แพทย์แนะนำ "สิ่งที่ไม่ควรดื่ม 2 อย่าง สิ่งที่ไม่ควรกิน 3 อย่าง และ สิ่งที่ควรดูแลรักษา 1 อย่าง"
การสูงวัยของประชากรเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ เนื่องจากผู้สูงอายุสะสมปัจจัยเสี่ยงจำนวนมาก และ ความสามารถในการซ่อมแซมความเสียหายของเซลล์ลดลง อย่างไรก็ตาม วิถีชีวิตสมัยใหม่ก็มีส่วนไม่น้อยเช่นกัน ความเป็นเมืองทำให้พฤติกรรมการกินอยู่ไม่เป็นเวลา ความกดดันจากการทำงานสูง และ การเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ในพื้นที่ที่มีรายได้น้อย มลพิษทางอากาศและปัจจัย จากการติดเชื้อยิ่งเพิ่มภาระของโรคมะเร็งให้รุนแรงขึ้น
โรคมะเร็งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลสะสมจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัจจัยเสี่ยงจำนวนมากสามารถป้องกันได้ แต่กลับถูกมองข้ามในชีวิตประจำวัน
ในบรรดาปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง บุหรี่ถือเป็น "ฆาตกรเงียบ" อันดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่สูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้ปลอดภัย องค์การอนามัยโลกจัดให้แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ซึ่งหมายความว่า "ไม่มีระดับการดื่มที่ปลอดภัย" การดื่มในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่อง ก็ยังสามารถทำลายตับ หลอดอาหาร และช่องปากได้!!
ในด้านโภชนาการ การดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัด อาจทำให้เยื่อบุหลอดอาหารไหม้ หากเกิดซ้ำเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหาร เนื้อสัตว์แปรรูปมีสารไนไตรต์และไนเตรต ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นสารอันตราย และ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียมก่อให้เกิดสารประกอบ เช่น เบนโซไพรีน ซึ่งจากการทดลองในสัตว์พบว่าสามารถทำลายดีเอ็นเอได้ ขนมหวานที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ส่งเสริมภาวะอ้วนและการอักเสบเรื้อรัง เอื้อต่อการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งตับอ่อน การขาดการออกกำลังกายทำให้ไขมันสะสมและฮอร์โมนแปรปรวน เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งอย่างน้อย 13 ชนิด
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า "ประมาณ 40% ของผู้ป่วยมะเร็ง สามารถป้องกันได้หากปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต" สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ จัดให้เครื่องดื่มที่ร้อนจัด เป็นปัจจัยก่อมะเร็งกลุ่ม 2A โดยอุณหภูมิสูงกว่า 65 องศาเซลเซียส เพียงพอที่จะทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร ในพื้นที่ที่มีอัตรามะเร็งหลอดอาหารสูง มักพบพฤติกรรมดื่มชา หรือ ซุปในขณะที่ยังร้อนจัด ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ดังนั้น คำแนะนำข้อแรกในกลุ่ม "2 ไม่ดื่ม" คือ...
1. ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนเกินไป ไม่ใช่เพราะชา หรือกาแฟเป็นอันตราย แต่เป็นเพราะอุณหภูมิที่สูงเกินไป เพียงรอให้เย็นลงเล็กน้อย ประมาณ 50 องศาเซลเซียส ก็ช่วยลดการทำลายเยื่อบุได้อย่างมาก
2. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยวารสารสาธารณสุขศาสตร์ ระบุว่า "ความเสี่ยงของมะเร็งเริ่มสะสมตั้งแต่จิบแรก" และ "ไม่มีระดับที่ปลอดภัย" แอลกอฮอล์เกี่ยวข้องโดยตรงกับมะเร็งอย่างน้อย 7 ชนิด รวมถึงมะเร็งตับ มะเร็งเต้านม และ มะเร็งลำไส้ใหญ่ หากดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่กับการสูบบุหรี่ อันตรายก็จะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ" โดยสมาคมมะเร็งอเมริกัน ประเมินว่า "ประมาณ 5.5% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั่วโลก มีความเกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ การงดดื่มแอลกอฮอล์จึงถือเป็น "ประกันป้องกันมะเร็ง" ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดอย่างหนึ่ง!!"
ในกลุ่ม "3 ไม่กิน" คือ...
1. ลดการบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน และ กุนเชียง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 การรับประทานเนื้อแปรรูปวันละ 50 กรัม สามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 18%
2. หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม อาหารที่ถูกเผาไหม้ในอุณหภูมิสูง จะเกิดสารเอมีนวงแหวนและ ไฮโดรคาร์บอนหลายวง ซึ่งพบมากที่สุดในส่วนที่ไหม้ดำ สารเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งตับอ่อน
3. ไม่บริโภคขนมหวานและอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงมากเกินไป อาหารลักษณะนี้ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน การอักเสบเรื้อรัง และ ความไม่สมดุลของจุลชีพในลำไส้ ซึ่งทางอ้อมเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่
สุดท้าย "1 สิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ" คือ...
การออกกำลังกาย งานวิจัยจากศูนย์มะเร็งแห่งชาติจีนพบว่า "การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งอย่างน้อย 13 ชนิด รวมถึงมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร และตับ เพียงเดินเร็ววันละ 30 นาที ขึ้นบันได หรือ ทำงานบ้าน ก็ให้ประโยชน์อย่างชัดเจน โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้มีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ในระดับปานกลาง..."
คำแนะนำเหล่านี้อาจฟังดูคุ้นเคย แต่มีความหมายต่อชีวิตอย่างยิ่ง มะเร็งน่ากลัวที่สุดเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลาม ซึ่งการรักษาจะยากมาก การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ องค์การอนามัยโลกระบุว่า "ประมาณ 30-50% ของโรคมะเร็งสามารถหลีกเลี่ยงได้ หากควบคุมปัจจัยเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม"
อ้างอิง : https://cafef.vn/ngay-cang-co-nhieu-nguoi-tu-vong-vi-ung-thu-bac-si-khuyen-cao-2-khong-uong-3-khong-an-1-viec-can-duy-tri-tuyet-doi-dung-xem-nhe-188260114062249218.chn
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
นายกสมาคมวิศวกรฯ เปิด 4 ข้อสันนิษฐานเหตุเครน "ลอนเชอร์" ถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้
เป็นภาพเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย เมื่อประชาชนจังหวัดตรังแห่มารับฟังเวทีปราศรัย
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
สาวอินโดฯ โป๊ะแตก ปลอมเป็นแอร์ฯ แอบขึ้นเครื่องบิน
มัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69
"สก็อตต์ อดัมส์" ผู้สร้างการ์ตูนเรื่อง "ดิลเบิร์ต" เสียชีวิตแล้ว
อัพเดทโศกนาฏกรรมเครนยักษ์ถล่มทับรถด่วนขบวน 21 ที่สีคิ้วยอดดับพุ่ง 22 ราย
สุดช็อค! เปิดโปงธุรกิจ "ค้าศw" ในอเมริกา..เผยราคาแต่ละอวัยวะ โกยเงินอื้อ!!
"สก็อตต์ อดัมส์" ผู้สร้างการ์ตูนเรื่อง "ดิลเบิร์ต" เสียชีวิตแล้ว
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
รู้หรือไม่ ? ทำไมขนมไทยต้องใส่ "กลิ่นนมแมว" รู้จักที่มาของกลิ่นหอมที่ไม่ได้มาจากแมวนะจ๊ะ
พยาบาลอเมริกันสไตรก์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมืองนิวยอร์ค เพื่อเรียกร้องให้ปรับปรุงสภาพการทำงาน







