หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิธีเลิกใส่ใจสายตาของคนอื่นและเริ่มสนใจว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับชีวิตตัวเอง

เขียนโดย machete007

 

ลองนับจำนวนครั้งที่คุณมีความสุขอย่างแท้จริงหลังจากได้รับสิ่งที่คิดว่าตัวเองต้องการ เกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณอยู่ในความสัมพันธ์แบบที่เคยปรารถนา ได้งานที่ใฝ่ฝัน และหาเงินได้มากกว่าเดิม มีความเป็นไปได้ว่าสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตของคุณแตกต่างไปจากเดิม แต่ก็มีทั้งในทางที่ดีและแย่พอ ๆ กัน

 

ลองเขียนรายชื่อของคนที่คุณรู้จักซึ่งแม้จะไม่สมบูรณ์แบบแต่พวกเขาก็มีความรัก รวมถึงคนที่มีคนรัก เพื่อนสนิท และงานที่คุณได้แต่ฝันถึง ลองเขียนรายชื่อของคนที่ไม่มีเสน่ห์แบบพิมพ์นิยม ไร้จุดหมายในทางจิตวิญญาณและไม่สมบูรณ์แบบทว่าก็มีทุกสิ่งที่พวกเขามี นี่เป็นหลักฐานส่วนตัวที่พิสูจน์ว่าคุณเป็นคนที่ดีพอได้โดยไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ

 

ถามตัวเองว่าคุณจะทำอะไรถ้าไม่มีโซเชียลมีเดียและไม่มีคนคอยจับตาดู วันเสาร์นี้คุณจะทำอะไร คืนนี้คุณจะทำอะไร และเป้าหมายด้านอาชีพการงานของคุณคืออะไร รวมถึงคุณจะถ่ายรูปสักกี่ใบ เที่ยวเตร่กับใคร และอาศัยอยู่ที่ไหนถ้าไม่ต้องควบคุมการกระทำของตัวเองอย่างเงียบ ๆ ผ่านมุมมองที่ว่า “คนอื่นจะมองอย่างไร”

 

ถามตัวเองว่าคุณจะทำอะไรถ้าเงินไม่ใช่ปัญหาและคุณสามารถทำได้ทุกสิ่ง นี่เป็นแบบฝึกหัดสุดคลาสสิกที่หลายคนมองข้ามเพราะมันดูไม่มีประโยชน์ น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้คิดอย่างลึกซึ้งมากพอที่จะเข้าใจ ประเด็นที่แท้จริงของมัน การทำแบบฝึกหัดนี้ไม่ใช่เพื่อค้นพบว่าคุณจะทำอะไรถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน (นั่นไม่ใช่ความเป็นจริงของเรา) แต่เป็นเรื่องที่ว่าคุณจะทำอะไรและผนวกสิ่งเหล่านั้นเข้าไปในชีวิตประจำวันได้อย่างไร คุณจะลาพักร้อนหรือจะทำงานปัจจุบันต่อไป มันแสดงให้เห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับการผ่อนคลาย ความสำเร็จ หรือสิ่งอื่นใดกันแน่ การเข้าใจค่านิยมของคุณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดในการเข้าใจตัวเอง

 

จงถ่ายรูปเพื่อเก็บช่วงเวลาแห่งความสุขเอาไว้ ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองดูดีหรือได้ทำอะไรเจ๋ง ๆ สร้างอัลบั้มพิเศษในโทรศัพท์มือถือที่เก็บ“ช่วงเวลาแห่งความสุข” โดยเฉพาะ เมื่อคุณรู้สึกดี มีความสุข หรือค้นพบอะไรบางอย่าง จงถ่ายรูปสิ่งที่อยู่ตรงหน้า (แม้ไม่ควรค่าพอจะโพสต์ลงอินสตาแกรมก็ตาม) เมื่อย้อนกลับมาดูรูปภาพที่ดูไร้แบบแผนเหล่านี้ คุณจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง รวมถึงเข้าใจความแตกต่างทางอารมณ์ระหว่างการบันทึกช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับตัวเองกับการสร้างช่วงเวลาเช่นนั้นให้คนอื่นดู

 

ระบุว่าใครคือ “คนอื่น” ที่คุณคิดอยู่เสมอว่ากำลังตัดสินคุณ คุณน่าจะเคยได้ยินผู้คนพูดกันตลอดเวลาทำนองว่า “คนอื่นกำลังตัดสินฉันอยู่”และ “ฉันกังวลว่าคนอื่นจะมองอย่างไร” แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว “คนอื่น”

 

ในที่นี้คือกลุ่มคนไร้หน้าที่อยู่ในความคิดของคุณเท่านั้น พูดอีกอย่างว่าคนอื่นก็คือภาพสะท้อนของตัวคุณเอง คุณตัดสินตัวเองมาตลอด ก่อนอื่นคุณต้องตระหนักว่า “คนอื่น” ที่คุณกังวลนั้นไม่มีอยู่จริ

จงนึกถึงสิ่งที่ทำให้คุณอิจฉามากที่สุด สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความอิจฉาริษยาได้มากที่สุดมักเป็นสิ่งที่คนเรารู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีอย่างที่หวัง เช่น เราไม่ได้อิจฉาผู้หญิงสวย ๆ เพราะอยากสวยเหมือนเธอ แต่เพราะเราขาด

 

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ การรักตัวเอง เราไม่ได้อิจฉานักเขียนที่ประสบความสำเร็จเพราะอยากได้รับการยกย่องบ้าง แต่เพราะเรารู้ว่าตัวเองไม่ยอมลงมือทำเพื่อไปให้ถึงจุดนั้นสักที

 

อย่าทำความสะอาดบ้านก่อนแขกมาหาเว้นแต่คุณจะเป็นคนที่ไม่รักษาความสะอาด และไม่ต้องพยายามจัดฉากเวลามีคนมาเยี่ยม ฉันไม่ได้กำลังพูดถึงการจัดข้าวของให้เป็นระเบียบหรือเก็บของส่วนตัวเข้าที่ แต่กำลังพูดถึงการจัดฉากที่ลบตัวตนของคุณหมดสิ้น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการกัดสีผมธรรมชาติให้กลายเป็นสีบลอนด์ ปล่อยให้คนอื่นได้เข้ามาสัมผัสชีวิตของคุณอย่างที่คุณเป็นเถอะ นี่เป็นทางเดียวที่คุณจะเชื่อมโยงกับพวกเขาได้อย่างแท้จริง

 

ลองทบทวนวิธีที่คุณเฉลิมฉลองวันสำคัญประจำปีเสียใหม่ คนส่วนใหญ่มักเฉลิมฉลองกับญาติที่พบกันเฉพาะวันหยุดเทศกาล ซึ่งไม่ใช่คนที่พวกเขาเชื่อมโยงด้วยอย่างแท้จริงและไม่ค่อยอยากเจอนัก ในวันสำคัญเช่นนี้คุณควรจะได้ใช้เวลาปาร์ตี้ ร่วมมื้ออาหาร และแลกของขวัญกับคนที่รักคุณมาตลอดทั้งปี ไม่ใช่คนที่คุณรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ทางศีลธรรม (แต่เป็นภาระทางอารมณ์) ที่ต้องอดทนกับพวกเขาจงกำจัดสิ่งของที่ไร้ประโยชน์หรือไร้ความหมาย นี่เป็นเรื่องสำคัญ

 

เพราะสิ่งของสามารถนิยามตัวคุณ โดยเฉพาะเมื่อคุณซื้อมาด้วยความตั้งใจว่ามันจะทำให้คุณ “แตกต่าง” สิ่งของช่วยสร้างประสบการณ์ รวมถึงสิ่งที่คุณมองเห็นและรู้สึก มันช่วยให้คุณควบคุมการใช้ชีวิตในทุกวัน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การครอบครองสิ่งของให้น้อยที่สุด แต่อยู่ที่การเก็บเฉพาะสิ่งของที่มีประโยชน์และมีความหมาย ลองทำดูแล้วคุณจะค้นพบว่าชีวิตของคุณพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว (ไม่ได้พูดเล่นนะ)

 

ถามตัวเองว่า “ถ้าฉันรู้ว่าคนอื่นไม่ได้ตัดสินฉัน ฉันจะยืนหยัดเพื่อสิ่งใด” ถ้าไม่มีตัวกรองทางสังคมที่คุณสร้างขึ้นมาเอง คุณจะเห็นด้วยกับสิ่งใดอย่างแท้จริง ผู้คนคิดว่าการรับรู้ความคิด ความรู้สึก และอคติที่ซ่อนอยู่ของตัวเองเป็นเรื่องโง่เขลาและขาดสติ แต่ความจริงกลับตรงข้ามกันเลย การไม่รับรู้ต่างหากที่เป็นเรื่องโง่เขลาและขาดสติ

 

ถามตัวเองว่า “ถ้าฉันสามารถบอกกับทุกคนบนโลกได้เพียงหนึ่งประโยคฉันจะบอกว่าอะไร” คุณจะบอกว่า “เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง” “ไม่ต้องคิดมากหรอก” “มองหาข้อดีในตัวคนอื่นสิ” หรือ “ติดตามทวิตเตอร์ของฉันด้วยนะ”

 

อันที่จริงสิ่งที่คุณอยากบอกกับทุกคนคือสิ่งที่คุณอยากได้ยินและอยากบอกตัวเองมากที่สุด จงเข้าใจว่าการที่คุณจะคู่ควรกับสิ่งใด คุณต้องรู้สึกขอบคุณที่ได้ครอบครองสิ่งนั้น คุณเป็นคนเลือกว่าจะประเมินคุณค่าในตัวเองด้วยสิ่งใด คุณค่าของคุณขึ้นอยู่กับอะไรและคุณดีพอสำหรับบางสิ่งหรือไม่ คุณต้องเข้าใจว่าคนที่คู่ควรกับสิ่งที่ตัวเองมีคือคนที่รู้สึกขอบคุณที่ได้ครอบครองมันก็เท่านั้นเอง

 

จงตระหนักว่าคุณไม่ได้ประสบความสำเร็จเพียงเพราะเอาชนะอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด และคุณไม่ได้ “ดี” เพียงเพราะคุณ “สมบูรณ์แบบ” หรือเพราะคุณดีกว่าคนอื่น คุณสามารถมีทุกสิ่งเพียงแต่ไม่ใช่ในเวลาเดียวกัน ดังที่โอปราห์ (จะเป็นใครได้อีกล่ะ) ได้กล่าวไว้ จงรู้สึกขอบคุณที่มันเป็นเช่นนี้ เพราะนั่นหมายความว่าคุณมีโอกาสที่จะซาบซึ้งกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ในขณะเดียวกันก็มีสิ่งอื่นให้ทุ่มเทและตั้งตารอ

 

ให้คิดเสียว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นดีที่สุดแล้ว คนเรากังวลมากที่สุดว่าชีวิตของตัวเองจะเป็นอย่างไรในสายตาของคนอื่นตอนที่พวกเขาปิดกั้นความรู้สึกที่มีต่อชีวิตตัวเอง ซึ่งพวกเขาทำเช่นนั้นเมื่อไม่อยากรับรู้ความเจ็บปวด ถ้าคุณอยากเป็นอิสระจากความกังวล คุณจำเป็นต้องตระหนักว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นดีที่สุดแล้ว ทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตล้วนมีหน้าที่ 1 ใน 3 อย่าง ได้แก่ ทำให้คุณรู้จักตัวเอง ช่วยเยียวยาส่วนใดส่วนหนึ่งในตัวคุณ และทำให้คุณมีความสุขกับตัวเอง เมื่อเอามุมมองนี้ไปใช้ คุณก็ไม่มีอะไรต้องกลัว

 

สุดท้ายถามตัวเองว่า “ถ้าทุกคนบนโลกตาบอด ฉันจะทำให้คนประทับใจได้กี่คน” ลองจินตนาการถึงชีวิตที่คุณมองไม่เห็นอะไรเลย สิ่งสำคัญมีเพียงว่าคุณรู้สึกและทำให้ผู้อื่นรู้สึกอย่างไร ในโลกเช่นนี้คุณเป็นคนแบบไหนและนั่นอาจเป็นสาเหตุที่คุณสร้างชีวิตที่ดูดีเพื่อรับความรักจากผู้อื่นมาทดแทนความรักของตัวเองหรือไม่

 

________________

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เงินเดือนพนักงานขับรถไฟ😊 ชวนเข้ามาดูรูปภาพที่น่าทึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังแห่งธรรมชาตินำหน้าเราเสมอ 😁จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยสิ้นสุดการรอคอย! JAS ทุ่ม 2,300 ล้าน คว้าลิสิทธิ์ถ่ายทอดสด "ฟุตบอลโลก 2026" ยิงสด 104 นัดผ่าน Monomax คนไทยได้ดูฟรีทีวี 40 แมตช์3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลกมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งปรากฏว่าซีรีส์เกาหลีเรื่อง "Teach You A Lesson" มีเวอร์ชั่นในชีวิตจริงที่มาเลเซีย!!เลขเด่น 16 มิถุนายน 2569 เปิดพลังไพ่รวมทั้ง 7 วัน!ปากแจ๋วแต่จบเจ็บ! ไทย U19 ชนะกัมพูชา 4-0 ผ่านเข้าชิงอาเซียน U19น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" เจ้าหญิงนักกฎหมายผู้ทรงงานเพื่อประชาชน สิ้นพระชนม์ 11 มิ.ย. 2569จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำเเบบนี้บ่อยๆ ฟันเสียเเน่อุทาหรณ์ "ทำฟันตุรกี" รากเทียมทั้งปากเปลี่ยนชีวิต สู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีวันลืมจังหวัดที่มีประชากรเพศชายมากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เลื่อนจอทั้งวันแต่ใจยังว่างเปล่า? เช็กสัญญาณว่าคุณอาจต้อง Digital Detox ด่วนทำไมคนเก่งหลายคนกลับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง? รู้จัก "Imposter Syndrome" ก่อนที่มันจะฉุดคุณไว้รถไฟฟ้าที่นิยมที่สุดในไทยป็นคนดีจนเหนื่อย? 5 สัญญาณเตือนว่าคุณอาจเป็น "People Pleaser" แบบไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่