มองอารมณ์ของตัวเอง ผ่านมุมมองคนนอก
คงมีผู้อ่านที่คิดว่า “การตอบกลับและปล่อยผ่าน อย่างเหมาะสมนั้น ตามหลักการแล้วพอจะเข้าใจอยู่ แต่ก็อยากรู้ว่ารายละเอียดมันเป็นอย่างไร” ใช่ไหมครับ สิ่งที่ผมอยากจะกล่าวคือพอถูกพูดว่า “ไม่ต้องจริงจังมากก็ได้นะ” “ทําให้มันดีกว่านี้หน่อยได้ไหม” บางคนอาจสงสัยว่า “ไอ้ดีกว่านี้หน่อยเนี่ยมันต้องดีขึ้น ประมาณไหนเหรอ” ถ้าเช่นนั้นผมขอลงรายละเอียดหน่อยนะครับ
การฟังโดยใช้มุมมองคนนอกทําเพื่อที่จะไม่ต้องเอาตัวเองเข้าไปรับฟังเรื่องโดยตรง
“มุมมองคนนอก” เป็นเทคนิคที่ให้ตัวเองไปยืน อยู่ในจุดที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้อง เป็นมุมมองราวกับการสังเกตการณ์จากระยะไกล
สร้างนิสัยหลีกเลี่ยงการตอบโต้
ตัวอย่างเช่น การรู้สึกถึงอารมณ์โกรธหรือโกรธ จนเผลอสบถออกมาว่า “ไอ้เวรนี่!” นั้น กลายเป็นว่า เราควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เรากําลังถูกอารมณ์ชักนํา
กรณีเช่นนี้ลอง “รายงานสด” ตัวเราเองราวกับว่า เรากําลังดูตัวเองที่กําลังโกรธอยู่ดูสิ
“ตายแล้ว ตอนนี้ฉันดูโกรธสุดๆ ไปเลยแฮะ”
“แล้วความโกรธนี้จะหายได้ด้วยวิธีไหนนะ”
“เราจะกําจัดความโกรธโดยที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นยังไงดี”
การรายงานสดแบบนี้เป็นการ “มองอารมณ์ของตัวเองผ่านมุมมองคนนอก” หลังจากที่ทําไปสักพักคนส่วนใหญ่จะรู้สึกใจเย็นลง เวลาที่รู้สึกแย่กับตัวเองให้ลองดูตัวเองจากมุมมองคนนอกดูนะครับ คิดเสียว่าเหมือนกับแพทย์ ที่คอยสังเกตผู้ป่วย
หากใช้มุมมองคนนอกแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายกําลัง ว่าร้ายหรือบ่นอยู่ เราก็จะไม่เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ และไม่ต้องเอาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศแบบนั้นอีกด้วย
ไม่ติดอยู่กับอารมณ์หงุดหงิดหรือโกรธ
ซอล กิบนีย์ (Saul Gibney) จากมหาวิทยาลัย แคนเทอร์เบอรี่ (University of Canterbury) นิวซีแลนด์ กําลังทดสอบกับผู้เข้าร่วมโครงการโดยให้ฆ่าแมลง 5 ตัวด้วยวิธีกดปุ่มเครื่องจักรสําหรับบดแมลง (แค่แกล้งทํา ไม่ได้ฆ่าจริง) พบว่าส่วนใหญ่รู้สึกแย่ ถึงแม้ไม่ได้ฆ่าแมลงเหล่านั้นด้วยมือของตัวเอง และต่อให้ทําแค่เพียงกดปุ่ม ฆ่าแมลงก็จริง แต่การต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองมันต้อง รู้สึกแย่เป็นเรื่องธรรมดา แต่พอคิดตามที่ชอลบอกว่า “นี่เป็นการศึกษา ที่มีความหมายมาก เพราะมันจะช่วยพัฒนาแวดวง วิทยาศาสตร์” หรือ “เราต้องได้ข้อมูลที่แม่นยําที่สุด
จากการมองด้วยมุมมองคนนอก” ก็เห็นชัดเลยว่าความ รู้สึกแย่ของพวกเขาเริ่มหายไป สรุปว่าการมองตัวเองโดยใช้มุมมองคนนอกจะช่วยควบคุมอารมณ์ด้านลบได้
เมื่อหัวหน้าหรือลูกค้าตวาดใส่ ให้ลองนับจํานวน ไผ่บนหน้าอีกฝ่าย มองว่าอีกฝ่ายมีขนจมูกโผล่มาหรือไม่หรือมองว่าอีกฝ่ายหายใจแรงขึ้นไหมดูนะครับ อะไรอย่างอื่นทํานั้นจะทําให้เราไม่ต้องไปใส่ใจกับมัน หากเรา “รายงานอารมณ์ของตัวเองแบบสดๆ" ความสั่นไหวในใจจะบรรเทาลง
_________
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
ซื้อประกันสุขภาพวันนี้ ทำไมต้องมองไกลกว่าเบี้ยปีแรก
เยาวราชปี 2488 ภาพเก่าที่ทำให้เห็นกรุงเทพฯ วันที่รถรางยังวิ่งกลางเมือง
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
อายุ 35 ยังไม่แก่ แต่ทำไมหลายคนเริ่มเจอแรงกดดันในที่ทำงาน
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
หินฟีฟ่า ชัยภูมิ เสาหินธรรมชาติที่ดูคล้ายถ้วยบอลโลก
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69 เลข 3 มาแรง!!
กินวิตามินตามวัยดีจริงไหม? สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้ออาหารเสริมเพิ่มอีกขวด
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
6 อาคารหน้าตาแปลก ที่ทำให้สถาปัตยกรรมดูเหมือนหลุดจากจินตนาการ
ทึ่งทั่วโลก : แคปิตอล เกต "หอเอนแห่งอาบูดาบี" อาคารที่เอนโดยฝีมือมนุษย์ที่มากที่สุดในโลก
รีวิวหนังดัง HOPPERS เด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์
เหตุใดคนแปลกหน้ากลับสนับสนุนคุณมากกว่าคนใกล้ตัว?
เห็ดระโงกที่กินได้กับเห็ดระโงกพิษ(ระงาก)ต่างกันยังไง



