพระเจ้า”
การจับกุมและความจริงที่น่าตกใจ
หลังจากช่วยเหลือ เฟรานซิส บักไฮต์ วัย 65 ปี ผู้เชื่อมโยงกับเรือลำนั้นถูกจับทันที และการสืบสวนก็นำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้องรวมกว่า 8 คน
เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดคือความจริงอันน่าตกใจ—เอ็มมารีอาจถูกหลอกล่อผ่านโลกออนไลน์ และตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์เพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ
ผู้ต้องสงสัยกำลังเผชิญข้อหาหนัก ตั้งแต่การลักพาตัวไปจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศ แม้คดียังอยู่ในศาล แต่ความมุ่งมั่นของพ่อคนหนึ่งก็เพียงพอที่จะเปิดโปงเครือข่ายที่ซ่อนอยู่ในความมืดนี้ได้
พ่อคนนี้คือ “Taken” ในชีวิตจริง
เรื่องนี้ชวนให้นึกถึงหนังดัง Taken อย่างที่สุด เพียงแต่ไม่มีบท ไม่มีตัวแสดงแทน มีเพียงพ่อคนหนึ่งที่ยอมสู้จนถึงที่สุดเพื่อให้ลูกกลับบ้าน
ผมว่าเรื่องนี้มันโคตรพีคตรงที่...
-
หนึ่งคือ...พ่อคนหนึ่งที่ไม่รอความหวัง แต่สร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
-
สองคือ...การบุกเดี่ยวขึ้นเรือเพื่อช่วยลูกสาว โดยไม่สนว่าจะอันตรายแค่ไหน
-
สามคือ...ความรักของพ่อที่เปลี่ยนจากความตึงเครียดในอดีต กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
สุดท้ายนี้... ขอปรบมือให้แฟรงก์ เจอร์วาซี ที่ยอมสู้จนถึงที่สุด และขอให้เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนว่า...
“ไม่มีอะไรที่พ่อแม่จะไม่ทำเพื่อให้ลูกกลับบ้าน” ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ
ย่านที่ราคาที่ดินแพงที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
10ประเทศที่ตุนทองคำมากที่สุดในโลก
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่ดีที่สุดและติดอันดับระดับโลก
เซียนหวยไม่พลาดแห่จับตามอง AI วิเคราะห์เลขเด็ดน่าจะออกรางวัล งวดวันที่ 1 ก.พ. 2569
ไทยกระหึ่มโลก! คว้ามงกุฎ Mrs. World 2025 เป็นมงที่ 3 ให้ไทย
พบ'ฝาแฝดโลก'! ดาวเคราะห์ดวงใหม่ สภาพเอื้อต่อการดำรงชีวิต"
"งูหายากโผล่ห้องน้ำรถไฟใต้ดิน! ช็อกเป็นพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์"
มอเตอร์ไซค์รุ่นยอดนิยม ที่มียอดขายมากที่สุดตลอดกาล
สรุปมหากาพย์ "ครูเร" หนี้ท่วมวันละแสน สู่ดราม่าสะเทือนวงการ: เมื่อความสงสารกลายเป็นบทเรียนราคาแพง
สรุปเทรนด์ "เลขเด็ด" งวด 1 ก.พ. 69 มัดรวมเลขคนดัง-วันเลือกตั้ง-กระแสโลกโซเชียล
เปิดประตูเศรษฐี รับมนตรามหาเสน่ห์: เคล็ดลับขอเงินพระจันทร์ 2 กุมภาพันธ์ 2569....สายมูต้องห้ามพลาด
จ่าบิล: แพะผู้พิทักษ์ในสนามเพลาะ และตำนานสัตว์สงครามแห่งกองพันที่ 5 แคนาเดียน
ค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีคนอยู่มากที่สุด



