ผู้ก่อตั้งบริษัทถูกแฉ หลังแอบซั่มกับพนักงานหญิงสายอินฟลู
เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้
บริษัทสื่อด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของสิงคโปร์ "พร็อพเพอร์ตี้ ลิม บราเธอร์" ได้เกิดข่าวอื้อฉาวด้านความสัมพันธ์เชิงชู้สาว เมื่อหนึ่งในผู้ก่อตั้งคือ "หลิน เหว่ย เจี๋ย" ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับพนักงานหญิง ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ของบริษัท โดยเธอมีชื่อว่า "เกรซ แทน" โดยมีคลิปวิดีโอที่คาดว่าเป็นเหตุการณ์ ขณะทั้ง 2 คน มีความสัมพันธ์กันภายในสำนักงาน ซึ่งถูกเผยแพร่และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์
ต่อมา ยังมีข้อความขอโทษภายในองค์กรหลุดออกมา ซึ่ง "หลิน เหว่ย เจี๋ย" ยอมรับว่า "ผมได้ก้าวข้ามขอบเขตที่ไม่ควรก้าวข้ามไปแล้ว" ปัจจุบัน เว็บไซต์ทางการของบริษัทไ ด้ลบชื่อของทั้ง "หลิน เหว่ย เจี๋ย" และ "เกรซ แทน" ออกแล้ว ในขณะที่บัญชีโซเชียลมีเดียของฝ่ายหญิง ก็ได้ตั้งค่าเป็นส่วนตัวอย่างเร่งด่วน ซึ่งได้สร้างความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ปิดม่านดำในสำนักงาน มีเสียงครวญครางดังออกมา
จากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ กล้องได้ถ่ายไปยังห้องทำงานแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกปิดม่านสีดำ โดยสามารถบันทึกเสียงครวญคราง ที่ดังออกมาจากภายในห้องได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีบุคคลภายนอก ก้มลงมองผ่านช่องประตู เพื่อดูความเคลื่อนไหวภายในด้วย
ในคลิปยังปรากฏภาพ "หลิน เหว่ย เจี๋ย" ถือผ้าเปียกๆ เดินออกมาจากห้องชั่วครู่ ก่อนจะกลับเข้าไปอีกครั้ง และ ต่อมามีกล้องจับภาพทั้ง "หลิน เหว่ย เจี๋ย" และ "เกรซ แทน" เดินออกมาจากห้องดังกล่าว...
นอกจาก "เกรซ แทน" จะเป็นอินฟูลเอ็นเซอร์แล้ว เธอยังดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายกลยุทธ์ของบริษัท โดยมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 190,000 คน
ข้อความขอโทษหลุด ยอมรับ "ล้ำเส้นที่ไม่ควร"
หลังจากข่าวฉาวแพร่สะพัด มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตนำภาพหน้าจอข้อความ ที่คาดว่าเป็นข้อความจาก "หลิน เหว่ย เจี๋ย"v ส่งถึงพนักงานบริษัทมาเผยแพร่ บนแพลตฟอร์ม Reddit โดยเนื้อหาระบุว่า "ผมได้กระทำความผิดพลาดส่วนตัว และ ได้ก้าวข้ามขอบเขตที่ไม่ควรก้าวข้าม ผมขอรับผิดชอบต่อความผิดหวัง และ ขอรับผิดชอบต่อผลกระทบ ที่เกิดขึ้นกับทีมงานทั้งหมด ผมได้จัดการเรื่องนี้กับครอบครัวแล้ว และ ในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ ผมจะมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟู และ ปกป้องครอบครัวของผม..." ซึ่งในข้อความดังกล่าวยังระบุด้วยว่า "ทั้งผมและ "เกรซ แทน" จะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในบริษัท!!"
ต่อกรณีนี้ กระแสความคิดเห็นของชาวเน็ตแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย บางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ว่าพฤติกรรมนอกใจ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และ แสดงความกังวลว่าคู่สมรสและลูกของทั้ง 2 ฝ่ายอาจได้รับผลกระทบซ้ำสอง อย่างไรก็ตาม ก็มีชาวเน็ตบางกลุ่มตั้งข้อสงสัยว่า "เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อาจเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัท เพื่อโปรโมตโครงการใหม่ในรอบถัดไปหรือไม่?"
อ้างอิง : https://www.ettoday.net/news/20260128/3108861.htm#ettoday
เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
โหมดเครื่องบินคืออะไร
เปิดสายงานราชการไทย ที่เงินเดือนสูง ตัวเลขที่คนวงนอกไม่เคยรู้มาก่อน
จังหวัดที่มีข้าราชการเยอะที่สุดในไทย
5 อันดับมหาวิทยาลัยเอกชนไทย ขวัญใจนักศึกษาลาว
6 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุด
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2
"คางคกสุรินัม" สัตว์ที่ยอมให้ลูกฝังตัวในเนื้อจนกว่าจะโต
"แย้" นักวิ่งสายฟ้าแห่งพงหญ้าและสถาปนิกใต้พิภพ
5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้า
5 ประเทศที่ พูดไทยได้ โดยไม่ต้องลงคอร์สเรียนภาษา ฟังกันออกเฉยเลยว่าเป็นใคร
ชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศ
ตึกที่ใช้เงินลงทุนแพงมากที่สุด ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว 2 ผู้ต้องหาทีมฆ่า”ยายจุก”เจ้าแม่เงินกู้เมืองคอน แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ
แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ในโอกาสบรรยายพิเศษแก่ผู้เข้ารับการฝึกจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” ภาค 4 รุ่นที่ 6/69
การ์ดโปเกมอนปลอมคุณภาพสูง ถูกผลิตในโรงงานผิดกฎหมายในประเทศจีน
ทรัมป์เผย "สงครามอาจยืดเยื้ออีก 3 สัปดาห์"



