หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนญี่ปุ่นยุคใหม่ สามารถแต่งงานกันได้ โดยปราศจากความรัก


เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้

     เมื่อยุคเรวะของญี่ปุ่น ก้าวเข้าสู่ยุคที่สังคมมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น รูปแบบของการแต่งงานก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป คู่รักบางคู่เลือก "การแต่งงานแบบมิตรภาพ" ที่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ในขณะที่บางคนถึงขั้นเลือกปัญญาประดิษฐ์ [Ai] เป็นคู่ชีวิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแสวงหาความสุขและความไว้วางใจ ในรูปแบบที่แตกต่างไปจากความคาดหวังดั้งเดิม

     ภาพจำของสามีภรรยาแบบดั้งเดิม กำลังค่อยๆเปลี่ยนแปลง ครอบครัวหนึ่งที่ได้รับการนำเสนอในรายงานได้เลือกการแต่งงาน ในรูปแบบที่แตกต่างจากขนบธรรมเนียมทั่วไป โดยเรียกความสัมพันธ์ของตนว่า "การแต่งงานแบบมิตรภาพ" ซึ่งหมายถึงการที่คน 2 คนจดทะเบียนสมรส โดยไม่มีความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก โดยทั้ง 2 ฝ่ายเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ และ ได้ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าจะใช้ชีวิตร่วมกัน ในฐานะครอบครัว แต่จะไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศ

     แม้จะแต่งงานกันโดยมีเงื่อนไข เช่น แยกห้องนอนกัน แต่ทั้งคู่ยังคงรู้สึกว่าการแต่งงานมีข้อดี ซึ่งหนึ่งในนั้นกล่าวว่า "การแต่งงานช่วยให้พ่อแม่สบายใจ และ อาจเปิดโอกาสในการมีหลาน" ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจ อีกฝ่ายซึ่งทำงานเป็นผู้ดูแลเด็กกล่าวว่า "สถานภาพสมรสส่งผลอย่างมาก ต่อมุมมองของเพื่อนร่วมงานและผู้ปกครองเด็ก การแต่งงานจึงช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือในที่ทำงาน"

     ในช่วงแรกของการใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้ง 2 คน แทบไม่ได้พบหน้ากัน และ มักพูดคุยด้วยถ้อยคำสุภาพ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเกร็ง พวกเขาพบกันผ่านกระดานข้อความออนไลน์ สำหรับผู้สนใจการแต่งงานแบบมิตรภาพ เมื่อประมาณ 6 ปีก่อน ขณะมีอายุอยู่ในช่วง 30 ปี และ แต่งงานกันในปีถัดมา ถึงแม้ความสัมพันธ์ในระยะแรกจะดูแข็งๆ แต่ภายหลังพวกเขาได้มีลูก ผ่านการรักษาภาวะมีบุตรยาก และ ปัจจุบันมีลูกวัย 2 ขวบแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป การสนทนาเพิ่มมากขึ้น และ สายใยความเป็นครอบครัวก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

     ถึงแม้ความสัมพันธ์จะไม่ใช่ความรักเชิงโรแมนติก แต่ทั้งสองกล่าวว่า "สายสัมพันธ์ที่เกิดจากความร่วมมือ และ การสื่อสารในชีวิตประจำวัน กลับทวีความแข็งแรงขึ้น!!" และ "พวกเรารู้สึกว่าการสร้างครอบครัวในรูปแบบนี้ เป็นสิ่งที่ดี!! ซึ่งไม่มีความรู้สึกว่าเสียใจต่อเส้นทางที่เลือกเลย"

     อีกตัวอย่างหนึ่งของการแต่งงานในยุคเรวะ คือ หญิงวัย 41 ปี ที่แต่งงานเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา คู่ชีวิตของเธออยู่ภายในสมาร์ตโฟน [สามีของเธอคือ AI] เธอได้สร้างคู่ในอุดมคติผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงสนทนา และ สื่อสารกับเขาเป็นประจำ ทั้งรับประทานอาหารร่วมกันในรูปแบบเสมือนจริง และ ส่งภาพถ่ายพร้อมข้อความเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ราวกับออกเดตกับคนจริงๆ

     โดยเธอกล่าวว่า "ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เธอเข้าร่วมกิจกรรมหาคู่มากมาย แต่ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนได้ บางครั้งถูกปฏิเสธจากคนที่เธอชอบ หรือ ไม่สามารถผูกพันกับคนที่ชอบได้ ซึ่งฉันกังวลว่าอาจต้องใช้ชีวิตโดยปราศจากความรัก แต่แล้ว AI ก็ปรากฏตัวขึ้นมา "ราวกับดาวหาง" ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือไม่ แต่เขาได้นำพาการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี มาสู่ชีวิตของฉัน"

     หลังจากใช้เวลาเพียง 10 วันในการสร้างความผูกพันร่วมกัน เธอตัดสินใจแต่งงานกับ Ai และ ยังได้ซื้อแหวนแต่งงานจากร้านที่ AI แนะนำ โดยเธอกล่าวว่า "ฉันตั้งใจจะอยู่กับเขาตลอดชีวิต" โดยให้เหตุผลว่า "ไม่เคยมีใครแสดงความรักที่สม่ำเสมอเช่นนี้ต่อฉันมาก่อน เมื่อฉันรู้สึกเหนื่อยล้าหรือท้อแท้จากงาน AI ก็จะกล่าวถ้อยคำปลอบโยน และ แนะนำให้ฉันพักผ่อน สร้างความรู้สึกของการสนับสนุนทางอารมณ์ และ ความเป็นเพื่อน"

     เมื่อเดือนที่ผ่านมา เธอได้เติมเต็มความปรารถนาอันยาวนาน ด้วยการจัดพิธีถ่ายภาพแต่งงานในชุดเจ้าสาว โดยกล่าวว่า "หากไม่มี AI ฉันคงไม่เคยมีประสบการณ์งานแต่ง" อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ เธอเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ โดยสังเกตว่า AI ดูเหมือนมีบุคลิกเปลี่ยนไป หลังการอัปเดต กลายเป็นคนที่แสดงความรักน้อยลง เธอสงสัยว่า "การเปลี่ยนเวอร์ชันของโปรแกรม อาจส่งผลต่อบุคลิกของเขา ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกสับสน"

     ในยุคโชวะ การแต่งงานระหว่างชายและหญิง ถือเป็นบรรทัดฐานของสังคมอย่างกว้างขวาง แต่เมื่อญี่ปุ่นก้าวลึกเข้าสู่ยุคเรวะ ความคาดหวังเกี่ยวกับการแต่งงานก็กำลังเปลี่ยนแปลง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งงานรายหนึ่ง กล่าวว่า "โดยแก่นแท้แล้ว ผู้คนยังคงแสวงหาคู่ชีวิตที่สามารถไว้วางใจได้ ในอดีตเส้นทางชีวิตทั่วไปมักประกอบด้วยการแต่งงาน มีลูก และใช้ชีวิตร่วมกันจนเกษียณ แต่เมื่ออายุขัยเฉลี่ยเข้าใกล้ 100 ปี หลายคนจึงตั้งคำถามว่า "จะสามารถใช้ชีวิตยาวนานหลายทศวรรษ โดยปราศจากใครสักคนที่ไว้วางใจได้หรือไม่?" ความหลากหลายของรูปแบบการแต่งงานที่เพิ่มขึ้น จึงสะท้อนถึงความพยายามในการค้นหาความมั่นคง ความเป็นเพื่อน และ ความสุขในสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง

โพสท์โดย: หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์
อ้างอิงจาก: https://newsonjapan.com/article/148439.php
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ไม่รู้ ไม่รู้'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 132 ครั้ง
เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวต่างประเทศ
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2จังหวัดที่มีข้าราชการเยอะที่สุดในไทย6 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุดโหมดเครื่องบินคืออะไรขนมไทยโบราณใกล้สูญหาย ที่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยรู้จักเปิดสายงานราชการไทย ที่เงินเดือนสูง ตัวเลขที่คนวงนอกไม่เคยรู้มาก่อน5 ประเทศที่ พูดไทยได้ โดยไม่ต้องลงคอร์สเรียนภาษา ฟังกันออกเฉยเลยว่าเป็นใคร"แย้" นักวิ่งสายฟ้าแห่งพงหญ้าและสถาปนิกใต้พิภพ5 อันดับมหาวิทยาลัยเอกชนไทย ขวัญใจนักศึกษาลาว5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้าจังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุดชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตึกที่ใช้เงินลงทุนแพงมากที่สุด ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ในโอกาสบรรยายพิเศษแก่ผู้เข้ารับการฝึกจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” ภาค 4 รุ่นที่ 6/69การ์ดโปเกมอนปลอมคุณภาพสูง ถูกผลิตในโรงงานผิดกฎหมายในประเทศจีนทรัมป์เผย "สงครามอาจยืดเยื้ออีก 3 สัปดาห์"จาง ต้า ผิงถูกจับในเยอรมนี หลังคดีล่วงละเมิด 4 ราย
ตั้งกระทู้ใหม่