รอยแผลที่ไม่มีวันลบเลือน: หลักฐานประวัติศาสตร์ "หญิงบำเรอ" แห่งกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น
บันทึกหน้าประวัติศาสตร์อันแสนเจ็บปวดที่ถูกจารึกไว้ผ่านแผ่นฟิล์ม เมื่อภาพถ่ายเพียงใบเดียวกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการเปิดโปงอาชญากรรมสงคราม และเป็นเสียงสะท้อนแห่งความทุกข์ทรมานของเหล่าสตรีที่ถูกพรากอิสรภาพไปเป็นทาสทางเพศ
รอยแผลที่ไม่มีวันลบเลือน: หลักฐานประวัติศาสตร์ "หญิงบำเรอ" แห่งกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น
ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ค.ศ. 1944 ณ เมืองซงซาน ประเทศจีน ทหารสหรัฐฯ นายหนึ่งนามว่า Charles H. Hatfield ได้บันทึกภาพถ่ายประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นหญิงสาวชาวเกาหลี 4 คน ยืนเคียงข้างทหารจีน หลังจากพวกเธอเสี่ยงชีวิตหลบหนีออกมาจากฐานทัพญี่ปุ่นพร้อมกับเชลยคนอื่นๆ ภาพนี้ไม่ใช่เพียงการบันทึกการรอดชีวิต แต่คือการบันทึกโศกนาฏกรรมที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์อย่างโหดร้าย
บุคคลที่โดดเด่นและน่าสลดใจที่สุดในภาพคือหญิงสาวขวาสุดที่อยู่ในสภาพตั้งครรภ์แก่ ซึ่งภายหลังได้รับการระบุตัวตนคือ คุณยายปาร์ค ยอง-ซิม ในขณะนั้นเธออยู่ในสภาพอ่อนเพลียและเครียดจัด ผลจากความทารุณที่ได้รับทำให้เธอต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไปก่อนจะได้รับการช่วยเหลือเพียงไม่นาน และต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อนำร่างทารกที่เสียชีวิตออกทันทีที่ถึงโรงพยาบาล
โศกนาฏกรรมของหญิงบำเรอ หรือ "Comfort Women" เป็นฝันร้ายของสตรีกว่า 200,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี รวมถึงชาวจีน ฟิลิปปินส์ และมาเลย์ โดยมีเหยื่อตั้งแตหญิงสาวไปจนถึงเด็กหญิงที่มีอายุเพียง 12 ปี พวกเธอถูกบังคับให้เป็นทาสทางเพศในซ่องโสเภณีทหารทั่วดินแดนที่ญี่ปุ่นยึดครอง แม้สงครามจะจบลงด้วยการยอมจำนนของญี่ปุ่นในปี 1945 แต่บาดแผลในใจของเหล่าผู้รอดชีวิตกลับไม่เคยจางหาย
ตลอดชีวิตของคุณยายปาร์ค ยอง-ซิม เธอได้กลายเป็นตัวแทนในการเรียกร้องความยุติธรรม โดยการเข้าร่วมให้ปากคำในพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามที่กรุงโตเกียวเมื่อปี 2000 เพื่อประณามความโหดร้ายที่เธอและเพื่อนผู้หญิงอีกนับแสนต้องเผชิญ จนกระทั่งเธอเสียชีวิตลงในปี 2006 ณ กรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ แต่ประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อพิพาทรุนแรงระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่น เนื่องจากทางญี่ปุ่นพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ โดยอ้างว่ากรณีนี้จบลงไปแล้วในทางกฎหมาย
ภาพถ่ายใบนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพเหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สรุปได้ว่าตราบใดที่ความเจ็บปวดของเหยื่อยังไม่ได้รับการเยียวยาด้วยความจริงใจและการยอมรับผิดอย่างเป็นธรรม บาดแผลทางประวัติศาสตร์เรื่องหญิงบำเรอก็จะยังคงเป็นประเด็นที่สั่นคลอนความสัมพันธ์และศีลธรรมของโลกสืบต่อไป
#ประวัติศาสตร์ #หญิงบำเรอ #อาชญากรรมสงคราม #สิทธิสตรี #ComfortWomen #ParkYoungSim #ความยุติธรรม
พืชที่พบในจังหวัดเลยของไทย เพียงแห่งเดียวเท่านั้นบนโลก
สับสนไหม? คาปูชิโน่ กับ ลาเต้ ต่างกันยังไง?
นักแบดมินตันชายที่เก่งที่สุด มีคะแนนและอันดับสูงที่สุดในโลก
"ช็อก! หนุ่มกล้ามโตดับ ขณะหลับ ย้ำสุขภาพดี ไม่ได้วัดแค่ภายนอก"
อำเภอที่มีร้านเซเว่นมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ส่องเลขเด็ด เลขดังจาก "นายกฯ อนุทิน" ลงพื้นที่หาเสียงนครสวรรค์ งวด 1 กุมภาพันธ์ 2569
พลิกนรกทะเลทรายด้วยกระต่ายล้านตัว: โมเดลคูปู้ฉีแห่งประเทศจีน
หน่วยทหารชั้นนำของไทย ที่ขึ้นชื่อว่ามีหลักสูตรการฝึกที่หนักที่สุด
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
ใจสลายกลางอีเวนต์! เน็ตไอดอลดังถูกแฟนคลับรังแก"
"เกาหลีใต้เดือด! ขู่ถล่มให้พินาศ ใครกล้าแตะพลเมือง พีกสุดโพสต์คำเตือนเป็นภาษาเขมร!"
การถ่ายทำสารคดีสุดจะเสี่ยง "เมื่อลองให้งูอนาคอนด้า กลืนคนทั้งเป็น...มันจะเป็นอย่างไร ?"
สกุลเงินจากประเทศในเอเชีย ที่มั่นคงและมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด
"ช็อก! หนุ่มกล้ามโตดับ ขณะหลับ ย้ำสุขภาพดี ไม่ได้วัดแค่ภายนอก"
"เหล็กไหล": ธาตุกายสิทธิ์ในตำนาน หรือแร่ธาตุที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์?
มาทำความรู้จัก "มนุษย์ไม่โพสต์" กับความสุขที่ไม่ต้องตะโกนบอกใคร
ทำไมเราถึงเรียก "รถซีดาน" ว่า "รถเก๋ง"?
"ผ้าขาวม้า" แท้จริงมาจากแดนเปอร์เซีย กลายมาเป็นผ้าสารพัดประโยชน์คู่กายคนไทย




