นางแบบวัย 23 ปี "ฆ่าหั่นศพผัวก่อนเอาไปทำอาหารกินเอง"
"โอไมมา เนลสัน" นางแบบชาวอเมริกันเชื้อสายอียิปต์ วัย 23 ปี ได้ก่อเหตุฆ่าและแยกชิ้นส่วนผัวของเธอ [บิล เนลสัน] ซึ่งอายุมากกว่าเธอ 33 ปี หลังเธออ้างว่าถูกเขาทำร้ายร่างกายและข่มขืนตลอดช่วงเวลา 1 เดือน หลังแต่งงาน ทั้งๆที่เธอไม่อยากมีเซ็กส์ โดยผัวของเธอถูกเธอฆ่า หลังจากนั้นไม่กี่วัน ซึ่งเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้ ทำให้สังคมอเมริกันตกตะลึงอย่างมาก ซึ่งเธอถูกตัดสินความผิดฐานฆ่าคนตาย โดยไม่ไตร่ตรองไว้ก่อนในปี 1993 และ ได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 27 ปีจนถึงตลอดชีวิต...
"โอไมมา เนลสัน" เคยประสบเหตุการณ์รุนแรงในวัยเด็กจากครอบครัว ส่งผลกระทบต่อชีวิตคู่และความสัมพันธ์ของเธอในเวลาต่อมา เธอเคยแต่งงานกับ "โรเจอร์ สเตนบรูค" ชาวอเมริกันในปี 1986 จนได้รับสัญชาติอเมริกา แต่ได้หย่าร้างกันในเวลาไม่นาน ก่อนที่เธอจะย้ายไปอาศัยในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ และ ทำงานเป็นนางแบบเพื่อเลี้ยงชีพ
อัยการกล่าวว่า ""โอไมมา เนลสัน" เคยใช้เสน่ห์หลอกล่อชายสูงวัยหลายราย ให้ช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ก่อนที่ในปี 1991 เธอจะพบกับ "บิล เนลสัน" ในบาร์และคบหากันอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่แต่งงานภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน โดย "บิล เนลสัน" มีประวัติเป็นอดีตนักบิน และ เคยถูกจำคุกเพราะพยายามลักลอบขนกัญชาปริมาณมาก ก่อนจะกลับตัวและทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์..."
"โอไมมา เนลสัน" กล่าวอ้างว่า "หลังแต่งงานฉันมักถูกผัวของฉัน ทำร้ายร่างกายและข่มขืน เพียงเพราะฉันไม่ต้องการมีเซ็กส์" และ "ในช่วงเวลาสั้นๆของชีวิตคู่ เขาได้ข่มขืนฉันหลายครั้ง โดยไม่สนใจฉันเลยว่าฉันต้องการไหม?"
วันที่ 28 พฤศจิกายน 1991 ซึ่งตรงกับวันขอบคุณพระเจ้า เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อ "บิล เนลสัน" พยายามทำร้ายร่างกายด้วยการบีบคอ "โอไมมา เนลสัน" เพื่อบังคับมีเซ็กส์ ซึ่ง "โอไมมา เนลสัน" ได้คว้าโคมไฟใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว และ ทำให้เขาจนเสียชีวิต หลังจากนั้นก็เป็นการแยกส่วนเพื่อทำอาหาร...
จิตแพทย์ผู้ถูกศาลแต่งตั้งให้ประเมินสภาพจิต กล่าวว่า ""โอไมมา เนลสัน" บอกผมว่า "ฉันอยู่ในสภาวะผิดปกติทางจิตใจขณะลงมือ และ ได้กระทำกับศพของผัวอย่างโหดร้ายต่อเนื่อง เป็นเวลาหลายชั่วโมง" ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบชิ้นส่วนศพบรรจุอยู่ในภาชนะหลายใบ และ พบอุปกรณ์ครัวที่ถูกใช้ในการทำลายหลักฐานจำนวนมาก...
ในการพิจารณาคดี อัยการนำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ การทรมาน และ การทำลายศพอย่างร้ายแรง โดยหนึ่งในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจมาก คือ คำให้การของ "โอไมมา เนลสัน" ที่ส่อว่าเธออาจได้นำชิ้นส่วนศพไปปรุงร่วมกับอาหาร ในวันขอบคุณพระเจ้า ยิ่งทำให้คดีนี้ยิ่งถูกกล่าวถึงอย่างมากในอเมริกกา
คณะกรรมการพิจารณาทัณฑ์บน ได้ปฏิเสธการให้ประกันตัวเธอครั้งแรกในปี 2006 โดยระบุว่า "เธอยังมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยสาธารณะ เธอใช้ชีวิตในเรือนจำโดยมีการติดต่อกับชายหลายคน ผ่านจดหมาย และแต่งงานกับหนึ่งในนั้นในปี 2006 ต่อมาผัวคนใหม่ของเธอ เสียชีวิตในปี 2011"
อ้างอิง : https://www.ettoday.net/news/20251128/3075129.htm
จังหวัดที่อากาศดีที่สุดในไทย
เปิด 10 สิ่งก่อสร้างใหญ่ที่สุดในโลก มนุษย์สร้าง ไทยติดอันดับด้วย
ชาติเดียวในอาเซียนที่สามารถผสมผสานการใช้งานเครื่องบิน F-16 (สหรัฐฯ) และ JAS 39 Gripen (สวีเดน) ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 มีนาคม
สถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทย
7 ประเทศร่วมกันคว่ำบาตร พิธีเปิดและปิดพาราลิมปิกฤดูหนาว
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวด 16 มี.ค. 2569
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ตำนานโศกนาฏกรรม มัสยิดกรือเซะ เรื่องราวของ "มัสยิดที่ไม่มีวันเสร็จ" และ "เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว"
ค่าตอบแทนพนักงานเช็ดกระจกบนตึกสูง
เปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
ประเทศที่มีกองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
ประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก
มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติและนักร้องหญิงคนแรกของวงสุนทราภรณ์ เสียชีวิตด้วยวัย 103 ปี
ปลาสวยงามพันธุ์หายาก ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นบนโลก





