เด็ก ป.4 ถูกกระชากกางเกงจน “อัณฑะบิดขาดเลือด” ต้องตัดทิ้ง โรงเรียนอ้างเป็นโรคประจำตัว ไม่ใช่อุบัติเหตุ
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่ง
เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเด็กชายวัยเพียง 10 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจจากการถูกกลั่นแกล้งในสถานศึกษา
ตามรายงานข่าว เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 มารดาของเด็กชายรายดังกล่าว ได้เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและแจ้งความดำเนินคดี ภายหลังบุตรชายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกรุ่นพี่ชั้น ป.6 กระทำการกลั่นแกล้งระหว่างกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ โดยมีพฤติการณ์เข้ามากระชากกางเกงในของเด็กชายอย่างรุนแรงถึงสองครั้ง ขณะผู้เสียหายกำลังนอนหลับอยู่ภายในเต็นท์
ภายหลังเกิดเหตุ เด็กชายมีอาการจุกเสียดและปวดอย่างรุนแรง แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงมิได้แจ้งผู้ใด จนกระทั่งผ่านไปหลายวัน อาการปวดทวีความรุนแรงขึ้นขณะอยู่ที่โรงเรียน ครูจึงนำส่งโรงพยาบาลสกลนครโดยเร่งด่วน
ผลการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์พบว่า อัณฑะเกิดการบิดหมุนจนขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นระยะเวลานาน แพทย์ต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉิน และปรากฏว่าอัณฑะข้างซ้ายเกิดภาวะเนื้อเยื่อตายจากการขาดเลือด จำเป็นต้องตัดทิ้งหนึ่งข้าง เพื่อรักษาชีวิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจต่อสาธารณชน คือ การที่ผู้บริหารสถานศึกษาและอาจารย์ที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า จากใบรับรองแพทย์ที่ใช้ถ้อยคำว่า “อัณฑะบิดตัว” ถือเป็นอาการป่วย มิใช่อุบัติเหตุ จึงไม่สามารถเบิกเคลมประกันอุบัติเหตุของโรงเรียนได้ และโรงเรียนไม่อาจรับผิดชอบค่าเสียหายดังกล่าว
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า หากอาการบิดของอัณฑะเกิดขึ้นภายหลังจากการถูกกระทำอย่างรุนแรงในกิจกรรมของสถานศึกษา จะถือเป็นเพียง “โรค” หรือควรพิจารณาในฐานะ “ผลสืบเนื่องจากการกระทำที่ก่อให้เกิดอันตราย” ซึ่งควรได้รับการสอบสวนอย่างรอบด้าน
ผู้เขียนเห็นว่า เรื่องนี้มิใช่เพียงกรณีความเสียหายทางร่างกายของเด็กคนหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นภาพสะท้อนปัญหาการกลั่นแกล้งในสถานศึกษา (Bullying) ที่อาจรุนแรงเกินกว่าที่สังคมจะเพิกเฉยได้ เด็กวัยเพียง 10 ปี ต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญตั้งแต่อายุยังน้อย ย่อมส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
การที่ผู้ปกครองตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่บุตรชาย
เหตุการณ์ครั้งนี้ จึงไม่ควรจบลงเพียงการเยี่ยมไข้หรือคำชี้แจงเชิงเทคนิคทางเอกสาร แต่ควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ
สังคมไทยคงต้องตั้งคำถามร่วมกันว่า
สถานศึกษา ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็ก จะมีมาตรการป้องกันและรับมือกับการกลั่นแกล้งอย่างจริงจังเพียงใด
เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มิใช่เพียงบาดแผลชั่วคราว หากแต่เป็นรอยแผลที่อาจติดตัวเด็กคนหนึ่งไปตลอดชีวิต.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
กล้องชัด! เก๋งสาววูบชนเสาไฟพังยับ คนขับเจ็บ
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
ทรัมป์ลั่น "จะให้เวลาอิหร่าน จนถึง 6 เมษานี้!!"
มะกันจะนำขีปนาวุธร่อนล่องหนพิสัยไกลเกือบทั้งหมดไปใช้ในอิหร่าน
ดราม่าสนั่น! สามีขอหารค่า 'ศูนย์พักฟื้นหลังคลอด' 70/30 ชาวเน็ตจวกยับ ไม่มีเงินอย่ามีลูก!
“โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม” เสธ.ทภ.4 ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกิน ปี 2569