หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เด็กหญิงวัย 4 ขวบติดเชื้อซิฟิลิส ซึ่งเกิดจากยายของเธอ

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน



     เกิดกรณีทางการแพทย์ที่พบได้ยาก ในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชน เมื่อเด็กหญิงวัย 4 ขวบรายหนึ่ง ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรค "ซิฟิลิส" ระยะที่ 2 ทั้งๆที่เธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการติดต่อ จากทางเพศสัมพันธ์ โดยสาเหตุแท้จริงกลับมาจากพฤติกรรมการดูแลเด็ก ที่คุ้นเคยภายในครอบครัวของตัวเอง...


     เด็กหญิงถูกครอบครัวพาไปพบแพทย์ เนื่องจากมีผื่นแดงขึ้นทั่วร่างกาย โดยไม่เจ็บและไม่คัน ในระยะแรก แพทย์ของโรงพยาบาลท้องถิ่นเข้าใจว่า เป็นเพียงอาการแพ้ทั่วไป จึงสั่งจ่ายยาต้านอาการแพ้ให้รักษา อย่างไรก็ตาม หลังจากรักษาไประยะหนึ่ง อาการไม่เพียงไม่ดีขึ้น แต่ยังลุกลามมากขึ้น ทำให้ครอบครัวต้องพาเด็กไปตรวจอย่างละเอียด ที่โรงพยาบาลเอกชน ที่นั่น แพทย์สังเกตเห็นว่าผื่นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าของเด็กมีลักษณะผิดปกติ ไม่เหมือนผื่นแพ้ทั่วไป แต่กลับเป็นลักษณะที่พบได้บ่อยใน "ซิฟิลิส" ระยะที่ 2 และ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในเวลาต่อมายืนยันว่า "เด็กหญิงติดเชื้อซิฟิลิส ชนิดที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่ตั้งแต่กำเนิด"

     สิ่งที่ทำให้หลายคนตกตะลึงคือ หลังจากตัดความเป็นไปได้เรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือ การรับเลือดแล้ว ทีมแพทย์พบว่าแหล่งที่มาของการติดเชื้อ น่าจะมาจากคุณยายของเด็ก ซึ่งทราบว่าป่วยเป็นซิฟิลิส แต่ไม่เคยได้รับการรักษาอย่างครบถ้วนและเป็นระบบ ในระหว่างการดูแลหลาน ยายมักจะป้อนอาหารให้เด็กโดยการเคี้ยวอาหารก่อน แล้วส่งต่อทางปาก ในขณะนั้นยายมีภาวะเลือดออกตามเหงือก และ ในช่องปากของเด็กก็มีรอยถลอกเล็กน้อย ส่งผลให้เชื้อ "ซิฟิลิส" สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางน้ำลายได้ แม้ว่าวิธีการแพร่เชื้อในลักษณะนี้ จะพบได้น้อยมากก็ตาม...

     หัวหน้าภาควิชาโรคผิวหนัง นายแพทย์ "หลี่ เทียน จวี่" ของโรงพยาบาลประชาชนเมืองเจิ้งโจว กล่าวว่า "นอกเหนือจากการติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้ว โรคซิฟิลิสยังสามารถติดต่อจากแม่สู่ลูก ผ่านทางเลือด หรือ จากการสัมผัสทางอ้อมได้" และ "หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นซิฟิลิส มีความเสี่ยงถ่ายทอดเชื้อไปสู่ทารกในครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะคลอด" นอกจากนี้ "การใช้เข็มฉีดยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ การรับเลือดที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือ การสัมผัสใกล้ชิด เช่น การใช้ภาชนะร่วมกัน การป้อนอาหาร การจูบปาก ก็อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ หากเยื่อบุช่องปากของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีบาดแผล"


     "หลี่ เทียน จวี่" กล่าวอธิบายว่า "ซิฟิลิสแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 และ 2 มีความสามารถในการแพร่เชื้อสูงที่สุด แต่กลับมีอาการที่อาจสับสนกับโรคผิวหนังทั่วไป ระยะที่ 1 มักปรากฏหลังติดเชื้อประมาณ 3–4 สัปดาห์ โดยมีแผลไม่เจ็บบริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น อวัยวะเพศ ช่องปาก หรือ มือ และ อาจมีต่อมน้ำเหลืองโต ระยะที่ 2 จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นประมาณ 6–12 สัปดาห์ มีอาการผื่นขึ้นทั่วร่างกาย ไข้ต่ำ อ่อนเพลีย แผลที่เยื่อบุ ผมร่วง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคจะเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ รวมถึงระบบประสาท และ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต!!"

     "หลี่ เทียน จวี่" กล่าวเน้นย้ำว่า "ซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกและตัดวงจรการแพร่เชื้อ ผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ และ ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวที่อาจสัมผัสเลือดร่วมกับผู้อื่น เช่น แปรงสีฟันหรือมีดโกน ขณะดูแลเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงการป้อนอาหารด้วยปาก การจูบปากหรือใบหน้าเด็กโดยตรง และ ควรแยกภาชนะอุปกรณ์การกินของเด็ก พร้อมดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม" และ "สำหรับหญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองซิฟิลิสก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ มีความสำคัญอย่างยิ่ง!! หากตรวจพบว่าติดเชื้อ จำเป็นต้องปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อไปยังทารก"


     "หลี่ เทียน จวี่" กล่าวแนะนำว่า "หากมีอาการน่าสงสัยหรือเคยมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากแม้ซิฟิลิสในระยะท้ายจะสามารถควบคุมได้ แต่ความเสียหายต่ออวัยวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว มักไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้..."

อ้างอิง : https://www.saostar.vn/vong-quanh-the-gioi/be-gai-4-tuoi-mac-giang-mai-nguyen-nhan-den-tu-thoi-quen-cua-ba-noi-202512231548343593.html

เนื้อหาโดย: MaskPool
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 230 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวต่างประเทศ เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด ถ่ายทอดประเด็นสำคัญ ให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก / นักวิจัยและนักวิชาการอิสระ ที่มีงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ระดับประเทศไทย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Thorsten
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทยข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทยไม่น่าเชื่อว่ามีจริง! เมืองที่ฝนไม่ตกเป็นสิบปี แต่คนยังอยู่รอดจังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกถอดบทเรียนโศกนาฏกรรม ‘รถไฟชนรถเมล์สาย 206’ ไฟลุกกลางมักกะสันจังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออกก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า8 ประเทศ พระอาทิตย์ขึ้นตอนเที่ยงคืนมายด์ ลภัสลัล ขอโทษ "ทราย สก็อต"เจาะแนวทางเลขเด่น "ดุ่ย ภรัญฯ"...วันที่ 16 พฤษภาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกรายได้คนขับรถไฟมายด์ ลภัสลัล ขอโทษ "ทราย สก็อต"ถอดบทเรียนโศกนาฏกรรม ‘รถไฟชนรถเมล์สาย 206’ ไฟลุกกลางมักกะสันปรากฏการณ์ 'Déjà Vu' และความลึกลับของสมองที่วิทยาศาสตร์ยังไม่ตอบได้ไม่กระจ่างอย่าทิ้ง “เม็ดขนุน” ของกินเล่นพื้นบ้าน ทำได้หลายเมนู มีประโยชน์ต่อร่างกาย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
มายด์ ลภัสลัล ขอโทษ "ทราย สก็อต"ถอดบทเรียนโศกนาฏกรรม ‘รถไฟชนรถเมล์สาย 206’ ไฟลุกกลางมักกะสันนักเรียนทุนอานันทมหิดล ระดมสมองป้องกันไฟป่า ผสานความร่วมมือผ่าน 3 แนวทางหลักแรงซื้อข้าวจากประเทศแถบภูมิภาคแอฟริกา
ตั้งกระทู้ใหม่