เมื่อความโกรธทำลายโลก แต่ความรักหยุดมันได้ บทเรียนจากรอยเท้าบนหน้าอกพระศิวะ
เขียนโดย ซินฟ่า
หากเราพูดถึงในโลก "เทพฮินดู "หลายคนคงมีภาพจำเกี่ยวกับ "พระแม่กาลี" ที่มีลักษณะดุร้ายที่ได้กำลังเหยียบหน้าอกของพระศิวะซึ่งเป็นพระสวามีที่นอนนิ่งอยู่แทบเท้า
ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยในภาพนี้ บางคนอาจมองว่าภาพนี้เป็นภาพที่สตรีอยู่เหนือชัยชนะของบุรุษหรืออาจเป็นภาพของการทำลายล้างแต่หากเรามองเข้าไปให้ลึกลงไปภาพที่พระแม่กาลีเอาเท้าเหยียบหน้าอกของสามีนั้นมันคือบทเรียน"ราคาแพง"เกี่ยวกับความรักและการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง"
เรื่องราวนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อ "พระแม่กาลี"ตกอยู่ในสภาวะอันดุร้ายหรือความเครียดแค้นจากการปราบอสูร ในขณะนั้น "พระแม่กาลี" เกิดมีพลังมหาศาลจนเกินการควบคุมของตัวเองได้ ด้วยความโกรธของพระแม่กาลีที่กำลังจะทำให้โลกพังพินาศแม้แต่เหล่าเทพเองก็ยังกลัวกว่าที่จะเข้าใก้ล "พระแม่กาลี"
เหตุการณ์นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับโลกมนุษย์ในยามที่"ความโกรธ"เข้าครอบงำและพร้อมทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่เว้นแม้แต่คนที่เรารักหรือตัวเองก็ตาม
ในขณะที่โลกกำลังจะพินาศลงเข้าไปทุกที พระศิวะไม่ได้เลือกใช้อาวุธหรือไม่ได้ใช้มนต์คาถาใดๆทั้งสิ้นแต่พระองค์ทรงเลือกทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยความที่เขาเป็นมหาเทพ"แห่งเขาไกรลาศ"โดยการที่ท่านลงไปนอนทอดกายบนพื้นเพื่อเป็นการขัดขวางในการทำลายล้างของพระแม่กาลีในเวลานั้น
เมื่อเท้าของพระแม่กาลีได้สัมผัสลงไปบนหน้าอกของสามี จิตใจพระแม่จึงเริ่มที่จะสงบลงและความอ่อนโยนที่ได้สัมผัสจากความรักของสามีเองที่ช่วยในการดึงสติของพระแม่กาลีกลับคืนมา ทันใดนั้นพระแม่กาลีเกิดการชะงักและได้ตระหนักถึงว่าตนเองนั้นกำลังทำร้ายคนที่ตนรัก ความโกรธที่เคยจะทำลายล้างจึงค่อยๆสงบลงทันที
ภาพที่พระศิวะโดนเหยียบหน้าอกนั้นจึงทำให้เกิดบทเรียนของคู่รักในโลกมนุษย์ดังนี้
1.สติคือเป็นส่วนที่รองรับอารมณ์ : พระศิวะเปรียบเสมือน(สติ)ส่วนพระแม่กาลีเปรียบเสมือน (อารมณ์)เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังมีอารมณ์ที่พลุ้งพล่านอีกฝ่ายก็ต้องหนักแน่นพอที่สามารถรองรับอารม์ไม่ใช่เป็น "ไฟ" ที่โหมให้มอดไหม้เร็วขึ้น
2.ความรักคือการวางตัวตน : มหาเทพแห่ง"เขาไกรลาศ"ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อให้คนรักได้เหยียบย่ำเพื่อรักษาชีวิตของภรรยาและโลกใบนี้เอาไว้และนี่คือข้อที่พระศิวะพิสูจน์แล้วว่า ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวเราต้องยอมที่จะเป็นผู้แพ้ แต่การรักษาความสัมพันธ์ของเราเอาไว้นี่ต่างหากที่เป็นชัยชนะอย่างแท้จริง
3.พื้นที่ปลอดภัยของกันและกัน: พระศิวะแสดงให้เห็นแล้วว่าการรักใครสักคนคือการยอมเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเขาเพื่อที่จะให้เขาปล่อยความเจ็บปวดหรืออารมณ์โมโหออกมาโดยเรายังคงอยู่ไม่หายไปไหน
ภาพที่พระศิวะโดนภรรยาเหยียบหน้าอก มันไม่ได้เป็นการบ่งบอกว่าพระศิวะพ่ายแพ้ให้แก่ภรรยาแต่มันคือ "ความเสียสละ"ต่างหาก ในความสัมพันธ์ระยะยาวเราไม่จำเป็นที่เราต้องเป็นฝ่ายถูกเสมอไปและไม่จำเป็นที่เราจะต้องอยู่เหนือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตลอดเวลา บางครั้งการที่เรายอมพ่ายแพ้ให้แก่ "ความรัก"เพียงเพื่อเราจะได้เห็นคนรักกลับมาเป็นคนเดิมของเรา
ข้าราชการ 5 กลุ่มนี้ ใครได้เงินเดือนมากกว่ากัน
สำรวจรายได้และค่าตัวนักร้องไทย ปี 2025-2026 ใครอยู่กลุ่มท็อป
ทำไมเพลงเก่าๆ เมื่อ 15-20 ปีที่แล้ว พอกลับไปฟังอีกครั้งยังเพราะเหมือนเดิม
เปิดยอดขายกำไรหมูปิ้ง
รวมเลขเด่นงวด 1 มิถุนายน 2569 สายเลขจับตาหลายสำนักดัง
"มิตซูบิชิ มอเตอร์" ประกาศการกลับมาผลิต รถยนต์รุ่นปาเจโร่อีกครั้ง!!
สะพานมอญ สังขละบุรี สะพานไม้ยาวที่สุดในไทยที่ควรไปเห็นสักครั้ง
สามีนอกใจ! อายุ 68 ปีแอบกิ๊กเด็ก 90 หลัง มีลูกแฝด 5 ปีโอนเงินให้กิ๊กกว่า 200 ล้านบาท!
2 บ่อน้ำเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/6/69
10 เลขขายดี "จำเนียรอ่อนนุช" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!!
สัญลักษณ์ "ปลา" ท้ายรถ มันคืออะไร แล้วติดไว้ทำไม?
หนังสือที่ขายดีที่สุดในโลก
มากกว่าแค่รถขนของ! ทำไมคนยุค 2026 ถึงยอมจ่ายแพง เพื่อครอบครองกระบะยกสูงรุ่นท็อป?
2 บ่อน้ำเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ
ประเทศที่ต้องการแรงงานไทยมากที่สุด มีคนไทยไปทำงานมากที่สุด




