เด็กญี่ปุ่นโหวต 12 กฎระเบียบของโรงเรียน ที่เข้าใจยากที่สุด!!
เด็กญี่ปุ่นโหวต 12 กฎระเบียบของโรงเรียน ที่เข้าใจยากที่สุด!!
โรงเรียนแต่ละแห่งในญี่ปุ่นต่างก็มีระเบียบของตัวเอง และ แม้ว่าหลายข้อจะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ก็มีบางกฎที่ชวนให้สงสัยไม่น้อย ซึ่งประเด็นเรื่อง "กฎโรงเรียนสุดงง" นี้ถูกหยิบยกมาสำรวจโดย "จูคูเซ็น" ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น สำหรับค้นหาและเปรียบเทียบโรงเรียนกวดวิชา โดยได้สำรวจความคิดเห็นของนักเรียนมัธยมปลาย จำนวน 104 คนทั่วประเทศพบว่า "นักเรียนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (56.7%) ระบุว่า "โรงเรียนของเรา มีกฎที่พวกเราไม่เห็นด้วย" และ ในกลุ่มนี้ประมาณ 70% บอกว่า "ไม่เคยได้รับคำอธิบายว่าทำไม กฎเหล่านั้นจึงจำเป็น?"
แล้วกฎแบบไหนที่นักเรียนมองว่า "ไม่สมเหตุสมผล" มาดู 12 อันดับแรกกัน โดยผู้ตอบสามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ จึงทำให้เปอร์เซ็นต์รวมเกิน 100%
12. ห้ามแวะที่ไหนระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกเรียน (27.9%)
11. จำกัดจำนวนพวงกุญแจที่นักเรียนสามารถพกได้ (30.8%)
10. ห้ามใช้ครีมกันแดดและลิปบาล์ม (31.7%)
9. จำกัดการใส่เสื้อผ้าฤดูหนาว เช่น เสื้อโค้ตและผ้าพันคอ (34.6%)
8. จำกัดประเภทของเสื้อสเวตเตอร์และคาร์ดิแกน (34.6%)
7. กำหนดประเภทและสีของกระเป๋านักเรียน (34.6%)
6. จำกัดสีของชุดชั้นใน (36.5%)
5. ข้อจำกัดเกี่ยวกับสมาร์ตโฟน (36.5%)
นักเรียนหลายคนยอมรับได้ หากห้ามใช้ระหว่างเรียน แต่รู้สึกว่า การห้ามใช้ในช่วงพักหรือในงานกิจกรรมของโรงเรียนนั้นไม่สมเหตุสมผล เพราะนักเรียนต้องการสื่อสารและถ่ายรูปในช่วงเวลาดังกล่าว...
4. จำกัดสี ความยาว และลวดลายของถุงเท้า (39.4%) โดยนักเรียนตั้งคำถามว่า "ทำไมโรงเรียนถึงต้องควบคุมรายละเอียดเล็กน้อยเช่นนี้?" โดยมองว่าเป็นการเข้มงวดเรื่องแฟชั่นที่ไร้สาระ
3. ข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีการสวมเครื่องแบบ (42.3%) นักเรียนบ่นว่ากฎเกี่ยวกับเครื่องแบบละเอียดและเข้มงวดเกินไป อีกทั้งยังบังคับใช้ไม่สม่ำเสมอ โดยมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งเล่าว่า "ฉันถูกครูตำหนิที่พับเอวกระโปรงขึ้น ทั้งๆที่ทำเพียงเพราะกระโปรงหลวมและใส่ไม่สบาย"
2. ห้ามกันคิ้ว (48.1%) นักเรียนให้เหตุผลว่า "การไม่อนุญาตให้ดูแลคิ้ว กลับทำให้บุคลิกดูไม่เรียบร้อย อีกทั้งยังส่งผลต่อคนที่ไม่มั่นใจเรื่องคิ้วของตนเอง เพราะไม่สามารถจัดแต่งได้"
1. จำกัดทรงผมและสีผม (54.8%) นักเรียนจำนวนมากตั้งคำถามว่า "ทำไมโรงเรียนต้องควบคุมเรื่องเส้นผม?" โดยหลายคนมองว่า "กฎเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย เพราะให้ความสำคัญกับ "ความเหมือนกัน มากกว่าความเป็นตัวของตัวเอง"
ผลสำรวจยังเผยให้เห็นกฎแปลก ๆ ที่มีอยู่ในบางโรงเรียน เช่น
* วันรับปริญญาหรือวันจบการศึกษา นักเรียนหญิงต้องใส่ถุงน่องความหนา 80 เดนิเยร์ขึ้นไป
* นักเรียนต้องพูดคำว่า "ขอบคุณ" อย่างน้อยวันละ 10 ครั้งภายในโรงเรียน
* ห้ามตั้งชมรมดนตรีสมัยใหม่ (ไลท์ มิวสิค คลับ)
เดิมทีคำว่า "ไลท์ มิวสิค คลับ" หมายถึง "ดนตรีออร์เคสตราแนวเบาๆ" แต่ปัจจุบันใช้เรียกดนตรียอดนิยม เช่น พังก์ ร็อก และ เจป๊อบ ซึ่งบางโรงเรียนกังวลว่าชมรมลักษณะนี้อาจ "เพิ่มจำนวนนักเรียนเกเรหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม"
ถึงแม้นักเรียนจำนวนมากจะมองว่ากฎเหล่านี้ "ไม่เกี่ยวข้องกับผลการเรียนเลย" แต่สุดท้ายพวกเขาส่วนใหญ่ก็ยังปฏิบัติตาม โดยประมาณ 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า "แม้จะไม่พอใจกฎ แต่ก็ยังยอมทำตามอยู่ดี" ส่วนอีก 30% ที่เหลือ อาจจะแอบถอนขนคิ้วทีละเส้นเป็นครั้งคราว พร้อมกับหวังว่าโรงเรียนของพวกเขาจะทบทวนกฎบางอย่างใหม่ และ ในช่วงหลัง โรงเรียนบางแห่งก็เริ่มผ่อนปรน เช่น ยกเลิกกฎบังคับผมสีดำล้วน หรือ เลิกตรวจชุดชั้นใน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่า "การเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาถึงในอนาคต..."
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ไม่น่าเชื่อว่ามีจริง! เมืองที่ฝนไม่ตกเป็นสิบปี แต่คนยังอยู่รอด
ประเทศที่มีคาสิโนมากที่สุดในโลก
ไขคำตอบ "ลูกเห็บ"มาจากไหน และจริงๆ กินได้ไหม?
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
จังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออก
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
ย้อนรอย 5 โศกนาฏกรรม "รถโดยสารสายมรณะ" ที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ
คลื่นซัดเรือแคนนูสองพ่อลูกต่างชาติล่มกลางทะเลหน้าอ่าวไร่เล ช่วยได้ 1 สูญหาย 1 คน
หลังข่าวรถไฟชนรถเมล์ บางทีต้นเหตุจริงอาจไม่ใช่ “คนประมาท” อย่างเดียว แต่คือระบบที่ปล่อยให้ความเสี่ยงเกิดซ้ำมานานแล้ว
ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2569 (ธันวาคม 2568)




