หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ช็อกจนเข่าทรุด!! “เฟรดดี้ เมอร์คิวรี” ยกสมบัติให้เมีย เจียดเงินบางส่วนให้ผัว

เขียนโดย Kritojo

FREDDIE MERCURY: “ผมคือตำนาน… แต่หัวใจผมเคยเหงาจนแทบสลาย”

คุณรู้จัก “เฟรดดี้ เมอร์คิวรี” — ไอคอนแห่งเวที Live Aid ชายผู้มีเสียงทรงพลังจนโลกต้องหยุดฟัง แต่คุณอาจไม่รู้จัก “ฟาร์โรห์ บัลซารา” เด็กชายขี้อายจากแซนซิบาร์ ผู้ถือกำเนิดในครอบครัวอินเดียปาร์ซีที่ต้องอพยพหนีสงครามมาอังกฤษแบบไม่มีอะไรติดตัว นอกจากความหวัง… และฟันที่มีมากกว่าคนทั่วไปถึง 4 ซี่ (ใช่ครับ ไม่ใช่แฟชั่น แต่เป็นความจริงที่เด็กคนหนึ่งต้องฝ่าฟันมา)

ชีวิตในอังกฤษไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เด็กหน้าแขกฟันเหยินในโรงเรียนประจำ… คุณเดาได้เลยว่าโดนล้อจนช้ำ แต่สิ่งที่ไม่มีใครล้อออกไปได้ คือ “พรสวรรค์” และ “ความบ้าแสนงดงาม” ในตัวเขาได้ฉายแววออกมา จนวันที่ได้พบกับวง Queen และประกาศกับทุกคนอย่างสุภาพแต่มั่นใจว่า “เราจะเป็นวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” …และเขาก็ทำจริง

 

แต่เรื่องที่หนักที่สุดในชีวิตเขา ไม่ใช่เสียง ไม่ใช่เวที—แต่คือ “ความรัก

ก่อนที่โลกจะรู้จักเขาในฐานะไอคอน LGBTQ+ เฟรดดี้เคยมีผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดชื่อ Mary Austin ทั้งคู่รักกันยาวนานถึง 6 ปี เกือบได้แต่งงานกันด้วยซ้ำ จนคืนหนึ่งเขาเดินไปสารภาพว่า “ผมคิดว่าผมเป็นไบเซ็กชวล”
แมรี่เพียงส่ายหัวเบา ๆ ก่อนตอบว่า “ไม่หรอกเฟรดดี้… คุณเป็นเกย์ต่างหาก”

 

ประโยคนี้ไม่ใช่การตัดสิน แต่อยู่ตรงกลางระหว่างความจริงและความรัก มันเจ็บ แต่มันจริง ความสัมพันธ์แบบคู่รักจบลง แต่ความรักแบบ “เพื่อนแท้” เพิ่งเริ่มต้น เฟรดดี้ย้ายออก…แต่ไปอยู่บ้านข้าง ๆ เพราะยังอยากดูแลเธอในทุกลมหายใจ เป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งงดงาม ทั้งปวดใจในเวลาเดียวกัน

 

เมื่อเฟรดดี้ยอมรับตัวเอง…เขาก็พุ่งขึ้นฟ้าอย่างแรง เกินมนุษย์ทั่วไปจะคาดเดา ปาร์ตี้สุดโต่ง ชีวิตสุดเหวี่ยง—แต่เบื้องหลังแสงสีคือความเงียบงันทิ่มกรีดใจ
บนเวทีมีผู้คนเป็นแสนกรี๊ดชื่อเขา…แต่ในบ้าน เฟรดดี้มีเพียงตะเกียงไฟสลัว ๆ และเสียงแมวเดินบนพื้นไม้
บางคืนความเหงามันดังยิ่งกว่าเสียงกองเชียร์ทั้งสเตเดียม

 

จนเขาได้พบกับ จิม ฮัตตัน ช่างตัดผมธรรมดา ๆ ที่ไม่ได้สนว่าเขาคือ “เฟรดดี้ เมอร์คิวรี” แต่สนว่า “ฟาร์โรห์” คนหนึ่งต้องการใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ อย่างจริงใจ และจิมก็อยู่กับเขา…จนวันสุดท้าย

 

แต่ชีวิตที่วิ่งด้วยความเร็วระดับเสียง ย่อมมีวันที่แรงหมด
ปี 1987 เขาตรวจพบว่าเป็น AIDS

ยุคนั้น “เอดส์” ไม่ใช่แค่โรค แต่คือคำสาป สังคมตีตราหนักกว่าน้ำหนักของชื่อเสียงทั้งหมด เฟรดดี้จึงเก็บเงียบ เขาไม่ได้กลัวตาย…เขากลัว ไม่ได้ร้องเพลง มากกว่า

 

จนช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาแทบเดินไม่ไหว แต่เมื่อทีมงานลังเลว่าเขาจะร้องได้ไหม…เฟรดดี้เพียงโยนไม้เท้าทิ้ง กระดกวอดก้าหนึ่งอึก แล้วพูดว่า
“เอาเพลงมา…ผมจะร้อง”

เสียงของเขาในเพลง The Show Must Go On คือเสียงของคนที่กำลังเผชิญความตายแบบไม่ก้มหัวให้โชคชะตา

 

23 พฤศจิกายน 1991 เขาประกาศให้โลกได้รู้ว่า “ใช่…ผมเป็นเอดส์”
และเพียง 24 ชั่วโมงต่อมา เขาก็จากโลกนี้ไปอย่างสงบ 

เฟรดดี้ เมอร์คิวรี ยกทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้กับ แมรี่ ออสติน อดีตคู่หมั้นและเพื่อนสนิท บ้านพักสุดหรู "Garden Lodge" ในลอนดอน พร้อมที่ดิน รวมถึงรายได้ในอนาคตจากผลงานเพลงของเขาด้วย โดยแบ่งครึ่งหนึ่งให้เธอ ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งได้แบ่งให้กับ พ่อแม่และน้องสาว ของเขา



ส่วน จิม ฮัตตัน ผู้เป็นคนรัก และ เพื่อนๆ คนอื่น ของเขา ก็ได้รับเงินและทรัพย์สินจำนวนมากเช่นกัน จิม ฮัตตัน (Jim Hutton): แฟนเก่าคนสุดท้ายของเฟรดดี้ ซึ่งอยู่กับเขาจนกระทั่งเสียชีวิต ในพินัยกรรมระบุให้เขาได้รับเงินจำนวน 500,000 ปอนด์ และอนุญาตให้อาศัยในบ้าน Garden Lodge ได้ต่อไป แต่ในทางเทคนิคแล้ว เขาไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหลักหรือบ้านโดยตรง ซึ่งทั้งหมดตกเป็นของแมรี ออสติน

 

สุดท้ายแล้ว—ชีวิตของเฟรดดี้ไม่ใช่เพียงตำนานของซูเปอร์สตาร์ แต่คือโศกนาฏกรรมของเด็กฟันเยอะคนหนึ่ง ที่อยากเป็นที่รัก ต้นทุนชีวิตไม่สวย ความเหงาตามหลอกหลอน แต่เขาก็กลายเป็นเสียงที่ไม่มีวันดับลงได้

 

คุณอาจหยุดหัวใจของ “ฟาร์โรห์ บัลซารา” ได้
แต่คุณไม่มีวันหยุด “เฟรดดี้ เมอร์คิวรี” ได้เลย

เสียงของเขายังคงดังขึ้น…ดังขึ้น…และดังขึ้นทุกครั้งที่โลกต้องการความกล้าของใครสักคน

 

เนื้อหาโดย: Kritojo
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Kritojo's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 866 ครั้ง
เขียนโดย Kritojo
คอลัมนิสต์ออนไลน์ และผู้สื่อข่าวบันเทิง–ไลฟ์สไตล์ ที่จับกระแสไวแบบเรียลไทม์ ถนัดเล่าข่าวร้อน ดราม่าดารา ซุบซิบ ไปจนถึงเรื่องสังคมและสัตว์โลก
สไตล์การเขียน สนุก มีจังหวะ แต่ยังคงสาระและมุมคิดให้คนอ่าน
เปลี่ยนข่าวธรรมดา ให้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แบบไม่ตกยุค
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: Thorsten, paktronghie, Kritojo
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่างเปิดประตูดวงรับทรัพย์ วิเคราะห์เลขฉบับสายมู งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569ความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569ช้างแอฟริกาเพียงตัวเดียวในไทย4 ภาษาในประเทศไทยที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียน5 สายพันธุ์สุนัขที่ดุร้ายและน่ากลัวมากที่สุด4 โบสถ์ที่ลึกลับที่สุดในโลกจังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณทำไมพังพอนได้เปรียบงูพิษ? เจาะลึกชุดเกราะชีวภาพที่ธรรมชาติประทานมาให้วัดป่าภูหายหลง ดินแดนแห่งความหลุดพ้นท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล2 น้ำพุร้อนแห่งภาคตะวันออกของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บันเทิง ดารา
สิ้นสุดทางเพื่อนสู่คู่ชีวิต! ย้อนเส้นทางรัก Tom & Zendaya จากคู่จิ้นแมงมุมสู่สามี-ภรรยาในชีวิตจริง"ถ้าไดเรนเจอร์ปะทะคาคุเรนเจอร์ ใครจะอยู่ ใครจะไป? ศึกในฝันที่แฟนเซ็นไตยุค 90 ยังเถียงไม่จบซีรีส์จีน "ชายาเคียงหทัย" แนวทริลเลอร์ระทึกขวัญ นำแสดงโดย ไป๋ลู่ และ เฉิงเหล่ยรีวิวหนัง X-MEN ORIGINS WOLVERINE
ตั้งกระทู้ใหม่