ชวนคิดเล่นๆ หากไทยนำ Sex Worker เข้าระบบถูกกฎหมาย รัฐจะเก็บภาษีเพิ่มได้กี่บาท?
เมื่อพูดถึง “Sex Worker” หรือผู้ให้บริการทางเพศ หลายคนมักมองเรื่องนี้ในมุมศีลธรรม สังคม หรือกฎหมาย แต่มีอีกมุมหนึ่งที่หลายประเทศนำมาพิจารณาคือ มุมเศรษฐกิจและการจัดการระบบ
คำถามคือ ถ้าวันหนึ่งประเทศไทยเปลี่ยนจากการปล่อยให้อุตสาหกรรมนี้อยู่นอกระบบ มาเป็นระบบถูกกฎหมาย รัฐจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาษีมากแค่ไหน?
ธุรกิจที่มีอยู่จริง แต่รัฐแทบเก็บรายได้ไม่ได้
แม้การค้าบริการทางเพศจะผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่ในทางปฏิบัติยังมีธุรกิจลักษณะนี้ดำรงอยู่ ทั้งในรูปแบบสถานบริการ บาร์ ร้านนวดบางประเภท ไปจนถึงการติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์
ปัจจุบันมีการประเมินว่าอุตสาหกรรมบริการทางเพศไทยมีมูลค่าประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือราว 2 แสนกว่าล้านบาทต่อปี แต่เนื่องจากอยู่นอกระบบ ทำให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้เต็มที่เหมือนธุรกิจทั่วไป
ลองจินตนาการว่า หากกิจกรรมเหล่านี้ถูกนำเข้าสู่ระบบ จะเกิดอะไรขึ้น?
สมมติฐาน: ถ้าเก็บ VAT 7%
สมมติว่าอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่า 230,000 ล้านบาทต่อปี
หากสามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ได้
230,000 ล้านบาท × 7%
= ประมาณ 16,100 ล้านบาทต่อปี
แต่ในความเป็นจริง รัฐอาจไม่สามารถเก็บได้เต็มจำนวน เพราะอาจมีผู้ประกอบการบางส่วนยังอยู่นอกระบบ และอาจมีการออกแบบภาษีเฉพาะเพื่อไม่ให้ภาระสูงเกินไป
ภาษีเงินได้จากแรงงาน
ลองสมมติว่ามีผู้ให้บริการทางเพศ 250,000 คน
มีรายได้เฉลี่ย 30,000 บาทต่อเดือน
รายได้รวมต่อปีคือ
250,000 × 30,000 × 12
= 90,000 ล้านบาท
หากมีระบบภาษีที่ทำให้เสียภาษีเฉลี่ยประมาณ 5%
รัฐอาจมีรายได้เพิ่มประมาณ
4,500 ล้านบาทต่อปี
รายได้ไม่ได้มาจากคนทำงานเพียงอย่างเดียว
หากถูกนำเข้าสู่ระบบ สิ่งที่รัฐอาจจัดเก็บได้ยังมีมากกว่าภาษีรายได้ เช่น
• ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
• ภาษีจากสถานประกอบการ
• ภาษีธุรกิจ
• รายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง
• เงินสมทบประกันสังคม
ดังนั้น หากมีการจัดระบบเต็มรูปแบบ รายได้รัฐอาจอยู่ในระดับ หลักหมื่นล้านบาทต่อปี
แต่เหตุผลสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
การถกเถียงเรื่องการทำให้ Sex Worker ถูกกฎหมาย ไม่ควรมองเพียงว่า “รัฐจะได้เงินเท่าไร”
เพราะประเด็นใหญ่กว่าคือ
การทำให้คนที่อยู่ในอาชีพนี้ได้รับการคุ้มครองมากขึ้น
เช่น
• ลดการค้ามนุษย์
• ลดการเอารัดเอาเปรียบจากนายหน้า
• เข้าถึงการตรวจสุขภาพ
• มีสิทธิแรงงาน
• สามารถแจ้งเหตุเมื่อถูกทำร้ายหรือถูกบังคับได้
ในหลายประเทศที่เลือกใช้แนวทางควบคุมแทนการผลักให้อยู่ใต้ดิน เป้าหมายไม่ได้มีแค่การหารายได้ แต่คือการทำให้รัฐสามารถเข้าไปกำกับดูแลได้
คำถามที่ประเทศไทยต้องคิด
ประเด็นจึงไม่ใช่แค่คำถามว่า
“เราควรเก็บภาษีจาก Sex Worker หรือไม่?”
แต่คือ
“การปล่อยให้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ดำรงอยู่แบบผิดกฎหมาย ทำให้สังคมปลอดภัยขึ้นจริงหรือไม่?”
เพราะบางครั้ง การทำให้ถูกกฎหมายไม่ได้หมายความว่ารัฐสนับสนุนอาชีพนั้น แต่หมายถึงการยอมรับความจริงที่มีอยู่ และสร้างกติกาเพื่อควบคุม ลดผลกระทบ และคุ้มครองคนที่เกี่ยวข้อง
สุดท้าย หากประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่จำนวนเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น แต่คือการออกแบบระบบที่ป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ และทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
10 สถานที่ร้างในกรุงเทพฯ ที่ถูกพูดถึงว่าเฮี้ยนที่สุด
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
รับน้องสยองขวัญกับวิญญาณอาถรรพ์สาวผมยาว
แมลงหวี่เกิดมาทำไม?
10 โรงแรมต่างประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องตำนานผีและเหตุการณ์ลึกลับ
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
มะพูด ผลไม้โบราณสีทองที่กำลังเลือนหายไปจากสวนไทย
ทำไมผิวถึงคันยิบๆ เวลาเจออากาศหนาวและแห้ง
เลขเด็ด AI ปะทะ ต้นไม้ทาแป้ง ฝั่งไหนพาเข้าเป้ามากกว่ากัน?
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
เพื่อนยืมเงินแล้วไม่คืน! เช็กเงื่อนไขทางกฎหมาย "แจ้งความได้ไหม" หรือต้อง "ฟ้องร้อง" ถึงจะได้เงินคืน
แพะภูเขาปีนหน้าผาทำไม? ขอถามสักคำ… “มึงสิขึ้นไปหาพ่อมึงติ”
บัตรทองทำให้คนรักสุขภาพน้อยลงจริงหรอ? เลิกมโน! แล้วให้สถิติหลัง 20 กว่าปีของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นตัวตัดสิน
Co-payment กับบัตรทอง: การพัฒนาระบบสุขภาพ หรือการเดินถอยหลัง?
กรุงเทพฯ กับ พัทยา เขตปกครองพิเศษ พิเศษแบบไหน? ไข่กี่ฟอง?

