อุทาหรณ์แพทย์เตือน เคสหายาก ด.ญ. 4 ขวบติด "ซิฟิลิส" สาเหตุจากยาย
ภัยเงียบในครอบครัวเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยเฉพาะพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรหลานแบบดั้งเดิมที่อาจแฝงไปด้วยอันตรายจากการแพร่กระจายเชื้อโรคโดยไม่ตั้งใจ ดังเช่นกรณีศึกษาที่น่าตกใจจากประเทศจีนซึ่งเป็นอุทาหรณ์สำคัญให้ทุกครอบครัวต้องตระหนักถึงสุขอนามัยในการดูแลเด็กเล็กอย่างเคร่งครัด
ความประมาทที่นำมาซึ่งโรคร้ายในเด็ก 4 ขวบ
กรณีทางการแพทย์ที่มณฑลอานฮุย ประเทศจีน ได้สร้างความตื่นตัวให้กับสังคมอย่างมาก เมื่อเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบ ตรวจพบว่าติดเชื้อซิฟิลิสในระยะที่ 2 ทั้งที่ไม่ได้มีการล่วงละเมิดทางเพศหรือการรับเลือดแต่อย่างใด เริ่มต้นจากการที่เด็กมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายซึ่งในช่วงแรกถูกวินิจฉัยว่าเป็นเพียงอาการแพ้ทั่วไป แต่เมื่อผื่นลุกลามไปยังฝ่ามือและฝ่าเท้า แพทย์จึงทำการตรวจอย่างละเอียดจนพบว่าเป็นการติดเชื้อซิฟิลิสชนิดที่เกิดขึ้นภายหลัง
จากการสืบสวนหาสาเหตุพบว่า แหล่งแพร่เชื้อมาจากคุณยายของเด็กซึ่งป่วยเป็นโรคนี้แต่ไม่ได้รักษาอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมการเลี้ยงดูที่กลายเป็นช่องทางแพร่เชื้อคือการที่ยายมักเคี้ยวอาหารก่อนส่งต่อทางปากให้หลาน ประกอบกับยายมีภาวะเลือดออกตามเหงือกและในช่องปากของเด็กมีรอยถลอกเล็กน้อย ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายเด็กผ่านทางน้ำลายและเลือดได้โดยตรง
ช่องทางการติดต่อที่มากกว่าการมีเพศสัมพันธ์
นายแพทย์หลี่ เทียน จวี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังชี้ให้เห็นว่า แม้ซิฟิลิสจะติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์เป็นหลัก แต่ยังมีช่องทางอื่นที่มองข้ามไม่ได้ ได้แก่:
-
การติดต่อจากแม่สู่ลูก: ผ่านทางรกในครรภ์หรือระหว่างการคลอด
-
ทางเลือด: การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่สะอาด
-
การสัมผัสทางอ้อม: การสัมผัสใกล้ชิดผ่านเยื่อบุที่มีบาดแผล เช่น การจูบปาก การใช้ภาชนะร่วมกัน หรือการป้อนอาหารที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งที่มีเชื้อสูง
ระยะของโรคและความรุนแรงที่ต้องระวัง
โรคซิฟิลิสแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ซึ่งหากปล่อยไว้นานจะยิ่งอันตราย
-
ระยะที่ 1: มีแผลขอบแข็งและไม่เจ็บปวดเกิดขึ้นบริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย
-
ระยะที่ 2: เชื้อกระจายไปตามกระแสเลือด ทำให้มีผื่นขึ้นตามตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า มีไข้ต่ำ และผมร่วง เป็นระยะที่มีการแพร่เชื้อสูงที่สุด
-
ระยะที่ 3: ระยะทำลายล้าง เชื้อจะเข้าไปทำลายระบบประสาท หัวใจ หลอดเลือด และกระดูก ซึ่งความเสียหายในระยะนี้มักไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้
แนวทางการป้องกันและดูแลเพื่อความปลอดภัย
การป้องกันที่ดีที่สุดเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องดูแลเด็กเล็กควรหลีกเลี่ยงการใช้ปากสัมผัสกับเด็กโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการจูบปากหรือการเคี้ยวอาหารป้อนเด็ก ควรแยกภาชนะส่วนตัวและดูแลความสะอาดของอุปกรณ์การกินอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ หากพบการติดเชื้อต้องรีบรักษาให้ครบถ้วนเพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายสู่คนรอบข้าง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจเช็กเพื่อป้องกันทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์
สรุปได้ว่าโรคซิฟิลิสไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น การรักษาสุขอนามัยพื้นฐานและการสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่จะช่วยปกป้องตัวคุณและคนที่คุณรักจากโรคร้ายที่อาจแฝงมากับความใกล้ชิดที่ขาดความระมัดระวัง
#อุทาหรณ์ #เตือนภัยสุขภาพ #ซิฟิลิสในเด็ก #เลี้ยงลูก #สุขภาพครอบครัว #หมอเตือน #ความรู้รอบตัว #ป้องกันโรคติดต่อ
เขียนโดย davin
จังหวัดที่มีข้าราชการเยอะที่สุดในไทย
6 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุด
เปิดสายงานราชการไทย ที่เงินเดือนสูง ตัวเลขที่คนวงนอกไม่เคยรู้มาก่อน
"แย้" นักวิ่งสายฟ้าแห่งพงหญ้าและสถาปนิกใต้พิภพ
"คางคกสุรินัม" สัตว์ที่ยอมให้ลูกฝังตัวในเนื้อจนกว่าจะโต
5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2
5 ประเทศที่ พูดไทยได้ โดยไม่ต้องลงคอร์สเรียนภาษา ฟังกันออกเฉยเลยว่าเป็นใคร
5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้า
โหมดเครื่องบินคืออะไร
5 อันดับมหาวิทยาลัยเอกชนไทย ขวัญใจนักศึกษาลาว
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
5 อันดับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
ตึกที่ใช้เงินลงทุนแพงมากที่สุด ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สิงคโปร์: จากเกาะที่ไร้ทรัพยากร สู่มหานครที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก
1 แถม 1 กับ ลด 50% : เลือกแบบไหนให้เงินในกระเป๋าเหลือมากกว่า?
อย่าหาทำ! เปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ระวังเชื้อโรคบุกห้องนอน พร้อมเผยเคล็ดลับดูแลห้องน้ำให้สะอาด
เตือนแล้วนะ! 5 สิ่ง "ต้องห้าม" โยนลงเครื่องซักผ้า เสี่ยงพังและอันตรายกว่าที่คิด

