ความเสี่ยงซ่อนเร้นจากเนื้อหมูติดโรคอหิวาต์แอฟริกา
สำนักงานตำรวจสืบสวน สังกัดตำรวจเมืองไฮฟอง ประเทศเวียดนาม ได้ออกมากล่าวว่า "เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเนื้อหมูจำนวนมาก ที่ไม่ได้มาตรฐานด้านคุณภาพ ถูกนำมารวบรวมไว้เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารกระป๋องจำหน่ายสู่ท้องตลาด โดยสถานที่จัดเก็บคือคลังสินค้าของ บริษัท "ฮาลอง แคนโฟโค จำกัด (มหาชน)" และ "ในขณะเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าเนื้อหมูที่ถูกเก็บรักษาไว้ในคลัง มีปริมาณรวมประมาณ 120 ตัน ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่า เนื้อหมูทั้งหมดให้ผลเป็นบวก ต่อเชื้อไวรัสก่อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" และ "นอกจากจะปนเปื้อนเชื้อโรคร้ายแรงแล้ว เนื้อหมูดังกล่าวยังอยู่ในสภาพเสื่อมคุณภาพอย่างรุนแรง หลายชิ้นมีลักษณะเน่าเสีย มีน้ำไหลออก ส่งกลิ่นเหม็น และ ไม่ผ่านมาตรฐานขั้นต่ำ ในการใช้เป็นวัตถุดิบแปรรูปอาหาร" และ "ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือ จากเนื้อหมูที่ไม่ปลอดภัยทั้งหมด 120 ตัน เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่า มีเนื้อหมูประมาณ 2 ตัน ถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตและบรรจุ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องสำเร็จรูป ซึ่งถูกนำไปจำหน่ายแล้ว ก่อนจะถูกตรวจพบ..."
บริษัท "ฮาลอง แคนโฟโค จำกัด (มหาชน)" เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องชื่อดัง เช่น "ปาเต๊ะเมืองไฮฟอง, ปาเต๊ะตับ ปาเต๊ะเนื้อกระป๋อง ปาเต๊ะปลาทูน่าในน้ำมัน" เป็นต้น ซึ่งการที่บริษัทถูกตรวจพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง กับเนื้อหมูติดเชื้อในปริมาณมาก ได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ที่บริโภคอาหารกระป๋องเป็นประจำ
สิ่งที่น่ากังวล ไม่ใช่ตัวไวรัสโดยตรง
นายแพทย์ "เลอ วัน เที่ยว" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับ 1 แผนกโรคติดเชื้อทั่วไป โรงพยาบาลโรคเขตร้อนแห่งชาติ กล่าวว่า "โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เป็นโรคติดเชื้อร้ายแรงที่เกิดจากไวรัส "โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" ซึ่งแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในฝูงสุกร ทั้งสุกรเลี้ยงและสุกรป่า โดยมีอัตราการตายสูงถึง 100% โดยไวรัสชนิดนี้ติดต่อผ่านการสัมผัสเลือด หรือ สารคัดหลั่งจากสุกรป่วย" อย่างไรก็ตาม "ไวรัสดังกล่าว ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ และ หากบริโภคเนื้อหมูที่ติดเชื้อแต่ผ่านการปรุงสุกอย่างทั่วถึงแล้ว ในทางทฤษฎีถือว่าปลอดภัย!!"
"เลอ วัน เที่ยว" กล่าวอีกว่า "สิ่งที่น่ากังวลจริงๆ ไม่ใช่ตัวไวรัส แต่คือสภาพของเนื้อหมูที่ป่วยและเน่าเสีย ซึ่งมักปนเปื้อนแบคทีเรียอันตรายหลายชนิด เช่น ซัลโมเนลลา, อีโคไล, สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส และ คลอสทริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษเฉียบพลันได้!! เนื่องแบคทีเรียบางชนิดยังสามารถสร้างสารพิษที่ทนความร้อน แม้จะผ่านการปรุงด้วยอุณหภูมิสูง สารพิษเหล่านี้ ก็ยังคงอยู่และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะในอาหารกระป๋อง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมปิด มีความเสี่ยงสูงต่อเชื้อ "คลอสทริเดียม โบทูลินัม" อันเป็นสาเหตุของ "โรคโบทูลิซึม" ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต ระบบหายใจล้มเหลว และ เสียชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที" และ "เนื้อหมูที่ตายหรือเน่าเสียอาจก่อให้เกิดสารพิษอื่นๆ เช่น ฮิสตามีน เอนโดท็อกซิน หรือ ไมโคท็อกซิน ซึ่งยากต่อการทำลาย แม้จะต้มที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสก็ตาม..."
ความเสี่ยงซ้ำซ้อนต่อสุขภาพ
รองศาสตราจารย์ ดร. "เหงียน ซวี ถิ่ง" จากสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฮานอย กล่าวว่า "สุกรที่ป่วยด้วยอหิวาต์แอฟริกา มักมีภูมิคุ้มกันลดลงอย่างรุนแรง ทำให้ติดเชื้ออื่นแทรกซ้อนได้ง่าย เช่น โรคหูน้ำเงิน ไข้ไทฟอยด์ หรือ ไข้หวัด" และ "ในเนื้อหมูป่วย แบคทีเรียอย่าง "ซัลโมเนลลา, อีโคไล, ลิสเตอเรีย" รวมถึงปรสิต เช่น พยาธิตัวกลมและพยาธิตัวตืด สามารถเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้ท้องเสีย มีไข้สูง และ เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และ สตรีมีครรภ์" และ "อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือเชื้อ "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" หรือ เชื้อ "สเตรปโตค็อกคัสจากสุกร" ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลขณะชำแหละ หรือ จากการรับประทานอาหาร ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ต้องฟอกเลือด ใช้เครื่องช่วยหายใจ และ อาจมีภาวะแทรกซ้อนระยะยาว"
ควรทำอย่างไร หากสงสัยว่ารับประทานอาหารปนเปื้อน
"เลอ วัน เที่ยว" กล่าวอีกว่า "ผู้ที่ได้รับสารพิษจากอาหาร อาจมีอาการอาหารเป็นพิษเฉียบพลัน เช่น อาเจียนรุนแรง ปวดท้อง ท้องเสีย มีไข้สูง หรือ ความดันโลหิตต่ำ ในรายรุนแรงอาจเกิดภาวะช็อกและเป็นอันตรายถึงชีวิต" และ "หากได้รับสารพิษในปริมาณน้อยแต่เป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น ทำลายตับ ไต ลดภูมิคุ้มกัน และ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง" และ "เมื่อสงสัยว่าได้บริโภคอาหารไม่ปลอดภัย ควรหยุดรับประทานทันที และ ไม่ควรนำกลับมาบริโภคซ้ำไม่ว่าด้วยวิธีใด หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม ไม่ควรเฝ้าสังเกตอาการเองที่บ้าน!!"
"เลอ วัน เที่ยว" กล่าวเสริมว่า "ขอแนะนำให้ประชาชนแจ้งแหล่งที่มาของอาหารต้องสงสัย ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้" พร้อมกล่าวย้ำว่า "ไม่ควรเสียดายอาหารที่เหลือ หรือ พยายามนำไปปรุงใหม่เพื่อบริโภคต่อ เพราะสิ่งที่ตามมามันไม่คุ้ม..."
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
อาคารสูง 25 ชั้นแห่งนี้ คือ อาคารที่ถูกยกย่องเป็นอย่างมากในจีน
ประเทศที่ไร้ทางออกสู่ทะเล
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
เขมรประท้วงผู้บริหารโรงงานรองเท้าชาวจีน
การกลับมาของวิญญาณศิลป์: ‘มหาอุมมังคชาดก’ ผลงานระดับตำนานของ ถวัลย์ ดัชนี คืนถิ่นไทยในรอบ 50 ปี
ยาพิษในลังไม้: สงครามฝิ่นกับบทเรียนราคาแพงที่เกือบทำลายอารยธรรมจีน
สื่อเขมรเผย "ไทยทำรถยนต์ชาวบ้านและทหาร พังรวม 905 คัน"
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ทริคปลดหนี้ 100,000 บาทใน 1 ปี ทำได้จริงแบบไม่ฝืนชีวิต
เปิดโปงมหากาพย์รักซ้อนสี่! เมียหลวงสุดช้ำผัวทหารอ้างไปรบชายแดน ที่แท้แอบซุกเมียน้อยโปรไฟล์แสบ คบซ้อนทั้งทหาร-ตำรวจ
แรงหนุนจากโลกเวทมนตร์: เจ.เค.โรว์ลิง ยกย่องชาวอิหร่านคือ "แสงสว่างในโลกที่มืดมิด"
ใครรอด ใครร่วง? ศาล ยกฟ้อง ‘บิ๊กโจ๊ก’
แรงงานเขมรทั่วกรุงพนมเปญออกมาประท้วงหลังพบเศรษฐกิจพัง ปากท้องอดอยากไม่มีรายได้ นักลงทุนต่างชาติ แห่ออกนอกประเทศ


