วีรกรรมการเหยียดผิวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นมีประวัติการเหยียดสีผิวอันดังกระฉ่อนมาตั้งแต่ก่อนเป็นประธานาธิบดีซะอีก และเมื่อเป็นแล้ว ก็ยังไม่หยุดสันดานการเหยียดผิวของบักทรัมป์
เราลองมาดูประวัติการเหยียดผิวของทรัมป์กันดีกว่า
เหตุการณ์การเหยียดผิวก่อนหาเสียงและขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี
1. ปี 1973 ถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ฟ้องฐานเลือกปฏิบัติต่อคนผิวดำ เนื่องจากแกไม่ยอมให้คนดำมาเช่าอาคารที่พักที่บริษัทแกเป็นเจ้าของ แต่อนุญาตให้คนผิวขาวมาเช่าอยู่ได้
2. เรียกร้องให้ลงโทษประหารให้กับหนุ่มผิวสีทั้ง 5 (ผิวดำ 4 คน และละตินอีก 1) ที่ถูกกล่าวหาว่าไปข่มขืนหญิงสาวใน Central Park, New York City และโดนตำรวจกดดันให้สารภาพความผิด และติดคุกฟรีไปหลังจากนั้น ทั้งๆที่หลักฐานบอกชัดเจนว่าไม่ผิด (คราบน้ำอสุจิ/น้ำว่าวที่พบในจิ๋มของเหยื่อไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยทั้ง 5) ในปี 1989 ผ่านการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ของเมืองนิวยอร์ก
3. ในช่วงยุค 90 มีการตั้งคำถามถึงชนพื้นเมืองที่เป็นเจ้าของบ่อนกาสิโน (ที่เป็นคู่แข่งของบักทรัมป์โดยตรง) เรื่องของความบริสุทธิ์ของสายเลือด และความเป็นเจ้าของที่แท้จริงต่อบ่อนการพนันของเหล่าชนพื้นเมือง
4. ในช่วงยุค 2000-2010 มีการใช้คำพูดที่เหยียดเชื้อชาติต่อผู้เข้าร่วมในรายการ The Apprentice ที่แกเป็นคนจัดขึ้นมา
ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งก่อนดำรงตำแหน่งสมัยแรก (2017-2021)
1. วิจารณ์ผู้พิพากษาในคดีปลอมแปลงเอกสาร และหลอกลวงผู้บริโภค (นักศึกษาที่สมัครเข้ามาเรียน) ของ Trump University ว่ามีอคติในการตัดสินคดีต่อตัวทรัมป์เพราะตัวผู้พิพากษาคนนั้นเป็นชาวเม็กซิโกในปี 2013
2. เรียกผู้อพยพชาวเม็กซิโกว่า "อาชญากร" และ "นักข่มขืน" ในเดือนสิงหาคม ปี 2015 (“When Mexico sends its people, they’re not sending their best. They’re sending people that have lots of problems… They’re bringing drugs. They’re bringing crime. They’re rapists. And some, I assume, are good people.”)
3. โกหกว่าพบเห็นชาวอาหรับ "ฉลองอย่างยกใหญ่" ในวันครบรอบการก่อวินาศกรรม 911 ในเดือนพฤศจิกยน ปี 2015
4. กล่าวว่านักกีฬาอเมริกันฟุตบอล NFL ที่ไม่ยอมคุกเข่าให้เพลงชาติ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ) ควรถูกไล่ออกจากทีม
ในระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยแรก และหลังแพ้เลือกตั้งในปี 2020
1. สั่งแบนพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิม ไม่ให้เข้ามาในสหรัฐอเมริกา
2. บอกให้ สส. หญิงผิวสีทั้ง 4 ให้ "กลับประเทศตัวเองไปแก้ไขอาชญากรรมในชุมชนของตัวเอง" ทั้งๆที่พวกหล่อนเป็นพลเมืองอเมริกาในปี 2019
3. เรียกไวรัสโคโรน่าว่า "ไวรัสจีน" (Chinese Virus) และ "กังฟลู" (Kung Flu) และหลังจากนั้นก็มีข่าวการไล่ทำร้ายชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย (รวมถึงการกล่าวหาว่าชาวเอเชียแพร่เชื้อโควิด และการพ่นแอลกอฮอล์ล้างมือใส่) ตลอดปี 2020
4. กล่าวหาว่าผู้อพยพชาวเฮตินำเชื้อเอดส์มาแพร่ในอเมริกา
5. ไม่ยอมส่งเจ้าหน้าที่สังกัดรัฐบาลกลางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุเฮอร์ริเคนมาเรียในเปอร์โตริโก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนละติน
6. ไม่ยอมประณามขบวนการเชิดชูความเหนือกว่าของคนผิวขาวที่ประท้วงใน Charlottesville ปี 2017
7. เรียกประเทศในทวีปแอฟริกาว่า "ประเทศขยะ" (Shithole Countries) ในปี 2018
8. เหยียดสีผิวของอัยการผิวดำที่สั่งฟ้องตัวเองในคดีปลอมแปลงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในปี 2023 รวม 34 กระทง
9. สั่งแบนหัวข้อการศึกษาที่เกี่ยวกับสีผิวและความไม่เท่าเทียมระหว่างสีผิว
ในระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 (2025-ปัจจุบัน)
1. เรียกผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียว่า "ขยะ"
2. แบนพลเมืองจากประเทศมุสลิม (อีกแล้ว) ไม่ให้เข้าสหรัฐ
ค่าตอบแทนเงินเดือนพนักงานเก็บเงินทางด่วน
จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในประเทศไทย
ปลาสวยงามพันธุ์หายาก ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นบนโลก
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
5 อันดับ ประเทศที่ไทยนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นมูลค่ามากที่สุด
3 จังหวัดที่มีการบริโภค"เนื้อวัว"มากที่สุดในประเทศไทย
โรงเรียนเอกชนในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักเรียนมากเป็นอันดับหนึ่ง
ท็อป 5 แหล่งน้ำมันที่ผลิตมากที่สุดในโลก วันละเท่าไหร่ มีรายได้เท่าไหร่
ถอดรหัสคำว่า "ป่าช้า": ไม่ได้แปลว่าช้าอย่างที่คิด
ต่างจังหวัดในไทยที่กำลังจะมีรถไฟในอนาคต
คอหวยแห่ดูเลขปฏิทินหลวงปู่ศิลา งวด 16 มีนาคม 2569
เปิด 8 ธุรกิจจีนที่เติบโตในไทย
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
ไทยเตรียมระงับส่งออกน้ำมันต่างประเทศ เปิดรายชื่อประเทศยกเว้น




