หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชะตากรรมอันน่าเศร้าของขันทีคนสุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิง

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

ชะตากรรมอันน่าเศร้าของขันทีคนสุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิง

"ซุน เหยา ถิง" คือ ชายคนหนึ่งที่ถูกจดจำในประวัติศาสตร์ว่าเป็น "ขันทีคนสุดท้ายของจีน" ชีวิตของเขาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เป็นเหมือนภาพสะท้อนของช่วงเวลาที่ประเทศจีน กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคจักรพรรดิไปสู่ยุคสมัยใหม่ เรื่องราวของเขาทั้งน่าสงสาร เจ็บปวด และ เต็มไปด้วยความหวังที่พังทลายลงไปพร้อมกับการล่มสลายของราชวงศ์ชิง

"ซุน เหยา ถิง" เกิดในปี ค.ศ. 1902 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน เขาเกิดในครอบครัวชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ยังพอมีชีวิตที่มั่นคง พ่อของเขามีงานทำ เด็กชาย "ซุน เหยา ถิง" จึงได้เรียนหนังสือกับครูในหมู่บ้านเหมือนเด็กทั่วไป ชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ได้เลวร้ายมากนัก และ ครอบครัวก็ยังพอมีความหวังว่าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สถานการณ์ของครอบครัวกลับแย่ลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นยากจนมาก พ่อแม่ของเขาต้องดิ้นรนทุกทางเพื่อให้ครอบครัวอยู่รอด บางครั้งถึงกับต้องออกไปขอทาน ความยากจนในยุคนั้นน่ากลัวมาก เพราะถ้าไม่มีเงินก็แทบไม่มีทางมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ สำหรับครอบครัวชาวบ้านจำนวนมากในจีนยุคศักดินา การส่งลูกชายไปเป็น "ขันที" ในวัง... ก็ถือเป็นทางรอดอย่างหนึ่ง!! เพราะถ้าเด็กคนนั้นได้เข้าไปทำงานใกล้ชิดจักรพรรดิหรือราชวงศ์ ครอบครัวก็อาจมีเงิน มีอาหาร และ มีชีวิตที่ดีขึ้น...


คำว่า "ขันที" หมายถึง "ผู้ชายที่ถูกตอน" หรือ "ถูกตัดอวัยวะเพศออก" เพื่อให้สามารถเข้าไปทำงานในเขตพระราชฐานฝ่ายใน ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระสนมและสตรีในวังหลวง คนในยุคนั้นเชื่อว่า "ถ้าขันทีไม่มีความเป็นชายเต็มตัว ก็จะไม่เป็นภัยต่อราชวงศ์" การตอนเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมากและอันตราย บางคนเสียชีวิตเพราะติดเชื้อหรือเสียเลือดมาก แต่ถึงอย่างนั้น ครอบครัวยากจนหลายแห่งก็ยังยอมทำ เพราะหวังว่าลูกชายจะมีอนาคตที่ดีกว่าเดิม

ในช่วงที่ครอบครัวของ "ซุน เหยา ถิง" กำลังเตรียมส่งเขาไปเป็นขันที จีนกลับเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น ในปี ค.ศ. 1911 ได้เกิดการปฏิวัติซินไฮ่หรือการก่อจลาจลอู่ฉาง ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์ชิง จักรพรรดิถูกโค่นอำนาจ และ จีนเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ เมื่อราชวงศ์ล่มสลาย หลายคนคิดว่า "ระบบขันทีก็คงจบลงไปด้วย" ความหวังของครอบครัว "ซุน เหยา ถิง" ดูเหมือนจะพังทลาย เพราะต่อให้ลูกชายยอมถูกตอน ก็อาจไม่มีวังให้เข้าไปรับใช้อีกแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นาน "ปูยี" จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน ซึ่งยังอาศัยอยู่ในพระราชวังต้องห้าม ได้แอบรับขันทีเข้ามารับใช้ต่อไป แม้ประเทศจะเปลี่ยนการปกครองแล้วก็ตาม ครอบครัวของ "ซุน เหยา ถิง" จึงกลับมามีความหวังอีกครั้ง และ ในที่สุดเขาก็ถูกพาไปเข้าพิธีตอน

"การตอน" ในสมัยนั้นโหดร้ายมาก ไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ดี ไม่มีการวางยาสลบแบบสมัยใหม่ เด็กชายคนหนึ่งต้องทนกับความเจ็บปวดมหาศาล เพียงเพื่อโอกาสในการมีชีวิตรอด หลังจากผ่านเรื่องนั้น "ซุน เหยา ถิง" ก็กลายเป็นขันทีอย่างสมบูรณ์ และ ได้เข้าสู่ชีวิตในราชสำนักที่เขาและครอบครัวเคยคิดว่า จะช่วยเปลี่ยนชีวิตได้...


ตอนแรก "ซุน เหยา ถิง" ถูกส่งไปทำงานที่วังของ "เจ้าชายชุน" ก่อนจะได้เข้าไปทำงานในเขตฝ่ายในของพระราชวังต้องห้าม ชีวิตในวังดูหรูหราในสายตาคนนอก มีอาคารใหญ่โต เสื้อผ้าสวยงาม และ มีผู้คนมากมาย แต่ความจริงแล้วชีวิตขันทีเต็มไปด้วยกฎระเบียบ ความกดดัน และ การแข่งขัน ขันทีจำนวนมากต้องคอยประจบเจ้านายเพื่อความอยู่รอด บางคนมีอำนาจมาก แต่หลายคนก็เป็นเพียงคนรับใช้ที่ไม่มีอิสระ

ชีวิตของ "ซุน เหยา ถิง" ในวังอยู่ได้ไม่นาน เพราะในปี ค.ศ. 1924 ขุนศึกชื่อ "เฟิง หยู เซียง" ได้ทำการก่อรัฐประหารและขับไล่ "ปูยี" ออกจากพระราชวังต้องห้าม เมื่อจักรพรรดิหมดอำนาจ ขันทีจำนวนมากก็ไร้ที่ไป "ซุน เหยา ถิง" เองก็ต้องออกจากวัง และ กลับไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอีกครั้ง

หลังจากนั้น "ซุน เหยา ถิง" ได้ใช้ชีวิตเร่ร่อนไปหลายแห่ง บางช่วงอาศัยอยู่ตามวัดในปักกิ่ง ต่อมา "ปูยี" ได้กลายเป็นจักรพรรดิของรัฐแมนจูกัวที่ญี่ปุ่น ซึ่งตั้งขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน "ซุน เหยา ถิง" จึงเดินทางไปยังฉางชุนเพื่อรับใช้อีกครั้ง แต่เพราะสุขภาพไม่ดี เขาจึงไม่สามารถทำงานต่อได้ สุดท้ายเขากลับมาใช้ชีวิตเงียบๆในปักกิ่ง


ถึงแม้ชีวิตของ "ซุน เหยา ถิง" จะเต็มไปด้วยความทุกข์ แต่เขากลับกลายเป็นคนสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้เห็น ทั้งยุคราชวงศ์และยุคสมัยใหม่ด้วยตาของตนเอง เขาเคยเห็นจักรพรรดิ เคยอยู่ในพระราชวังต้องห้าม และ ยังมีชีวิตอยู่จนผ่านเหตุการณ์ใหญ่มากมายของจีน รวมถึงสงคราม การปฏิวัติ และ การปฏิวัติวัฒนธรรม

ในช่วงบั้นปลายชีวิต ผู้คนเริ่มสนใจเรื่องราวของ "ซุน เหยา ถิง" เพราะเขาเป็นเหมือน "พยานคนสุดท้าย" ของโลกเก่าที่หายไปแล้ว นักเขียนและนักประวัติศาสตร์ได้สัมภาษณ์ "ซุน เหยา ถิง" และ บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตขันที เรื่องราวเหล่านี้ทำให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่า "ชีวิตในราชสำนักจริงๆแล้ว ไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรือหนัง หลายคนต้องสูญเสียทั้งร่างกาย อิสรภาพ และ ชีวิตส่วนตัว เพียงเพื่อโอกาสเล็กๆ ในการอยู่รอด"


⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เครื่องปรับอากาศแบรนด์ไทย ที่โด่งดังและขายดีที่สุดตลอดกาล3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทยเลขเด็ด "แม่นมาก ขั้นเทพ" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 69 มาแล้ว!..รีบส่องด่วน!!5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลกจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทยโอวัลตินกระป๋องรุ่นเก่า เครื่องดื่มวัยเด็กที่หลายคนจำได้ แต่ไม่เคยรู้ว่าชื่อแบรนด์เกิดจากการสะกดผิดรถไฟฟ้าที่นิยมที่สุดในไทยถอดรหัสลับจักรวาล เลขเด็ด งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/6/69อาหารไทยยอดนิยม3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สื่อเขมรเย้ยไทย กลัวไหม? กัมพูชาได้รับรถถังรุ่นใหม่ T59D จำนวน 39 คันจากจีน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
Audi เปิดตัวซูเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นแรก!!ดับ 5 หลังเกิดเหตุเครื่องบินขนส่งทางทหารตก ในอินเดียพบแก๊งแรนซัมแวร์เริ่มใช้บริการอันธพาลข่มขู่ทำร้ายผู้ที่ไม่จ่ายเงินค่าไถ่ข้อมูลAndroid 17 จะมีการเพิ่มฟีเจอร์สนับสนุนคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากยิ่งขึ้น
ตั้งกระทู้ใหม่