ประเทศที่ เล็กกว่ากรุงเทพฯ ถึง 700 เท่า กลับกลายเป็นดินแดนที่มีรายได้ต่อหัวสูงติดอันดับโลก
เขียนโดย Good morning001
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Postjung ทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดทึ่งที่อยากจะหยิบมาแชร์ให้ฟังกันครับ เป็นเรื่องของประเทศหนึ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปเพราะขนาดที่จิ๋วสุดๆ แต่บอกเลยว่าประวัติศาสตร์และความมั่งคั่งของเขานั้น "แจ๋ว" เกินตัวจริงๆ
ลองจินตนาการดูนะครับ ประเทศที่ เล็กกว่ากรุงเทพฯ ถึง 700 เท่า แถมในอดีตเกือบจะล้มละลายเพราะทรัพยากรหมด แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นดินแดนที่มีรายได้ต่อหัวสูงติดอันดับโลก... เรากำลังพูดถึง "โมนาโก" (Monaco) ครับ
จากดินแดนเกือบสิ้นชาติ สู่ "สวรรค์ของมหาเศรษฐี"
1. จุดวิกฤต: เมื่อทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่คำตอบ
ย้อนกลับไปในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โมนาโกไม่ได้หรูหราอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ครับ ในตอนนั้นโมนาโกสูญเสียดินแดนเกษตรกรรมส่วนใหญ่ไปจากการประกาศเอกราชของเมืองรอบข้าง ทำให้แหล่งรายได้หลักอย่างการขายพืชผลทางการเกษตรหายวับไปกับตา เศรษฐกิจตกต่ำถึงขีดสุดจนเกือบจะล้มละลาย
2. พลิกวิกฤตด้วย "การพนันและไลฟ์สไตล์"
เจ้าชายชาร์ลส์ที่ 3 (Prince Charles III) ทรงตัดสินใจแก้เกมด้วยการสร้าง "มอนเตการ์โล" (Monte Carlo) ขึ้นมา โดยเน้นไปที่การสร้างคาสิโนระดับไฮเอนด์เพื่อดึงดูดเศรษฐีจากทั่วยุโรป ผลปรากฏว่ามันประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย! จนโมนาโกสามารถ "ยกเลิกการเก็บภาษีเงินได้" จากประชาชนได้ในปี 1869 และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรวยทั่วโลกอยากย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่นี่
3. กลยุทธ์ "ภาษี 0%" และความปลอดภัยที่เหนือระดับ
ทำไมใครๆ ก็อยากอยู่โมนาโก? นอกจากจะไม่เก็บภาษีรายได้ส่วนบุคคลแล้ว โมนาโกยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก (มีตำรวจต่อประชากรสูงที่สุดในโลก) และด้วยพื้นที่เพียง 2.02 ตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าเขตสัมพันธวงศ์บ้านเราเสียอีก!) ทำให้ทุกตารางนิ้วที่นี่มีมูลค่ามหาศาล
โมนาโกในวันนี้: สถิติที่น่าสนใจ
-
รวยแค่ไหน?: ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรที่นี่คือ "เศรษฐีระดับล้านเหรียญ" (Millionaires)
-
ความหนาแน่น: แม้จะเล็กมาก แต่เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
-
งานระดับโลก: เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Monaco Grand Prix (F1) ที่แข่งกันบนถนนจริงใจกลางเมือง ซึ่งสร้างเม็ดเงินมหาศาลทุกปี
มุมมองส่งท้าย: ขนาดไม่ใช่อุปสรรคของการพัฒนา
บทเรียนจากโมนาโกสอนให้เรารู้ว่า "ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดไม่ใช่ที่ดินหรือแร่ธาตุ แต่คือวิสัยทัศน์และการวางกลยุทธ์" แม้จะเป็นประเทศที่เล็กจนแทบจะหาไม่เจอในแผนที่โลก แต่หากหาจุดแข็งของตัวเองเจอและพัฒนาไปให้สุดทาง ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกได้ครับ
แนะนำการเลือกรูปประกอบกระทู้: > * ควรเลือกรูปอ่าว Monaco ที่มีเรือยอชต์จอดเรียงราย (แสดงถึงความรวย)
รูปคาสิโน Monte Carlo อันหรูหรา
รูปทางโค้งสนามแข่ง F1 เพื่อให้เห็นสภาพผังเมืองที่สวยงาม
เพื่อนๆ คิดยังไงกันบ้างครับ? ถ้าประเทศไทยเรามีเมืองที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแบบโมนาโกบ้าง เพื่อนๆ คิดว่าจังหวัดไหนเหมาะที่สุด? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะ!
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
สูตรคำนวณงวด 16/4/69
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
LISA ปล่อยเพลงใหม่สะเทือนวงการ! แค่ไม่กี่ชั่วโมงยอดพุ่ง คนแห่ถก “นี่คือระดับโลกของจริง?”
เขมรเอาจริง! ผลักดันเมนู “หอยตากแดด” ขึ้นแท่นอาหารประจำชาติ ดันโรงแรม-ออฟฟิศชั้นนำต้องมีในเมนู
ทำไมเวียดนาม ถึงทำนาได้ประสิทธิภาพสูง แซงน่าไทยไปแล้ว
หมูกรอบสูตรนี้ กรอบข้ามวันยังอร่อย ไม่ต้องทอดบ่อยก็ยังมันฟูเหมือนเดิม






