ผอ.โรงเรียน สะกดจิตนักเรียน จนทำให้มีเด็กตาย 3 คน
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2011 ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ตกเป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลก ภายหลังปรากฏว่านักเรียนของเขา 3 คน ได้เลือกที่จะจบชีวิตตนเอง หลังจากเข้ารับการสะกดจิต
มาร์คัส ฟรีแมน, เวสลีย์ แมคคินลีย์ และ บริตตานี พาลัมโบ เสียชีวิตภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ต่อเนื่องกัน นอกจากจะศึกษาอยู่ที่โรงเรียนขนาดเล็กแห่งเดียวกัน ในรัฐฟลอริดาแล้ว ทั้ง 3 คน ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ เคยเข้ารับการสะกดจิต จากผู้อำนวยการโรงเรียนของตนเอง ดร. "จอร์จ เคนนีย์"
"จอร์จ เคนนีย์" ทำงานที่โรงเรียนมัธยมปลายนอร์ทพอร์ต มาหลายปี ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และ ยังอ้างตนว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านการสะกดจิตแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง และ ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เขาได้จัดการสะกดจิตแบบส่วนตัว ให้แก่นักเรียนหลายราย ทั้งที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตให้ทำการสะกดจิตบำบัดผู้อื่น ประสบการณ์ทั้งหมดของเขา มาจากการเข้าอบรมเพียงหลักสูตร 5 วันกับ "สมาคมการสะกดจิตแห่งชาติ ที่ศูนย์สะกดจิตออมนิ" เมื่อ 2 ปีก่อนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม "จอร์จ เคนนีย์" เชื่อว่าความสามารถของตน ได้ช่วยเหลือลูกศิษย์จำนวนมาก โดยเฉพาะด้านการพัฒนาศักยภาพ ทางการเรียนและกีฬา และ เขายังมุ่งช่วยนักเรียนที่มีความวิตกกังวลเรื่องการสอบ มีปัญหาด้านสมาธิ หรือ มีข้อจำกัดทางร่างกาย ที่กระทบต่อการแข่งขัน พร้อมทั้งบันทึกวิดีโอและจัดทำเอกสารทุกครั้ง ที่ทำการสะกดจิต...
โดยนักเรียนบางส่วนยอมรับว่า "เราเชื่อมั่นในความสามารถของผู้อำนวยการ" เช่น "เอริก วิลเลียมส์" ซึ่งกล่าวว่า "การสะกดจิตของเขา ทำให้ผลการเรียนของผมดีขึ้น"
นักเรียนอีกคน "สตีเฟน แวร์" ก็กล่าวว่า "ผมสามารถเรียนจบมัธยมได้ทันเวลา เพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย" และ "คุณสามารถไว้วางใจเขาได้ นั่นคือกุญแจสำคัญระหว่าง ผู้รับการบำบัดกับผู้บำบัด คุณยังมีสติรับรู้ แต่จิตใต้สำนึกทำงาน คุณเหมือนอยู่ในสภาวะความฝัน และ เขาก็บอกกับผมเสมอว่า หากเมื่อใดคุณรู้สึกไม่สบายใจ คุณสามารถกลับออกมาได้ทันที..."
อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งนักเรียน 3 คนเสียชีวิต แต่ละรายเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากได้รับการสะกดจิต โดยผู้ปกครองจำนวนหนึ่งจึงเริ่มแสดงความกังวล ทั้งที่ก่อนหน้านั้นได้ลงนามยินยอม ให้ลูกหลานเข้าร่วมแล้วการสะกดจิต โดยพวกเขากล่าวหาว่า "จอร์จ เคนนีย์" ทำให้นักเรียนเข้าสู่ภวังค์ โดยไม่อธิบายถึงผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพจิต ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงต่อความคิดทำร้ายตนเอง ซึ่ง "จอร์จ เคนนีย์" ปฏิเสธมาตลอดว่า "การสะกดจิตของผม ไม่ได้ส่งผลร้ายใดๆ..."
กรณีแรกคือ "มาร์คัส ฟรีแมน" วัย 16 ปี เพื่อนสนิทของเขากล่าวว่า "ฟรีแมนเข้ารับการสะกดจิต เพื่อเพิ่มความทนต่อความเจ็บปวด ก่อนลงแข่งขันอเมริกันฟุตบอล" มีการอ้างว่า "เขาถูกทำให้อยู่ในภวังค์จนไม่รู้สึกถึงร่างกาย ทำให้สามารถรับการปะทะอย่างหนักได้" ซึ่ง "จอร์จ เคนนีย์" กล่าวชี้แจงว่า "ผมเพียงช่วยให้นักเรียน มองเกมได้ช้าลงเท่านั้น..."
วันที่ 15 มีนาคม 2011 "มาร์คัส ฟรีแมน" ขับรถพาแฟนสาวกลับบ้านหลังทำฟัน แฟนสาวให้การว่า "จู่ๆ "มาร์คัส ฟรีแมน" ก็มีสีหน้าแปลกไป ก่อนรถจะพุ่งชนต้นไม้ ซึ่งทำให้เขาเสียชีวิต..."
รายที่สอง "เวสลีย์ แมคคินลีย์" วัย 16 ปี จบชีวิตตนเองเมื่อ 8 เมษายน ซึ่งเขาเพิ่งเข้ารับการสะกดจิตวันก่อนหน้า เพื่อบรรเทาความประหม่า ในการออดิชันเข้าโรงเรียนดนตรี ซึ่งแม่ของ "เวสลีย์ แมคคินลีย์" กล่าวว่า "หลังกลับบ้านลูกชายของฉัน ก็มีพฤติกรรมคล้ายซอมบี้" และ "บ่ายวันศุกร์ลูกของฉันเดินผ่านฉัน วางกระเป๋า แล้วออกประตูหลังไป เขาบอกว่าเพื่อนจะมา ฉันถามว่าเมื่อไร? เขาไม่ตอบ... หลังจากนั้น 1 ชั่วโมงต่อมา ฉันก็ได้ยินเสียงไซเรน..."
"จอร์จ เคนนีย์" กล่าวภายหลังว่า "อาจมีปัญหาดราม่าเบื้องหลัง" เช่น การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ และ ผมยอมรับว่า "ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น?""
รายสุดท้าย "บริตตานี พาลัมโบ" วัย 17 ปี เธอเข้ารับการสะกดจิต เพื่อหวังเพิ่มคะแนนสอบ หลังเพิ่งเลิกรากับแฟนหนุ่ม และ กำลังกังวลเรื่องการเข้ามหาวิทยาลัย และ ในระหว่างการบันทึกการสะกดจิต "บริตตานี พาลัมโบ" ถูกแนะนำโดย "จอร์จ เคนนีย์" ให้ผ่อนคลายและก้มตัวอยู่นานหลายนาที
ภายหลังเมื่อคะแนนสอบไม่เป็นไปตามหวัง "บริตตานี พาลัมโบ" ก็เลือกจบชีวิตตนเองในตู้เสื้อผ้า โดยพ่อแม่เป็นผู้พบศพ เมื่อ 4 พฤษภาคม ซึ่งผู้เป็นแม่กล่าวว่า "ฉันไม่คิดเลยว่าเขาตั้งใจชักนำให้ลูกสาวของฉันทำแบบนั้น แต่ฉันคิดว่าเขาอาจให้เครื่องมือบางอย่างกับเธอ เพราะเธอจำรายละเอียดการสะกดจิตแทบไม่ได้เลย..."
ในการต่อสู้คดี "จอร์จ เคนนีย์" กล่าวยอมรับว่า "ผมไม่ทราบถึงอันตรายของการสะกดจิตเลย" และ "ผมไม่ทราบเลยว่า ห้ามสะกดจิตพวกมีปัญหาทางจิต" และ "ผมก็ไม่ได้สอบถาม ประวัติสุขภาพของใครก่อนเริ่มด้วย..." ซึ่งหลังการเสียชีวิตของเด็กรายที่ 3 "จอร์จ เคนนีย์" ก็ถูกสั่งพักงาน... ถึงแม้ผู้ปกครองบางส่วนเรียกร้องความรับผิด แต่ผู้สนับสนุนบางรายมองว่า ""จอร์จ เคนนีย์" ถูกใช้ให้เป็นแพะรับบาป..."
กระทรวงสาธารณสุขฟลอริดา ได้เข้ามาสอบสวนด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวหาว่า ""จอร์จ เคนนีย์" ได้เขาละเมิดกฎหมาย จากการประกอบการบำบัดโดยไม่มีใบอนุญาต!!" ซึ่ง "จอร์จ เคนนีย์" ให้การไม่โต้แย้งข้อหา และ นั่นทำให้เขาถูกตัดสินความผิดลหุโทษ ได้รับโทษคุมประพฤติ 6 เดือน 2 กระทง และ ต้องทำงานบริการสังคม 50 ชั่วโมง...
ต่อมา "จอร์จ เคนนีย์" ลาออกในมิถุนายน 2012 เพื่อหลีกเลี่ยงข้อหาหนักเพิ่มเติม และ ย้ายออกจากรัฐ แต่ก็ยังยืนยันความบริสุทธิ์ของตน โดยผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 3 ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการโรงเรียนในเดือนธันวาคม โดยอ้างว่า "การสะกดจิตแบบตัวต่อตัว เป็นปัจจัยนำไปสู่โศกนาฏกรรม และ ควรถูกยับยั้งตั้งแต่ต้น!!"
อ้างอิง : https://www.tyla.com/news/crime/three-students-died-after-hypnotised-by-principal-dr-george-kenney-881550-20260217
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
รู้หรือไม่...สิ่งที่ดูคล้ายๆกับ "เขา" ของยีราฟ เขาไม่ได้เรียกว่า "เขา" น๊า...
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
ลูกค้าตกใจหลังจากพบหนูในซอสโกลกัปปา
ช็อกทั้งลุ่มน้ำ! “วาฬยักษ์ 10 เมตร” โผล่เกยตื้นกลางแม่น้ำชุมชน ทั้งที่ควรเวียนว่ายในทะเลลึก ชาวบ้านแห่ดูแน่นราวมหกรรม
พระเอกทรานฟอร์เมอร์ "ชิอา ลาเบิฟ" ถูกเมียฟ้องหย่า!!
พ่อนายแอลยืนยันว่าลูกชายเป็นคนดี และเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้เนื่องจากภรรยาติดพนันและมีความสัมพันธ์กับชายอื่น




