หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นานกว่า 8 เดือนที่เขาใช้ชีวิตร่วมกับศพภรรยา.

โพสท์โดย lnwhum

นี่คือเรื่องราวของ นายไพบูลย์ ฆาตกรเลือดเย็นที่เสแสร้งร้องไห้ตามหา นางสุนันทา ผู้เป็นภรรยา ทั้งที่ร่างของเธอถูกฝังอยู่ใต้แปลงผักหลังบ้าน และกลายเป็นปุ๋ยบำรุงพืชที่เขาเก็บไปให้แม่ยายกินทุกวัน!”

สวนผักแห่งความเงียบและเสียงกรีดร้องในคืน

เดือนดับ

เรื่องราวอันน่าขนลุกนี้เริ่มต้นขึ้นที่บ้านหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านของ นายไพบูลย์ (อายุ 51 ปี) และ นางสุนันทา

ในค่ำคืนวันที่ 31 กรกฎาคม ปี 2566 (2023) ก่อนรุ่งสางจะมาเยือน นางวิภา เพื่อนบ้านผู้ช่างสังเกต ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดของผู้หญิงดังขึ้นถึง 3 ครั้งติด ๆ กัน แม้จะผิดสังเกต แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่านั่นคือเสียงสุดท้ายของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะถูกปลิดชีวิต

รุ่งเช้าของวันที่ 1 สิงหาคม 2566 เป็นวันที่ นางสุนันทา หายตัวไปจากโลกนี้อย่างเป็นปริศนา นายไพบูลย์ สารภาพว่าคืนนั้นเขาและภรรยาเกิดการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง

จุดเริ่มต้นของความแค้นเกิดจากคำพูดบาดลึกของ นางสุนันทา ที่ต้องการยุติความสัมพันธ์ โดยเธอพูดในทำนองว่าเขาหมดตัวแล้ว และจะไปหาผู้ชายคนใหม่ นายไพบูลย์ อ้างว่าความแค้นพุ่งถึงขีดสุดเมื่อถูกภรรยาทำร้ายร่างกายด้วยการใช้ฟันกัด และถือเคียวขึ้นมาข่มขู่ รวมถึงท้าทายเขาด้วยคำพูดว่า “ฆ่ากูเลย ฆ่ากูเลย” ด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาคว้า ค้อน ที่อยู่ในบ้าน กระหน่ำตีเข้าที่ศีรษะของภรรยาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเธอล้มลงและสิ้นใจตาย

เพื่ออำพรางศพ นายไพบูลย์ได้นำร่างที่ไร้ชีวิตของภรรยาไปห่อด้วยถุงดำและยัดใส่ กระสอบสีรุ้ง จากนั้นในช่วงวันที่ 2 สิงหาคม นายไพบูลย์ ได้ใช้จอบขุดหลุมในร่องสวนผักหลังบ้านของตนเอง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักเพียงไม่กี่ก้าว แล้วฝังศพลงไปในดินในระดับความลึกประมาณ 1 เมตร หลังจากฝังศพเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มปลูกพืชผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ ทั้งมะละกอและพืชผักอื่น ๆ เพื่อใช้ศพของภรรยาเป็นปุ๋ยบำรุงพืชผักเหล่านั้น เป็นเวลากว่า 8 เดือนที่ นายไพบูลย์ ดำเนินชีวิตราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น การแสดงละครของเขาถูกบรรยายว่าเต็มไปด้วยความเลือดเย็น และความผิดปกติทางจิตที่ทำให้คนรอบข้างตกตะลึง

เขาไปหา ป้าสมัย (แม่ของนางสุนันทา) เกือบทุกวัน พร้อมกับตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องภรรยาหายตัวไปหาสามีใหม่ เขานั่งดื่มเหล้าที่หน้าบ้านแม่ยาย และร้องไห้คร่ำครวญถึงภรรยาที่หายไป

ทำให้ป้าสมัยสงสารและไม่เอะใจเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่ไปเยี่ยม ป้าสมัย นายไพบูลย์ มักจะเก็บผักสวนครัวที่งอกงามเหนือหลุมศพของภรรยามาฝากแม่ยายกินเป็นประจำ ซึ่งหากไม่ใช่เพราะความจริงเปิดเผย ผักเหล่านั้นก็มาจากร่างกายของลูกสาวป้าสมัยเอง นายไพบูลย์ ยอมรับว่าหลายคืนในช่วงดึกสงัด (เวลาประมาณ ตี 1-2) เขามักจะออกมานั่งดื่มเหล้าที่บริเวณหลุมศพของภรรยา เทเหล้าลงดิน พร้อมกับพูดพึมพำกับวิญญาณของเธอ “เธอมากินเหล้ากับพี่นะ ขอให้เราเจอชาติหน้าอีกนะ” เป็นพฤติกรรมสุดหลอนที่ทำให้ญาติและเพื่อนบ้านที่แอบสังเกตเห็นรู้สึกหวาดผวา

นายไพบูลย์ โทรศัพท์ไปต่อว่า คุณจีรพัฒน์ (ลูกติดของนางสุนันทา) ที่เป็นทหารเกณฑ์ ว่าเป็นลูกอกตัญญู ไม่มีความกระตือรือร้นในการตามหาแม่ที่หายไป ซึ่งความจริงแล้วผู้ที่พรากชีวิตแม่ของเขาไปคือคนที่กำลังโทรมาตำหนิเขานั่นเอง

ความลับที่ถูกฝังไว้ 8 เดือน เริ่มปริแตกเมื่อญาติ ๆ ไม่ปักใจเชื่อเรื่องที่ นางสุนันทา หนีไปมีสามีใหม่

จน 26 มีนาคม 2567 คุณจีรพัฒน์ ลูกชายของนางสุนันทาตัดสินใจเข้าแจ้งความเรื่องแม่หายตัวไป นางวิภาเพื่อนบ้าน ได้ให้เบาะแสสำคัญว่าตนเองจำได้ว่าเคยเห็น นายไพบูลย์ ขุดดินปลูกผักในลักษณะลับ ๆ ล่อ ๆ บริเวณหลังบ้านในช่วงเวลาที่ภรรยาหายไป

29 มีนาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำรถแบ็คโฮเข้ามาขุดค้นหาบริเวณสวนผักหลังบ้าน ทันทีที่ นายไพบูลย์ เห็นรถแบ็คโฮขับเข้ามาในพื้นที่ เขาก็ วิ่งหนี ทันทีพฤติกรรมนี้ยิ่งทำให้ตำรวจมั่นใจว่าบริเวณดังกล่าวต้องมีศพซ่อนอยู่

การขุดค้นสำเร็จลงในที่สุด และพบศพของ นางสุนันทา ในสภาพถูกห่อด้วยถุงและกระสอบตามที่บรรยายไว้ นายไพบูลย์ จึงจำนนต่อหลักฐานและยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าภรรยาตัวเองจริง

หลังจากความจริงปรากฏ นายไพบูลย์ ถูกแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ” ป้าสมัย (แม่ยาย) ถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าผักที่ลูกเขยนำมาให้กินทุกวันคือผักที่เติบโตบนหลุมศพของลูกสาวตัวเอง

คุณเสกสัน (น้องชายของสุนันทา) แสดงความรู้สึกว่าพี่เขยมีจิตใจที่โหดเหี้ยมมาก และยืนยันว่าพี่สาวของตนพยายามจะขอแยกทางเพราะทนพฤติกรรมที่รุนแรงและเหมือนคนโรคจิตไม่ไหว คุณจีรพัฒน์ (ลูกชาย) ได้รับรู้ความจริงอันน่าเศร้าว่าคนที่เคยทำตัวเป็นพ่อเลี้ยงที่หวังดีและต่อว่าเขาอย่างรุนแรง แท้จริงแล้วคือฆาตกรที่พรากชีวิตแม่ของเขาไป

คดีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความอำมหิตของฆาตกรที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับบ้านที่ซ่อนร่างเหยื่อได้อย่างเลือดเย็นเป็นเวลานานหลายเดือน……

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://lekthai.com/นานกว่า-8-เดือนที่เขาใช้/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
lnwhum's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 201 ครั้ง
โพสท์โดย lnwhum
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกสนามบินที่มีรันเวย์สั้นที่สุดในโลก! แค่ 400 เมตร5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดฝันเห็นผู้เฒ่ามอบสร้อยทองให้ ก่อนงวด 16 ส.ค. 69 — ตีนิมิตผสมเลขศาสตร์และการขอพรซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก5 การ์ตูนญี่ปุ่นในตำนานยุค 90 ที่ยังคิดถึงYouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยกอน VS คิรัว ความแตกต่างของพลังที่ทำให้ทั้งคู่เก่งคนละแบบใน Hunter x Hunterโตเกียวร้อนเกินไป! ความร้อนจัดได้คร่าชีวิตสิงโตเพศเมียไป 3 ตัวที่สวนสัตว์ทามะ7 เห็ด สีสันสดใส ที่หลายคนคิดว่าเป็นเห็ดพิษ แต่จริงๆแล้วบางชนิดกินได้อิสราเอลวางแผนสร้างคูน้ำจระเข้รอบเรือนจำ แต่ศาลสั่งระงับโครงการ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตลาดลำไยสดโลก ใครส่งออกมาก และไทยอยู่ตรงไหนประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกYouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
10 ประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุดรู้จัก "ไซโคลสปอไรเอซิส" โรคจากปรสิตในอาหารที่กำลังระบาดในสหรัฐฯมารู้จัก Tom Holland พระเอกจากภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day มาดูกันว่าเขาร่ำรวยแค่ไหน ลงทุนอะไรบ้าง!?DNA ของเห็ดมีความใกล้ชิดแล้วแทบจะเป็นญาติห่างๆกับมนุษย์จริงไหม?
ตั้งกระทู้ใหม่