การตอบบ่ายเบี่ยงอย่างพอดีเป็นความสํารวมในแบบผู้ใหญ่
วิธีรักษาสภาพจิตใจไม่ให้แบกภาระจนเหนื่อยเกินไปโดยพื้นฐานคือ “ไม่ว่าจะถูกชวนคุยอะไรด้วย
ควรตอบบ่ายเบี่ยงไปแบบพอดี”
การมัวแต่คิดจะตอบกลับแบบจริงจังตลอดนั้นทำให้จิตใจไม่ได้รับการผ่อนคลาย ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่คิดว่าคนที่จริงจังกับการตอบกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่จริงบางครั้งแค่ตอบกลับว่า “ครับ/ค่ะ” พลางพยักหน้าตามอย่างเนียนๆไปก็จบแล้ว
ตอนที่ผมอ่านหนังสือ ต่อต้านสังคมศึกษาตั้งแต่อายุ 13 ของเปาโล มัชชารีโน (Paolo Mazzarino) มีข้อความที่เขียนไว้ว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีที่ว่ามีนักร้องเรียนเพิ่มมากขึ้น” เพราะในสมัยก่อนก็มีคนแบบนี้อยู่มากมายเช่นกัน แต่เปาโลก็ชี้ให้เห็นว่ามีความแตกต่างระหว่างอดีตกับปัจจุบันที่ชัดเจนอยู่พอสมควร คือคนสมัยก่อนมักไม่ให้ความสนใจกับพวกร้องเรียนมากกว่า
ทั้งพนักงานร้านค้าทั้งอาจารย์ที่โรงเรียนก็ไม่ได้ไปจริงจังกับทุกคนที่มาร้องเรียน แค่ตอบกลับพวกคน
เหล่านี้แบบพอดีๆ ว่า “อ๋อ งั้นเหรอครับ/คะ” หรือจะเรียกว่า “เงิน” ไปบ้างก็ได้ ดังนั้นอย่าไปกลัดกลุ้มใจ
กับบางคำถามจนเกินไปเลยเพื่อไม่ให้จิตใจถูกทำร้ายจากการถูกวิจารณ์หรือร้องเรียน
หลายบริษัทหรือหลายองค์กรมักกังวลกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ อีกทั้งมีคนที่ไม่ชินกับการถูกโกรธเพิ่มมากขึ้น และดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่จะเก็บทั้งคำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ คำร้องเรียน คำตำหนิมาใส่ใจ แถมยังกลัวการถูกคอมเพลนหรือเรื่องฉาวบนอินเทอร์เน็ต เรียกได้ว่าความยืดหยุ่นแทบเป็น 0 เลย
“โอ๊ะ คนนั้นบ่นอีกแล้ว”
“โกรธขนาดนั้น ความดันไม่ขึ้นบ้างหรือไง”
“เอาเหอะ ในโลกนี้ก็ต้องมีคนใจแคบอยู่บ้างแหละ”
จริงๆ ถ้าแค่รับมาแล้วปล่อยผ่านไปได้ก็ทำให้เราสบายใจขึ้นแล้ว แต่เพราะทำอย่างนั้นไม่ได้ เราเลยรู้สึกอึดอัดเป็นธรรมดา จากนี้ถ้าคำพูดไหนไร้ประโยชน์ก็อย่ารับมาเป็นภาระให้จิตใจเลย โดยเฉพาะจากคนที่ไม่เปิดเผยตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต เรื่องที่เราไม่อยากได้ยินก็แค่ฟังแล้วตอบกลับไปแบบพอดีก็เพียงพอแล้ว
แค่พยักหน้าพลางพูดว่า “ครับ/ค่ะ นั่นสินะ...เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ” พร้อมกับทำหน้าสงบเสงี่ยมจน อีกฝ่ายรู้สึกรำคาญที่จะบ่นต่อ พวกเขาก็จะหยุดไปเอง อย่าไปฟังคำคนที่กำลังอารมณ์เสีย เพราะการคุยกับคนหัวร้อนไม่มีทางคุยกันรู้เรื่องอยู่แล้ว เวลาเช่นนี้ กุญแจสำคัญเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังใจคือการ “เมินอย่างเหมาะสม”
ในหนังสือของทะกะฮะชิโนะบุโอะ (Takahashi Nobuo) ที่มีชื่อว่า พนักงานที่เก่งคือคนที่รอหรือปล่อยให้เรื่องผ่านไป จากสํานักพิมพ์นิกไกบิสซิเนสส์พีเพิลบุงโกะเขียนไว้ว่าดูเหมือนว่า ยิ่งคนทํางานเก่งก็จะมองข้ามหรือเลี่ยงคําสั่งแปลก ๆของเจ้านายได้มากขึ้น เปลี่ยนมาคิดกันแบบนี้เพื่อรักษาสภาพจิตใจของเราเถอะนะ
_________________
เปิดรายชื่อ 5 ผลไม้โปรตีนสูง ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
ทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว
10 ความเชื่อดูแลรถและจักรยาน ที่ทำบ่อยแต่เสี่ยงพังเร็วกว่าเดิม
นอนหลับยากทุกคืน ลองเช็ก 9 สิ่งที่ควรทำก่อนเข้านอน
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
4 ต้นไม้ลึกลับและหายากที่สุดในไทย
5 ทักษะมนุษย์ที่ยังช่วยสร้างตัวได้ แม้โลกงานเปลี่ยนเร็ว
โค้งสุดท้ายเลขเด่น อาจารย์ไอติม 16/6/69
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/6/69
5 ปลาทะเลคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีต่อสมอง ดวงตา และระบบหัวใจ
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ย้อนรอยห้างเก่าในกรุงเทพฯ จากจุดนัดเจอวัยรุ่น สู่ตำนานที่หลายคนยังจำได้



