หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ซอมบี้แค่หนึ่งตัว ทำไมถึงมีโอกาสลากทั้งโลกให้พังลงได้

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ลองตั้งโจทย์ง่าย ๆ ที่ฟังเหมือนฉากเปิดของหนังสยองขวัญ มีซอมบี้เพียงหนึ่งตัวปรากฏขึ้นกลางเมือง มันกัดคนหนึ่งคน แล้วคนคนนั้นเปลี่ยนสภาพ กลายเป็นผู้แพร่เชื้อรายใหม่ ถ้ามองด้วยสามัญสำนึก เหตุการณ์น่าจะจบลงง่ายมาก เพราะเจ้าหน้าที่มีจำนวนมากกว่าซอมบี้อยู่มหาศาล แต่ทันทีที่เอาเรื่องนี้มาวางบนเส้นเวลา คำตอบกลับน่ากังวลขึ้น เพราะภัยไม่ได้อยู่ที่ซอมบี้ตัวแรกเพียงตัวเดียว แต่อยู่ที่จำนวนตัวใหม่ซึ่งเพิ่มขึ้นจากมัน

หัวใจสำคัญคือการเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณ สมมติว่าซอมบี้หนึ่งตัวทำให้เกิดซอมบี้ใหม่ได้สองตัวในหนึ่งรอบ จำนวนจะเดินจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 8 แล้วกลายเป็น 16, 32 และ 64 อย่างรวดเร็ว ผ่านไปสิบรอบจะมี 1,024 ตัว ผ่านไปยี่สิบรอบจะเกินหนึ่งล้านตัว ส่วนสามสิบรอบจะทะลุหนึ่งพันล้านตัว ตัวเลขนี้เป็นเพียงแบบจำลอง ไม่ใช่คำทำนาย เพราะโลกจริงไม่มีพื้นที่ว่างและเหยื่อให้โจมตีไม่จำกัด แต่คณิตศาสตร์กำลังชี้ให้เห็นว่า จุดเริ่มต้นเล็กมากอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หากการแพร่ต่อหนึ่งรอบยังมากกว่าหนึ่ง

คำว่า หนึ่งรอบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงหนึ่งวัน อาจเป็นเวลาหลายชั่วโมง หรือสั้นกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความเร็วของการติดเชื้อและระยะเวลาที่ผู้ติดเชื้อเปลี่ยนสภาพ ถ้าคนที่ถูกกัดยังเดินทางไปทำงาน ขึ้นรถโดยสาร เข้าห้าง หรือกลับบ้านก่อนแสดงอาการ การแพร่เชื้อก็จะไม่ได้เกิดขึ้นแค่จุดเดียว แต่แตกออกเป็นหลายสายพร้อมกัน เมืองจึงไม่ได้กำลังรับมือกับซอมบี้หนึ่งตัวอีกต่อไป หากกำลังรับมือกับเหตุการณ์จำนวนมากที่เริ่มต้นจากคนละพื้นที่และเชื่อมต่อกันด้วยการเดินทางของมนุษย์

ในทางระบาดวิทยา มีแนวคิดที่เรียกว่าค่าอาร์ศูนย์ ใช้บอกว่า ผู้ติดเชื้อหนึ่งคนสามารถทำให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้กี่คนโดยเฉลี่ย ในช่วงที่คนส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันและยังไม่มีมาตรการควบคุม หากค่านี้ต่ำกว่าหนึ่ง การระบาดมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง แต่ถ้าสูงกว่าหนึ่ง จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง นักวิจัยเคยนำแนวคิดนี้ไปสร้างแบบจำลองการระบาดของซอมบี้เพื่อทดลองดูว่า การกัด การเปลี่ยนสภาพ การกำจัดผู้ติดเชื้อ และการรักษาคนที่ยังไม่ติดเชื้อ ส่งผลต่อเส้นทางของเหตุการณ์อย่างไร แบบจำลองดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่าซอมบี้มีอยู่จริง เพียงใช้เรื่องสมมติมาอธิบายกลไกของการแพร่ระบาดให้เห็นภาพ

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนจากน่ากลัวเป็นควบคุมยาก มีอยู่สามเงื่อนไข เงื่อนไขแรกคือ คนถูกกัดแล้วเปลี่ยนสภาพเร็ว ทำให้มีเวลาหยุดเหตุการณ์น้อย เงื่อนไขที่สองคือ ผู้ติดเชื้อยังดูเหมือนคนปกติในช่วงแรก จึงสามารถเดินทางและพบผู้คนได้ก่อนถูกตรวจพบ ส่วนเงื่อนไขที่สามคือ ซอมบี้หนึ่งตัวสามารถโจมตีคนได้หลายคน โดยไม่หยุดจากความเหนื่อยล้าหรือการบาดเจ็บ หากทั้งสามอย่างเกิดพร้อมกัน การระบาดจะเดินหน้าเร็วกว่าการตอบสนองของสังคมมาก

ถึงจะมีตัวเลขทวีคูณ แต่การเพิ่มจำนวนแบบนี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปตลอดกาล โลกจริงมีข้อจำกัดเต็มไปหมด เหยื่อบางคนหนีรอด บางพื้นที่มีประตูและกำแพงกั้น การโจมตีบางครั้งไม่สำเร็จ ซอมบี้อาจถูกพบก่อนแพร่ต่อ และเมื่อจำนวนผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อลดลง โอกาสในการพบเหยื่อรายใหม่ก็ลดลงตาม การเติบโตจึงอาจชะลอตัวจนถึงจุดอิ่มตัว แล้วค่อย ๆ ลดลง แบบจำลองที่ดีต้องใส่ปัจจัยเหล่านี้ลงไป ไม่เช่นนั้นตัวเลขจะดูน่ากลัวเกินความเป็นจริง

ที่น่าคิดกว่าการติดเชื้อครบทั้งโลก คือสังคมอาจเริ่มรวนก่อนถึงจุดนั้น เมืองสมัยใหม่พึ่งพาคนจำนวนมากในการดูแลโรงพยาบาล ขนส่งอาหาร ผลิตไฟฟ้า จัดการน้ำประปา และรักษาความปลอดภัย หากคนกลุ่มหนึ่งหยุดงานเพราะเจ็บป่วยหรือหวาดกลัว ระบบที่ดูเหมือนแข็งแรงอาจเริ่มสะดุดเป็นทอด ๆ ต่อให้ซอมบี้มีจำนวนไม่มาก การจราจรที่ติดขัด ข่าวลือที่แพร่เร็ว ผู้คนแห่กักตุนของ และห้องฉุกเฉินที่เต็มเกินกำลัง ก็สามารถทำให้วิกฤตขยายตัวได้ นี่เป็นเหตุผลที่คำว่าโลกล่มสลายในเรื่องซอมบี้ อาจหมายถึงการทำงานของสังคมหยุดลง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงมนุษย์ทุกคนถูกเปลี่ยนสภาพ

ดังนั้น ซอมบี้หนึ่งตัวจะล้างโลกได้จริงหรือไม่ คำตอบคือขึ้นอยู่กับกติกาของโลกสมมติ ถ้าการติดเชื้อเกิดช้า มองเห็นง่าย และเจ้าหน้าที่แยกผู้ติดเชื้อได้ทัน เหตุการณ์อาจหยุดตั้งแต่ระยะแรก แต่ถ้ามีช่วงซ่อนอาการ ผู้ติดเชื้อเดินทางได้ไกล และแต่ละรายทำให้เกิดรายใหม่มากกว่าหนึ่งคน การควบคุมจะยากขึ้นอย่างรวดเร็ว บทเรียนที่ซ่อนอยู่จึงไม่ได้เกี่ยวกับซอมบี้เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับโรคระบาดทุกชนิดด้วย ยิ่งตรวจพบเร็ว สื่อสารข้อมูลตรงกัน ลดการสัมผัสเสี่ยง และเตรียมระบบพื้นฐานไว้ล่วงหน้า โอกาสที่เหตุการณ์เล็ก ๆ จะลุกลามจนควบคุมไม่อยู่ก็ยิ่งลดลง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยพายุแดงบนดาวพฤหัสบดีกำลังหายไปจริงหรือ เรื่องที่นักดาราศาสตร์กำลังเฝ้าดูประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันพระปรางค์วัดอรุณสะท้อนภูมิปัญญาช่างสยาม4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดถูกหวย 28 ล้าน แต่ไม่บอกเมีย-พ่อแม่ หนุ่มจีนเลือกไปรับเงินคนเดียวสนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลยอันซีนเมืองน่าน! "วัดน้อย" วัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทยเปิดที่มา “โหนกระแส” รายการข่าวที่เปลี่ยนเรื่องร้องทุกข์ให้กลายเป็นประเด็นที่คนทั้งประเทศจับตา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
พายุแดงบนดาวพฤหัสบดีกำลังหายไปจริงหรือ เรื่องที่นักดาราศาสตร์กำลังเฝ้าดูเปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้าจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาอันซีนเมืองน่าน! "วัดน้อย" วัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
“OK” ย่อมาจากอะไร? คำสั้น ๆ ที่คนทั่วโลกใช้กันจนติดปากนักบินอวกาศได้กลิ่นไหม้จากชุดหลังกลับเข้ามาในสถานีไขที่มา “นามสกุล” ทำไมมนุษย์จึงเริ่มใช้นามสกุล และแต่ละประเทศมีที่มาแตกต่างกันอย่างไรรู้ไว้ก่อนสาย! 5 สัตว์พิษร้ายซ่อนตัวในบ้าน ที่คุณอาจนอนทับมันอยู่ทุกคืนโดยไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่