หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เฮอร์แมน เมลวิล : ชีวิตที่ดำดิ่งสู่ห้วงทะเลแห่งวรรณกรรม

โพสท์โดย CAT888

เฮอร์แมน เมลวิล : ชีวิตที่ดำดิ่งสู่ห้วงทะเลแห่งวรรณกรรม

 

​เฮอร์แมน เมลวิล (Herman Melville, ค.ศ. 1819 – ค.ศ. 1891) เป็นบุคคลสำคัญในวงวรรณกรรมอเมริกัน แม้ว่าช่วงชีวิตของเขาจะเต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์ในช่วงสั้น ๆ และตามมาด้วยความล้มเหลวทางด้านอาชีพ แต่เขาก็ได้ฝากผลงานที่เป็นมรดกทางปัญญาอันยิ่งใหญ่ไว้ให้กับโลก นั่นคือมหากาพย์ Moby Dick

 

​● ชีวิตเยาว์วัยและการผจญภัยที่หล่อหลอม

 

​เมลวิลเกิดที่นิวยอร์กในปี ค.ศ. 1819 ในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย แต่ฐานะทางการเงินของครอบครัวต้องพลิกผันอย่างรุนแรงเมื่อบิดาเสียชีวิต ทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 15 ปี เพื่อช่วยหาเลี้ยงครอบครัว

 

​ชีวิตที่แท้จริงของเมลวิลเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจออกสู่ทะเล เขาเริ่มทำงานเป็นลูกเรือบนเรือพาณิชย์ไปยังลิเวอร์พูล จากนั้นในปี ค.ศ. 1841 ได้ลงเรือล่าปลาวาฬที่ชื่อ Acushnet ซึ่งเดินทางไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก

 

• ​จุดเปลี่ยน: การเดินทางครั้งนี้เป็นขุมทรัพย์ทางวรรณกรรมของเขา หลังจากออกจากเรือล่าปลาวาฬกลางทางในหมู่เกาะมาร์เคซัส (Marquesas Islands) เขาใช้ชีวิตกับชนเผ่าพื้นเมืองที่ถูกมองว่าเป็น "มนุษย์กินคน" ก่อนจะหนีออกมาและกลับมาสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1844

 

• ​คำคมที่สะท้อนการเดินทาง:

​“Ignorance is the parent of fear.”

(ความไม่รู้คือบ่อเกิดของความกลัว)

 

-----

 

● ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์และการเบี่ยงเบนจากกระแสหลัก

 

หลังกลับมาถึงบ้าน เมลวิลเริ่มเขียนนวนิยายที่สร้างจากประสบการณ์ในทะเลทันที ผลงานชุดแรกของเขา เช่น Typee (ค.ศ. 1846) และ Omoo (ค.ศ. 1847) กลายเป็น หนังสือขายดี ในทันที เพราะมันเต็มไปด้วยเรื่องราวผจญภัยที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้น

 

อย่างไรก็ตาม เมลวิลไม่ได้พอใจกับการเป็นเพียง "นักเล่าเรื่องผจญภัย" เขาต้องการสำรวจประเด็นทางปรัชญาและจิตวิทยาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความต้องการนี้ผลักดันให้เขาใช้เวลาหลายปีในการเขียนงานชิ้นเอกของเขา: Moby Dick; or, The Whale

 

• Moby Dick (ค.ศ. 1851): นวนิยายเล่มนี้เป็นมากกว่าเรื่องราวการล่าปลาวาฬ มันคือมหากาพย์เกี่ยวกับการแสวงหา การแก้แค้น และความหลงใหลอย่างสุดโต่งของกัปตันเอแฮบ ที่ตามล่าปลาวาฬเผือก โมบี-ดิก ซึ่งเป็นตัวแทนของความลึกลับและความชั่วร้ายของธรรมชาติ

 

• ความล้มเหลวในยุคของเขา: น่าเสียดายที่นวนิยายเรื่องนี้มีความซับซ้อน ลึกลับ และยาวเกินไปสำหรับรสนิยมของผู้อ่านในยุคนั้น มัน ล้มเหลวทั้งในเชิงพาณิชย์และคำวิจารณ์

 

• คำคมที่สะท้อนความคิดอันลึกซึ้ง:

“All deep, earnest thinking is but the intrepid effort of the soul to keep the open independence of her sea.”

(การคิดอย่างลึกซึ้งและจริงจังทั้งปวงนั้น คือความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของจิตวิญญาณที่จะรักษาความเป็นอิสระอันเปิดกว้างแห่งท้องทะเลของตนไว้)

 

-----

 

● ความเงียบและความเชื่อมั่นในตนเอง

 

ความล้มเหลวของ Moby Dick และนวนิยายที่ตามมาอย่าง Pierre (ค.ศ. 1852) ทำให้ชื่อเสียงของเมลวิลตกต่ำลงอย่างมาก เขาหยุดเขียนนวนิยายยาวและหันไปเขียนเรื่องสั้น เช่น "Bartleby, the Scrivener" ซึ่งมีวลีที่ทรงพลังมาก

 

ในที่สุด เมลวิลก็ต้องยอมจำนนต่อความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ เขาทำงานเป็น นายด่านศุลกากร ในนิวยอร์กเป็นเวลากว่า 19 ปี ซึ่งเป็นงานที่ห่างไกลจากอาชีพนักเขียนผู้โด่งดังอย่างสิ้นเชิง ตลอดช่วงเวลานี้ เขาเขียนงานกวีนิพนธ์เป็นส่วนใหญ่

 

• คำคมที่สะท้อนการต่อต้านอย่างสงบ:

“I would prefer not to.”

(ฉันขอไม่อยากทำ)

(จากเรื่องสั้น Bartleby)

 

-----

 

● มรดกและการฟื้นฟูชื่อเสียง

 

เฮอร์แมน เมลวิล เสียชีวิตในนิวยอร์กปี ค.ศ. 1891 โดยที่คนส่วนใหญ่ลืมชื่อของเขาไปแล้ว และงานเขียนของเขาก็ถูกละเลย มีการตีพิมพ์ Moby Dick เพียง 3,200 เล่มในชีวิตของเขา

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ 1920 เกิดกระแส Melville Revival (การฟื้นฟูเมลวิล) นักวิจารณ์ยุคใหม่ได้ค้นพบคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของ Moby Dick และยกย่องให้เป็นหนึ่งในนวนิยายอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล รวมถึงงานที่ตีพิมพ์หลังมรณกรรมอย่าง Billy Budd, Sailor ก็ได้รับคำชื่นชมอย่างสูง

 

สรุปบทเรียนจากชีวิตของเมลวิล

ชีวิตของเมลวิลให้บทเรียนที่ทรงพลังแก่ศิลปินทุกคน: คุณค่าที่แท้จริงของผลงานอาจต้องใช้เวลาในการรอคอยเพื่อการยอมรับจากยุคสมัยที่เหมาะสม เขาเชื่อมั่นในความลึกซึ้งของงานศิลปะของตนเอง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวทางโลกในช่วงชีวิตของเขาเองก็ตาม

 

• คำคมปิดท้ายที่เน้นถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์:

“We cannot live only for ourselves. A thousand fibers connect us with our fellow men; and among those fibers, as sympathetic threads, our actions run as causes, and they come back to us as effects.”

(เราไม่สามารถอยู่เพื่อตัวเราเองเท่านั้น เส้นใยหลายพันเส้นเชื่อมโยงเราเข้ากับเพื่อนมนุษย์...)

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่:google
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
CAT888's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4 ครั้ง
โพสท์โดย CAT888
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับมหาวิทยาลัยเอกชนไทย ขวัญใจนักศึกษาลาว5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 26 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุดเปิดสายงานราชการไทย ที่เงินเดือนสูง ตัวเลขที่คนวงนอกไม่เคยรู้มาก่อน5 ประเทศที่ พูดไทยได้ โดยไม่ต้องลงคอร์สเรียนภาษา ฟังกันออกเฉยเลยว่าเป็นใคร"แย้" นักวิ่งสายฟ้าแห่งพงหญ้าและสถาปนิกใต้พิภพจังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุดโหมดเครื่องบินคืออะไรจังหวัดที่มีข้าราชการเยอะที่สุดในไทยชนเผ่าที่ไม่อาบน้ำตลอดชีวิต แต่สระผมโดยใช้ฉี่วัวเฉลยแล้ว! ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกันแน่5 อันดับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำความสะอาดบ้านยังไงให้หน้าใสผมสวย? แชร์สูตรลับสมุนไพรก้นครัว ไร้สารเคมี 100%7 สัญญาณแอร์ใกล้พัง ก่อนหน้าร้อน 2569 เช็กก่อนค่าไฟพุ่ง ค่าซ่อมบานอดีตไอดอลดัง "แช รยู จิน" กำลังได้รับความสนใจ หลังเขาแปลงเพศตึกที่ใช้เงินลงทุนแพงมากที่สุด ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
วิวหนังสือ The Tao of Warren Buffett วิถีเต๋า วิถีบัฟเฟตต์ทำไมคนที่ดูเหมือน ‘มีทุกอย่าง’ ถึงยังรู้สึกว่าชีวิตขาดอะไรบางอย่าง — และมันไม่ใช่ความอิงแอง”จิตวิทยา Introvert ไม่ได้เกลียดคน แค่ต้องชาร์จพลังต่างกันอะไรทำให้คนไทย-คนจีนชอบทุเรียนเหมือนหรือแตกต่างกัน
ตั้งกระทู้ใหม่