4 ทฤษฎี ที่ก่อให้เกิด "ชู้" เกิดได้จากทั้งปมในใจไปจนถึงสารเคมีในสมอง ขับเคลื่อนความรักที่ผิดศีลธรรม
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
"เมียน้อย ผัวน้อย หรือกิ๊ก" ในมุมของนักอาชญาวิทยา ต้องมองลงไปถึง "รากเหง้า" ของพฤติกรรมมนุษย์ที่ถูกหล่อหลอมผ่านทฤษฎีทางจิตวิทยาและชีววิทยาอย่างเป็นระบบ เพื่ออธิบายว่าทำไมคนเราถึงยอมก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่สร้างความเจ็บปวดให้ผู้อื่นและตนเอง
จากการวิเคราะห์ผ่านมุมมองด้านพฤติกรรมศาสตร์ สามารถจำแนกทฤษฎีที่เป็นหัวใจสำคัญเบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้ได้ดังนี้
1. ทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory) รูปแบบความรักที่ "ไม่มั่นคง" (Insecure Attachment) มักมีจุดเริ่มต้นจากวัยเด็ก หากเติบโตมาในครอบครัวที่ขาดการยอมรับหรือถูกทอดทิ้งทางอารมณ์ จะส่งผลให้คนกลุ่มนี้โหยหาความรักอย่างรุนแรงเมื่อโตขึ้น และมักจะดึงดูดคนที่ไม่พร้อมจะมีสถานะเปิดเผย (เช่น คนที่มีเจ้าของแล้ว) เพราะลึกๆ มีความเชื่อว่าตนเองไม่ดีพอจะเป็นตัวจริงของใคร หรืออาจมีสภาวะ "กลัวความใกล้ชิดที่จริงจัง" (Fear of Intimacy) การคบคนมีเจ้าของจึงรู้สึกปลอดภัยกว่าเพราะไม่ต้องรับผิดชอบต่อภาระผูกพันในระยะยาว
2. ทฤษฎีชีววิทยาและสารเคมีในสมอง (Dopamine & Biology) พฤติกรรมการนอกใจเกี่ยวพันอย่างหนักกับ "โดพามีน" (Dopamine) ซึ่งเป็นสารเคมีแห่งความพึงพอใจและความตื่นเต้น สมองของคนกลุ่มนี้มักแสวงหาความแปลกใหม่และความท้าทายอยู่ตลอดเวลา การแอบกินขโมยกินหรือการทำสิ่งที่ "ผิดกติกา" สังคม จะช่วยกระตุ้นให้สารตัวนี้พุ่งพล่าน ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีเสน่ห์และมีอำนาจเหนือกว่าคู่ตัวจริง
3. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning Theory) ปมความรักที่บิดเบี้ยวส่วนหนึ่งมาจาก "ภาพจำ" ในอดีต หากเด็กเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เห็นการนอกใจเป็นเรื่องธรรมดา หรือเห็นพ่อแม่มีชู้จนเป็นความเคยชิน พวกเขาจะซึมซับแบบแผนพฤติกรรมเหล่านั้นมาปฏิบัติสืบต่อกันโดยไม่รู้ตัว รวมถึงค่านิยมแบบ "ชายเป็นใหญ่" ในสังคมที่มักให้ท้ายว่าคนเจ้าชู้คือคนเก่ง ทำให้เกิดทัศนคติที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
4. ทฤษฎีความขัดแย้งทางความเชื่อ (Cognitive Dissonance) นี่คือกลไกการ "หลอกตัวเอง" ขั้นสุดยอด เมื่อคนเรารู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดศีลธรรม แต่ก็ไม่อยากรู้สึกผิด สมองจะสร้างเหตุผลใหม่มากลบเกลื่อนความจริง เช่น การบอกว่า "ความรักของเราบริสุทธิ์" หรือ "เขากับคนเก่าอยู่กันเพราะลูก" เพื่อบิดเบือนความจริงให้ตนเองดูเป็นผู้บริสุทธิ์ในความสัมพันธ์นี้
โดยสรุปแล้ว การเป็นชู้หรือการนอกใจคือผลลัพธ์จากปมในใจที่ยังไม่ถูกสะสาง ผสมโรงกับสารเคมีในสมองที่โหยหาความตื่นเต้น ท่ามกลางโอกาสที่สังคมเอื้ออำนวย การจะหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้จึงต้องเริ่มจากการเลิกใช้ "ลูก" หรือ "ความรัก" เป็นข้ออ้างในการทำผิด และหันมาเผชิญหน้ากับความจริงเพื่อคืนศักดิ์ศรีให้ตนเองและผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมา
#นอกใจ #เมียน้อย #จิตวิทยาความรัก #อาชญาวิทยา #ทฤษฎีความผูกพัน #ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
6 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุด
โหมดเครื่องบินคืออะไร
5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2
5 ประเทศที่ พูดไทยได้ โดยไม่ต้องลงคอร์สเรียนภาษา ฟังกันออกเฉยเลยว่าเป็นใคร
จังหวัดที่มีข้าราชการเยอะที่สุดในไทย
5 อันดับมหาวิทยาลัยเอกชนไทย ขวัญใจนักศึกษาลาว
เปิดสายงานราชการไทย ที่เงินเดือนสูง ตัวเลขที่คนวงนอกไม่เคยรู้มาก่อน
5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้า
เฉลยแล้ว! ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกันแน่
"คางคกสุรินัม" สัตว์ที่ยอมให้ลูกฝังตัวในเนื้อจนกว่าจะโต
"แย้" นักวิ่งสายฟ้าแห่งพงหญ้าและสถาปนิกใต้พิภพ
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
ตึกที่ใช้เงินลงทุนแพงมากที่สุด ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สิงคโปร์: จากเกาะที่ไร้ทรัพยากร สู่มหานครที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก
1 แถม 1 กับ ลด 50% : เลือกแบบไหนให้เงินในกระเป๋าเหลือมากกว่า?
อย่าหาทำ! เปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ระวังเชื้อโรคบุกห้องนอน พร้อมเผยเคล็ดลับดูแลห้องน้ำให้สะอาด
เตือนแล้วนะ! 5 สิ่ง "ต้องห้าม" โยนลงเครื่องซักผ้า เสี่ยงพังและอันตรายกว่าที่คิด

