หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

การตอบบ่ายเบี่ยงอย่างพอดีเป็นความสํารวมในแบบผู้ใหญ่

เขียนโดย machete007

 

วิธีรักษาสภาพจิตใจไม่ให้แบกภาระจนเหนื่อยเกินไปโดยพื้นฐานคือ “ไม่ว่าจะถูกชวนคุยอะไรด้วย

ควรตอบบ่ายเบี่ยงไปแบบพอดี”

 

การมัวแต่คิดจะตอบกลับแบบจริงจังตลอดนั้นทำให้จิตใจไม่ได้รับการผ่อนคลาย ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่คิดว่าคนที่จริงจังกับการตอบกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่จริงบางครั้งแค่ตอบกลับว่า “ครับ/ค่ะ” พลางพยักหน้าตามอย่างเนียนๆไปก็จบแล้ว

 

ตอนที่ผมอ่านหนังสือ ต่อต้านสังคมศึกษาตั้งแต่อายุ 13 ของเปาโล มัชชารีโน (Paolo Mazzarino) มีข้อความที่เขียนไว้ว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีที่ว่ามีนักร้องเรียนเพิ่มมากขึ้น” เพราะในสมัยก่อนก็มีคนแบบนี้อยู่มากมายเช่นกัน แต่เปาโลก็ชี้ให้เห็นว่ามีความแตกต่างระหว่างอดีตกับปัจจุบันที่ชัดเจนอยู่พอสมควร คือคนสมัยก่อนมักไม่ให้ความสนใจกับพวกร้องเรียนมากกว่า

 

ทั้งพนักงานร้านค้าทั้งอาจารย์ที่โรงเรียนก็ไม่ได้ไปจริงจังกับทุกคนที่มาร้องเรียน แค่ตอบกลับพวกคน

เหล่านี้แบบพอดีๆ ว่า “อ๋อ งั้นเหรอครับ/คะ” หรือจะเรียกว่า “เงิน” ไปบ้างก็ได้ ดังนั้นอย่าไปกลัดกลุ้มใจ

กับบางคำถามจนเกินไปเลยเพื่อไม่ให้จิตใจถูกทำร้ายจากการถูกวิจารณ์หรือร้องเรียน

 

หลายบริษัทหรือหลายองค์กรมักกังวลกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ อีกทั้งมีคนที่ไม่ชินกับการถูกโกรธเพิ่มมากขึ้น และดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่จะเก็บทั้งคำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ คำร้องเรียน คำตำหนิมาใส่ใจ แถมยังกลัวการถูกคอมเพลนหรือเรื่องฉาวบนอินเทอร์เน็ต เรียกได้ว่าความยืดหยุ่นแทบเป็น 0 เลย

 

“โอ๊ะ คนนั้นบ่นอีกแล้ว”

“โกรธขนาดนั้น ความดันไม่ขึ้นบ้างหรือไง”

“เอาเหอะ ในโลกนี้ก็ต้องมีคนใจแคบอยู่บ้างแหละ”

จริงๆ ถ้าแค่รับมาแล้วปล่อยผ่านไปได้ก็ทำให้เราสบายใจขึ้นแล้ว แต่เพราะทำอย่างนั้นไม่ได้ เราเลยรู้สึกอึดอัดเป็นธรรมดา จากนี้ถ้าคำพูดไหนไร้ประโยชน์ก็อย่ารับมาเป็นภาระให้จิตใจเลย โดยเฉพาะจากคนที่ไม่เปิดเผยตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต เรื่องที่เราไม่อยากได้ยินก็แค่ฟังแล้วตอบกลับไปแบบพอดีก็เพียงพอแล้ว

 

แค่พยักหน้าพลางพูดว่า “ครับ/ค่ะ นั่นสินะ...เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ” พร้อมกับทำหน้าสงบเสงี่ยมจน อีกฝ่ายรู้สึกรำคาญที่จะบ่นต่อ พวกเขาก็จะหยุดไปเอง อย่าไปฟังคำคนที่กำลังอารมณ์เสีย เพราะการคุยกับคนหัวร้อนไม่มีทางคุยกันรู้เรื่องอยู่แล้ว เวลาเช่นนี้ กุญแจสำคัญเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังใจคือการ “เมินอย่างเหมาะสม”

 

ในหนังสือของทะกะฮะชิโนะบุโอะ (Takahashi Nobuo) ที่มีชื่อว่า พนักงานที่เก่งคือคนที่รอหรือปล่อยให้เรื่องผ่านไป  จากสํานักพิมพ์นิกไกบิสซิเนสส์พีเพิลบุงโกะเขียนไว้ว่าดูเหมือนว่า ยิ่งคนทํางานเก่งก็จะมองข้ามหรือเลี่ยงคําสั่งแปลก ๆของเจ้านายได้มากขึ้น เปลี่ยนมาคิดกันแบบนี้เพื่อรักษาสภาพจิตใจของเราเถอะนะ

 

_________________

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดรายชื่อ 5 ผลไม้โปรตีนสูง ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติจงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุดทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว10 ความเชื่อดูแลรถและจักรยาน ที่ทำบ่อยแต่เสี่ยงพังเร็วกว่าเดิมนอนหลับยากทุกคืน ลองเช็ก 9 สิ่งที่ควรทำก่อนเข้านอน3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย4 ต้นไม้ลึกลับและหายากที่สุดในไทย5 ทักษะมนุษย์ที่ยังช่วยสร้างตัวได้ แม้โลกงานเปลี่ยนเร็วโค้งสุดท้ายเลขเด่น อาจารย์ไอติม 16/6/69สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/6/695 ปลาทะเลคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีต่อสมอง ดวงตา และระบบหัวใจ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลย้อนรอยห้างเก่าในกรุงเทพฯ จากจุดนัดเจอวัยรุ่น สู่ตำนานที่หลายคนยังจำได้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เจาะลึกค่าใช้จ่ายงานศพยุคนี้... สิ่งที่ “หนักที่สุด” อาจไม่ใช่ค่าน้ำยาหรือค่าโลงศพ!ประวัติความเป็นมาของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เปิดรายชื่อ 5 ผลไม้โปรตีนสูง ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ5 ปลาทะเลคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีต่อสมอง ดวงตา และระบบหัวใจ
ตั้งกระทู้ใหม่