สิงโตตะครุบโจร! ตร.ไทยงัดแผนสุดล้ำ ปลอมตัวเชิดสิงโตบุกจับคนร้ายยกเค้าบ้านสารวัตร เนียนจนสื่อนอกยังทึ่ง
กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกกับปฏิบัติการจับกุมสุดสร้างสรรค์ของตำรวจไทย ที่เปลี่ยนสนามงานวัดให้กลายเป็นลานจับกุมระดับตำนาน เมื่อเจ้าหน้าที่ยอมสวมชุดเชิดสิงโตแฝงตัวไปกับขบวนแห่ เพื่อรอจังหวะเผด็จศึกโจรแสบที่ตีเนียนมาเที่ยวงานตรุษจีน งานนี้เรียกได้ว่าเป็นการใช้ศิลปะวัฒนธรรมมาผสานกับยุทธวิธีทางตำรวจได้อย่างแยบยลจนสื่อต่างชาติต้องยกนิ้วให้
เหตุการณ์สุดระทึกนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาลได้รับภารกิจติดตามตัวผู้ต้องหาชายวัย 33 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมสุดอาจหาญ แอบเข้าไปยกเค้าบ้านพักของนายตำรวจระดับสารวัตรในกรุงเทพฯ ถึง 3 ครั้งรวดภายในเดือนเดียว กวาดทรัพย์สินไปรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แม้ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จะพยายามเข้าจับกุมหลายครั้ง แต่คนร้ายรายนี้มีความชำนาญพื้นที่และไหวตัวทันอยู่เสมอ
ตำรวจชุดสืบสวนจึงวางแผน "ม้าไม้เมืองไทย" โดยสืบทราบว่าคนร้ายจะไปเที่ยวงานเทศกาลตรุษจีนที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจสวมชุดเชิดสิงโตสีแดงทองแฝงตัวเข้าไปในขบวนแห่อย่างแนบเนียน เมื่อขบวนสิงโตเคลื่อนเข้าใกล้เป้าหมายที่กำลังเดินเที่ยวงานอย่างย่ามใจ เจ้าหน้าที่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หัวสิงโตก็พุ่งตัวออกเข้าตะครุบคนร้ายได้อยู่หมัดท่ามกลางความตกตะลึงของประชาชนที่มาร่วมงาน
จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุจริงเพื่อหาเงินไปใช้จ่ายเกี่ยวกับยาเสพติดและเล่นการพนัน ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากสื่อต่างประเทศ (Next Apple) โดยยกย่องว่าเป็นการใช้ไหวพริบและการพรางตัวที่ชาญฉลาด (Excellent!) นำเอาประเพณีท้องถิ่นมาปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่
ปฏิบัติการ "สิงโตพิฆาต" ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปิดคดีลักทรัพย์รายใหญ่ได้สำเร็จ แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพและไอเดียที่ไร้ขีดจำกัดของตำรวจไทยในการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีให้เข้ากับสถานการณ์และสภาพแวดล้อม ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า ไม่ว่าคนร้ายจะมีความคล่องตัวเพียงใด แต่หากเผชิญกับแผนการที่แยบยลและความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ ก็ยากที่จะหลบหนีเงื้อมมือของความยุติธรรมไปได้
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
คาบัง: วีรบุรุษสี่ขาผู้สละใบหน้าเพื่อลมหายใจของมนุษย์
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
"ฮุนเซน" รำลึกถึงอดีตกับเหล่า "ผู้นำอาเซียน" ลั่น! สมัยรัฐบาล "ประยุทธ์" ไทย-กัมพูชา สงบสุขราบรื่นดี ไม่มีปัญหา
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
ปิดมหากาพย์ 8 ปี “เหมืองทองคำอัครา” ไทยไม่ต้องจ่ายสักบาท! ศึกยืดเยื้อที่หลายคนเคยกังวล วันนี้ถึงบทสรุปแล้ว
5 ประเทศที่มีการรีไซเคิลขยะมากที่สุดในโลก
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
ย้อนรอยคืนวิปโยค! เมื่อพลุอวยพรกลายเป็นเพลิงมัจจุราช ปิดฉากงานตรุษจีน "มังกรสวรรค์" สุพรรณบุรี
ย้อนรอยเส้นทางมืด "แอม ไซยาไนด์" จากอดีตภรรยาตำรวจสู่ฆาตกรต่อเนื่อง คดีวางยาสะเทือนขวัญที่โลกต้องจารึก
ดราม่าฟันลามการเมือง! “พริษฐ์” วอนหยุดขุดภาพเก่า บอกชัดรักษาหายแล้ว ขอเวลาสื่อไปตรวจอำนาจรัฐดีกว่า
5 อัลบั้มเพลงภาษาไทย ที่ทำยอดขายมากที่สุดตลอดกาล
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อให้สัมภาษณ์กับ Reuters
ศาลกัมพูชามีคำพิพากษาจำคุกนักข่าวชาวกัมพูชา 2 คน เป็นเวลา 14 ปี ในข้อหากบฏ จากกรณีลงพื้นที่รายงานข่าวบริเวณชายแดนและมีภาพถ่ายที่ปรากฏทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควาย
