หลบเลี่ยงสภาวะอันนั้นก็อยาก อันนู้นก็อยาก
มีคนมากมายที่เมื่อชื่อของหรือเลือกอะไรสักอย่าง จะเผื่อไว้หลายตัวเลือก จริงอยู่ที่การไปร้านขายไอศกรีม เราเลือกรสชาติได้หลากหลาย หรือเห็นสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ กล้องรุ่นต่างๆ เรียงรายในโซนเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น
“ว้าว มีสินค้าแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ ไม่รู้เลย” การเห็นและการถูกกระตุ้นความต้องการเหล่านี้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คอยเติมเต็มชีวิตของเราเช่นกัน แต่สิ่งที่ ควรรู้คือยิ่งเรามี “ทางเลือก” มากเท่าไร ความกังวล และความลังเลใจก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และนั่นจะสร้าง ภาระจิตใจให้เราเหนื่อยมากขึ้นอีกด้วย
สาเหตุมาจากความรู้สึก “ไม่อยากเลือกพลาด”ที่ก่อตัวรุนแรงขึ้น ภาระของจิตใจที่เรียกว่า
“เลือกได้ทุกอย่าง”“ชอบที่สุดคงเป็นรสวานิลลา แต่รสชาติพิเศษเฉพาะช่วงนี้ก็น่าลองเหมือนกัน”
“แล็ปท็อปเครื่องนี้น้ำหนักเบาและดีไซน์เท่ แต่อีกเครื่องราคาถูกกว่าและฟังก์ชันคุ้มค่า”
ตัวอย่างที่ยกขึ้นมานี้เป็นเพียงระดับ “ความลังเลใจที่ยังรับได้อยู่” เพราะต่อให้เลือกพลาดก็จะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ว่า...“รู้งี้เลือกรสวานิลลาดีกว่า แต่ช่างมันเถอะ” “น่าจะเลือกรุ่นที่คุ้มกว่านี้ จะได้ไม่ต้องมานั่งเขียม แต่เอาเถอะ เครื่องนี้ก็เท่แหละ”แต่ถ้าเรื่องนี้ชี้เป็นชี้ตายในเส้นทางชีวิตได้อย่าง “การเลือกงาน” ล่ะ
สําหรับใครหลายคนอาจมีอิสระในการเลือกงาน เลือกเส้นทางชีวิตเพื่อให้ได้ทํางานที่ต้องการ ถ้าอยากเป็นหมอหรือทนายความต้องเรียนเฉพาะด้านและสอบข้อสอบระดับประเทศ นักกีฬาก็ต้องมีความสามารถ ฝึกฝนจนชํานาญ แต่อย่างไรก็มีคนจํานวนมากที่อยู่ใน สถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเจริญรอยตามสานต่ออาชีพจากพ่อแม่
ถึงหลายคนมีอิสระในการเดินตามเส้นทางของตนเอง แต่ก็มีแง่มุมหนึ่งที่พูดได้ไม่เต็มปากว่า “มี ตัวเลือกมาก = มีความสุข” ขณะที่ผมทํางานเป็น อาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็เห็นว่านักศึกษาชั้นปีที่ 4 ดูไม่มีความสุขกับการหางานเลย เพราะพวกเขาคิดแบบนี้...
“ฉันกําหนดชีวิตตัวเองไว้แล้ว ยังไงต้องทํางานในบริษัทที่ดีให้ได้
“ถ้าเลือกงานผิด ชีวิตเปลี่ยนแน่นอน”
ความคิดแบบนี้สร้าง “ภาระจิตใจ” ได้ ถึงแม้ถูกเลือกเข้าทํางานแล้ว เราก็จะถามตัวเองว่า “บริษัทนี้ ดีจริงไหม” จากโล่งใจกลับหนักใจขึ้น แทนที่จะสุข ก็ยิ่งทุกข์เข้าไปอีก
เมื่อตั้งใจแน่วแน่แล้ว ยิ่งมีตัวเลือกมากเท่าไร แทนที่จะ “มีความสุข” เพราะเราเลือกได้อย่างอิสระ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เจคอบ จาโคบี (Jacob Jacoby) จากมหาวิทยาลัย เพอร์ดู (Purdue University) สหรัฐอเมริกา ทําการ ทดลองภายใต้เงื่อนไข 3 ประการ โดยให้เลือกผงซักฟอก ที่ดีที่สุดจากตัวเลือก 4, 5 และ 12 ยี่ห้อ พบว่ายิ่งมี ตัวเลือกมากเท่าไร ยิ่งเลือกได้ยากขึ้นเท่านั้น แม้จะให้เลือกได้เพียงยี่ห้อเดียวก็ยิ่งรู้สึกเสียใจว่า “ถ้าเลือกอีกยี่ห้อน่าจะดีกว่า”
เหตุผลที่คนรุ่นใหม่ไม่สบายใจมากขึ้นเพราะไม่ว่าจะทําอะไรก็มีทางให้เลือกมากมายเกินไป เหมือนกับการเลือกคบหาดูใจใครสักคนหรือการเลือกคู่ครองอย่างในสมัยก่อนที่พ่อแม่เป็นคนเลือกคู่ครองให้คนสมัยก่อนจึงไม่ต้องกังวลในเรื่องเหล่านี้ แต่ในปัจจุบันคนจํานวนมากไม่มั่นใจกับการแต่งงาน เพราะ มีตัวเลือกมาก ซึ่งนั่นอาจทําให้รู้สึกว่า... “คิดถูกแล้วใช่ไหมที่เลือกคนนี้
"รีบเลือกเกินไปรึเปล่า"
“ถ้ารออีกนิด คนในอุดมคติอาจโผล่มาก็ได้"
ไม่เพียงแค่คนที่หล่อหรือสวยตามสเปกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนที่มีเสน่ห์น่าดึงดูดอีกด้วย ดังนั้นยิ่งมีตัวเลือกใหม่ๆ ให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว ยิ่งยากจะจํากัดให้เหลือคนเดียว
รายงานของ ไทเลอร์ แลมี (Tyler Lamy) จาก มหาวิทยาลัยโพลิเทคนิคแคลิฟอร์เนียสเตต โพโมนา (California State Polytechnic University, Pomona) สหรัฐอเมริกา ระบุว่า “เงื่อนไขในอุดมคติ” จะมีมากขึ้น กับผู้ที่นิยมในหมู่เพศตรงข้าม เพราะจะเลือกสิ่งที่พอดีกับใจไม่ได้
ในความเป็นจริง สถานการณ์ที่ “มีทางเลือก” มากเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องที่น่าอิจฉาก็เป็นได้ ลองเลือกแบบพอดีๆ กับใจกันนะ
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
หอยทากกินได้จริงเหรอ!? เมนูหรูจากฝรั่งเศสที่ไม่ได้ใช้หอยอะไรก็ได้




