หนังสือ ชามอัลมาอริฟ เป็นตำราไสยศาสตร์ซึ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อ 800 ปีก่อน โดยอะหมัด อัลบูนีย์ ซึ่งเป็นนักคณิตศาสตร์ และนักไสยเวทชาวอาหรับซึ่งมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่สุด
ถ้าพูดถึง “หนังสือต้องห้าม” ของโลกอาหรับ ชื่อที่มักโผล่มาในลิสต์อันดับต้น ๆ เลยก็คือ ชามอัลมาอริฟ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Shams al-Ma’arif ซึ่งมักถูกแปลกันประมาณว่า “หนังสือแห่งดวงอาทิตย์ขององค์ความรู้” ฟังดูสวยงามใช่ไหม แต่พอรู้ว่ามันถูกพูดถึงในฐานะ “ตำราไสยศาสตร์” ที่คนจำนวนมากทั้งกลัวทั้งอยากรู้อยากเห็น…อารมณ์มันเปลี่ยนทันที
เรื่องมันเริ่มจากคนคนหนึ่งที่ชื่อ อะหมัด อัลบูนีย์ (Ahmad al-Buni) ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นทั้งนักคณิตศาสตร์และนักไสยเวทชาวอาหรับ และหนังสือเล่มนี้ก็ถูกโยงว่า “เขียนขึ้นเมื่อราว ๆ 800 ปีก่อน” คือมันเก่าพอที่จะทำให้เรารู้สึกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล่าตามเว็บแบบเพิ่งแต่งเมื่อวาน แต่มันเหมือนเป็นเงาของความเชื่อเก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่จนปัจจุบัน
ที่น่าสนใจคือ เนื้อหาของมันไม่ได้เปิดมาปุ๊บก็เป็นบทสวดหลอน ๆ อะไรแบบนั้น (อย่างที่คนชอบจินตนาการ) แต่มีโทนที่เหมือน “พยายามอธิบาย” มากกว่า—พูดถึง รหัสทางคณิตศาสตร์ สัญลักษณ์ ตารางตัวเลข แล้วค่อย ๆ พาเราไปแตะเรื่อง “โลกที่มองไม่เห็น” เหมือนผู้เขียนกำลังพยายามตีความว่า สิ่งที่มนุษย์รับรู้ไม่ได้ด้วยตาเนื้อ มันมีระบบ มีแบบแผน และอาจถูก “ถอดรหัส” ได้
แล้วนี่แหละที่ทำให้หลายคนยิ่งรู้สึกหลอนแบบแปลก ๆ เพราะมันไม่ได้มาในรูปแบบ “เชื่อสิ!” แต่มาแบบ “ลองดูสิ มันมีตรรกะของมันนะ” ซึ่งสำหรับคนอ่านบางประเภท ยิ่งมีความเป็นระบบ ยิ่งรู้สึกว่ามันน่าเชื่อถือ…และยิ่งอันตราย
พออ่านไปเรื่อย ๆ ก็มีบทที่คนพูดถึงกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ว่ามันเริ่มแตะเรื่อง การติดต่อกับญินและเทวดา (ในกรอบความเชื่ออาหรับ) ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นกลุ่ม “ภูตเทพ” ที่มีฤทธิ์ มีอิทธิพล และเกี่ยวพันกับเรื่องที่ศาสนาจริงจังมาก ๆ บางคนเล่าว่า ช่วงแรก ๆ ของเล่มยังพออ่านได้เหมือนตำราที่เต็มไปด้วยตารางและสูตร แต่ยิ่งลึกลงไปก็ยิ่งเหมือนเปิดประตูไปอีกฝั่งหนึ่ง—ฝั่งที่ไม่ใช่ทุกคนควรไปยืนอยู่ตรงนั้น
และเพราะมันไปแตะเรื่องละเอียดอ่อนนี้เอง ตำรานี้เลยถูกกล่าวหาว่าขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ในสายตาของผู้เคร่งครัดจำนวนมาก มีชื่อเสียงในฐานะหนังสือที่ “ไม่ควรยุ่ง” บ้างก็เล่าว่าเคยถูกแบน ถูกห้ามอ่าน หรือถูกมองว่าเป็นสิ่งชักนำไปทางไสยศาสตร์ แต่ในอีกด้าน…ยิ่งห้าม คนก็ยิ่งอยากรู้ มันเหมือนป้าย “ห้ามเข้า” ที่ยิ่งทำให้เราหยุดมองไม่ได้
สิ่งที่ทำให้ชื่อของชามอัลมาอริฟน่ากลัวไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหา แต่คือ “บรรยากาศ” ที่ผู้คนเล่าต่อกันนี่แหละ แบบว่า…มีข่าวลือว่าใครอ่านแล้วชีวิตเปลี่ยน บางคนบอกเจอเรื่องแปลก ๆ บางคนบอกฝันประหลาด บางคนบอกเหมือนถูกอะไรบางอย่างจับตามอง หรือหนักกว่านั้นก็ถูกเล่าขานว่า “มีอันเป็นไป” ในรูปแบบต่าง ๆ
แน่นอนนะ เรื่องพวกนี้มันเป็นข่าวลือและคำบอกเล่า—พิสูจน์ยากมาก และหลายครั้งก็อาจเกิดจากความกลัวที่สะสมอยู่ก่อนแล้ว พอไปอ่านอะไรที่คนย้ำว่าอันตราย สมองเราก็พร้อมจะเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันเอง แต่ถึงอย่างนั้น…ความน่าขนลุกมันอยู่ตรงที่ ต่อให้เราไม่เชื่อ เราก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า “ถ้ามันมีอะไรจริงล่ะ?” และแค่นั้นก็พอให้หนังสือเล่มหนึ่งกลายเป็นตำนานได้แล้ว
ฉันว่ามันมีมุมหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือชามอัลมาอริฟเหมือนสะท้อน “ความหิวกระหายของมนุษย์” ที่อยากรู้สิ่งที่อยู่นอกกรอบ อยากเข้าใจสิ่งที่มองไม่เห็น อยากได้คำตอบที่โลกปกติให้ไม่ได้ และความอยากรู้นี่แหละ บางทีก็เป็นเหมือนไฟฉายส่องทาง แต่บางทีก็เป็นเหมือนหลุมที่ลึกเกินไป—ลึกจนเราไม่รู้ว่าจะปีนกลับขึ้นมายังไง
เพราะงั้นประโยคที่คนชอบเล่ากันว่า “อ่านแค่บทแรก ๆ ไม่เป็นไร แต่ยิ่งอ่านลึกอาจเจอสิ่งที่ไม่ควรรู้ และถูกความรู้นั้นกลืนกิน” มันเลยฟังดูเหมือนคำเตือนในนิยายสยองขวัญ…แต่ก็เป็นคำเตือนที่ทำให้คนจำนวนมากยิ่งอยากเปิดหน้าถัดไปอยู่ดี
และสุดท้าย ไม่ว่าความจริงของข่าวลือจะเป็นยังไง ชามอัลมาอริฟก็ยังยืนอยู่ในจุดเดิมเสมอ—เป็นหนังสือที่ถูกเล่าขานว่า “ต้องห้าม” แต่กลับถูกตามหา เป็นตำราที่คนกลัว แต่ก็อยากสัมผัส เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ขององค์ความรู้…ที่ส่องแสงจ้าเกินไปจนหลายคนเชื่อว่า ถ้ามองนาน ๆ อาจทำให้ตาพร่าได้
ขอบคุณข้อมูลจาก The Wild Chronicles
การใส่ยาสีฟันลงในเครื่องซักผ้ามีประโยชน์อย่างไร?
ประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
เครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก
น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค มาเเล้วจ้ากับงวดที่ 16/2/69
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
ส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรส
จังหวัดที่มีการเปลี่ยนชื่อของไทย
เตรียมรับแรงกระแทกเชิงบวก! เคล็ดลับรับมือ "ดาวเสาร์ย้ายราศี" 13 กุมภาพันธ์ 2569...สายมูต้องห้ามพลาด
5 ประเทศที่มี กองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
กระทรวงที่ร่ำรวยที่สุด ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
อาวุธที่มีระยะยิงไกลที่สุดซึ่งกองทัพไทยมีใช้งานจริงในปัจจุบัน
ฮือฮาริมเจ้าพระยา! “คริส หอวัง” ผงะอุปกรณ์ไล่นกพิราบไร้ผล ลั่นกลางคลิป “ของบคืนได้ไหม”
หน้าใสไม่ต้องเลเซอร์
ใบหน้าผู้ชายก็ต้องการการดูแลเหมือนกัน รวมของใช้ดูแลผิวหน้าฉบับง่ายแบบสุดๆ
เปิดรหัสลับ “ใต้รูปบัตรประชาชน” 14 หลัก ที่หลายคนมองข้าม ซ่อนประวัติการทำบัตรทั้งชีวิต รู้แล้วถึงกับอึ้ง!
ญี่ปุ่นกำลังจะแก้ไขกฎหมายการค้าประlวณีใหม่
เหตุผลที่ทำให้คนมองว่า "พุทธ"ไม่ใช่ "ศาสนา"
บทเรียนราคาแพง: เมื่อ "คลอดในน้ำ" ที่บ้าน กลายเป็นโศกนาฏกรรมของอินฟลูฯ ดัง



