หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บุกคาบ้านพักเกาะพะงัน! รวบ 2 สาวยูกันดา ลอบค้าประเวณีผ่านแอปฯ รายได้เดือนละครึ่งล้าน สะเทือนภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งแล้วต้องยอมรับว่าเป็นอีกกรณีที่สะท้อนปัญหาเงามืดในเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่เป็นช่องทางติดต่อซื้อขายบริการอย่างเปิดเผย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

ต่อมา พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากนักท่องเที่ยวว่า มีกลุ่มหญิงชาวต่างชาติลักลอบให้บริการทางเพศ และมีข้อสงสัยเรื่องทรัพย์สินสูญหายภายหลังการใช้บริการ

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนติดต่อล่อซื้อผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp โดยตกลงราคา 5,000 บาท ต่อการรับงาน 2 ครั้ง เมื่อสายลับส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมหญิงชาวยูกันดา 2 ราย คือ นางเจเน็ท อายุ 32 ปี และนางมาเรียม อายุ 29 ปี ขณะกำลังให้บริการแก่นักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติภายในบ้านพักดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เดินทางเข้ามาในพื้นที่เกาะพะงันได้ประมาณ 2 เดือน โดยเน้นรับลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก เฉลี่ยวันละ 3–4 คน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รับงานไปแล้วกว่า 180 ครั้ง ทำรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 500,000 บาท เงินที่ได้จะรวบรวมส่งกลับไปให้ครอบครัวที่ประเทศบ้านเกิด

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “มั่วสุมในสถานค้าประเวณีเพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น และโฆษณาชักชวนหรือแนะนำด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการค้าประเวณี” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

ผู้เขียนเห็นว่า กรณีนี้ไม่เพียงเป็นเรื่องของการกระทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของเจ้าหน้าที่ในการรับมือกับอาชญากรรมยุคดิจิทัล  ซึ่งสามารถติดต่อซื้อขายกันได้ง่ายเพียงปลายนิ้วผ่านแอปพลิเคชัน

การกวาดล้างครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่าหน่วยงานรัฐยังคงเดินหน้าจัดระเบียบ เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 171 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2เปิดสายงานราชการไทย ที่เงินเดือนสูง ตัวเลขที่คนวงนอกไม่เคยรู้มาก่อน6 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุดโหมดเครื่องบินคืออะไรจังหวัดที่มีข้าราชการเยอะที่สุดในไทย5 อันดับมหาวิทยาลัยเอกชนไทย ขวัญใจนักศึกษาลาว5 ประเทศที่ พูดไทยได้ โดยไม่ต้องลงคอร์สเรียนภาษา ฟังกันออกเฉยเลยว่าเป็นใคร5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้าจังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด"แย้" นักวิ่งสายฟ้าแห่งพงหญ้าและสถาปนิกใต้พิภพขนมไทยโบราณใกล้สูญหาย ที่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยรู้จัก5 อันดับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อินเทอร์เน็ตไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศเป็นหลัก แต่ "นอนอยู่ก้นทะเล"9 พฤติกรรมใช้เงินเล็กๆ ที่ทำให้เงินเก็บหายไปทุกเดือน😃 ชวนลองเข้ามาดูถ่ายภาพบุคคลหรือสิ่งของที่พรางตัวแบบเนียน ๆ ได้อย่างน่าทึ่งจริง ๆ ! 😆10 จังหวัดไทยที่ต่างชาติเที่ยวย้ำ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรียังแรง"ปาล์มจูไมราห์"(Palm Jumeirah) เกาะที่สร้างขึ้นจากความว่างเปล่าชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ระเบียบสร้างได้ หากว่ากฏหมายไม่หย่อนยาน ไม่ชี้นำในส่วนของการกระทำที่ผ่อนปรนได้20 ประเทศในฝันที่คนไทยใฝ่ฝัน อยากไปให้ได้สักครั้งในชีวิต ผลสำรวจปี256910 บทความในตำนาน ที่เปลี่ยนมุมมองของคนทั้งโลกคุณพ่อชินจัง
ตั้งกระทู้ใหม่