ภาวะโคตาร์ดทำให้คนเชื่อว่าตัวเองไม่มีอยู่ได้อย่างไร
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
คนคนหนึ่งมองหน้าตัวเองในกระจก รู้ว่ากำลังพูดและขยับตัวได้ แต่ยืนยันว่าตนตายไปแล้ว ไม่มีเลือด ไม่มีอวัยวะ หรือร่างกายกำลังเน่าอยู่จากข้างใน ความเชื่อนี้ไม่ใช่การเล่นบทบาทหรือเรื่องลึกลับ แต่เป็นอาการหลงผิดรุนแรงที่พบได้ในภาวะโคตาร์ด หรือ Cotard’s syndrome
แก่นของภาวะนี้คือ “ความหลงผิดแบบปฏิเสธการมีอยู่” ผู้ป่วยอาจปฏิเสธการมีอยู่ของตนเอง บางส่วนของร่างกาย หรือโลกภายนอก จนเชื่อสนิทใจว่าตัวเองตายแล้ว ทั้งที่การตรวจร่างกายอาจไม่พบสิ่งผิดปกติที่อธิบายความเชื่อนั้นได้
ไม่ได้มีหลักฐานว่าเป็นเพราะสมองส่วนเดียวถูกตัดขาด
คำอธิบายว่า “สมองส่วนรับรู้ตัวตนตัดขาดจากความรู้สึก” ช่วยให้เห็นภาพ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์ ภาวะโคตาร์ดเป็นกลุ่มอาการทางจิตเวชและประสาทวิทยาที่พบได้น้อย งานทบทวนเสนอว่าอาจเกี่ยวข้องกับการรับรู้ความรู้สึกจากร่างกาย การตอบสนองทางอารมณ์ และการตีความประสบการณ์ที่ผิดเพี้ยนร่วมกัน
จึงพบร่วมกับภาวะซึมเศร้ารุนแรงที่มีอาการหลงผิด โรคจิตเภท หรือโรคทางระบบประสาทบางชนิดได้ ไม่ควรเหมารวมว่าคนที่พูดว่า “ฉันตายแล้ว” เป็นโรคเดียวกันทุกคน แพทย์ต้องประเมินทั้งอาการทางกาย ยา สารเสพติด ภาวะสับสนเฉียบพลัน และความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง
ความเชื่อเรื่องความตายอาจพาไปสู่การอดอาหารจริง
อันตรายไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำประหลาดเพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยบางรายปฏิเสธน้ำ อาหาร ยา หรือการดูแลตนเอง เพราะเชื่อว่า “คนตายไม่จำเป็นต้องกิน” รายงานผู้ป่วยปี 2025 บันทึกกรณีหญิงวัย 54 ปีที่เชื่อว่าเลือดในร่างกายหมดและร่างกายกำลังเสื่อมจากภายใน เธอปฏิเสธอาหารจนต้องให้น้ำเกลือและแก้ไขเกลือแร่ในโรงพยาบาล
การทบทวนประวัติผู้ป่วย 100 รายพบอาการซึมเศร้า 89% ความวิตกกังวล 65% และความรู้สึกผิด 63% ส่วนความหลงผิดที่เกี่ยวกับร่างกายพบ 86% ขณะที่การปฏิเสธการมีอยู่ของตนเองพบ 69% ตัวเลขนี้มาจากชุดรายงานผู้ป่วยในอดีต จึงบอกลักษณะที่พบร่วมกันได้ แต่ใช้คำนวณความชุกของคนทั่วไปไม่ได้
“เป็นศพเดินได้” เป็นชื่อเรียก ไม่ใช่ภาพจริงของผู้ป่วย
ชื่อภาษาอังกฤษ walking corpse syndrome ทำให้คนจินตนาการถึงเรื่องสยองขวัญ ทั้งที่ประสบการณ์ของผู้ป่วยมักเต็มไปด้วยความกลัว ความสิ้นหวัง และความทุกข์ใจ บางคนเชื่อว่าตนเป็นอมตะและถูกลงโทษไปตลอดกาล บางคนเชื่อว่าไม่มีสมอง กระเพาะ หรือตับ ความเชื่อแต่ละแบบอาจต่างกันมาก
มีรายงานว่าผู้ป่วยชายคนหนึ่งหยุดกินเพราะเชื่อว่าอาหารเน่าเหมือนร่างกายของตน และบอกว่าตับเน่า สมองเป็นอัมพาต ใบหน้าไม่มีเลือด หลังได้รับการรักษาทางจิตเวช อาการหลงผิดลดลงภายในสองสัปดาห์ กรณีเช่นนี้ย้ำว่าเนื้อหาของความเชื่ออาจดูเหนือจริง แต่ความเสี่ยงทางสุขภาพเป็นเรื่องจริง
รักษาได้ แต่ต้องดูแลเร่งด่วนเมื่อมีความเสี่ยง
แนวทางรักษาขึ้นกับโรคหรืออาการที่พบร่วมกัน แพทย์อาจใช้ยาต้านโรคจิต ยาต้านซึมเศร้า ยาควบคุมอารมณ์ หรือการรักษาด้วยไฟฟ้า ECT ในบางกรณีที่เหมาะสม หลักฐานส่วนใหญ่เป็นรายงานผู้ป่วยและงานทบทวน เพราะภาวะนี้พบไม่บ่อย
หากคนใกล้ตัวพูดว่าตัวเองตายแล้ว ไม่มีอวัยวะ หยุดกินหยุดดื่ม ปฏิเสธยาจำเป็น หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง ควรพาไปห้องฉุกเฉินหรือพบจิตแพทย์ทันที การโต้เถียงเพื่อพิสูจน์ว่าเขายังมีชีวิตมักไม่ช่วยในช่วงวิกฤต สิ่งจำเป็นกว่าคือทำให้ปลอดภัยและเข้าถึงการประเมินรักษา
ภาวะโคตาร์ดจึงไม่ใช่ “โรคศพเดินได้” ตามภาพเล่าในสื่อ แต่เป็นอาการหลงผิดรุนแรงที่ทำให้ผู้ป่วยรับรู้การมีอยู่ของตนเองผิดไปอย่างลึกซึ้ง และอาจนำไปสู่การละเลยชีวิตจริงได้หากไม่ได้รับความช่วยเหลือ
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
ปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจ
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
สรุปข้อดี-ข้อเสีย การทำสัญญาจ้างงานแบบ Freelance
คุณนุชออกโรงชี้แจง ปมมีภาพถ่ายร่วมสัมภาษณ์ “หนุ่ม กรรชัย” ยอมรับผิด พร้อมขอโทษทุกฝ่าย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
5 ต้นไม้มงคลยอดฮิต เสริมโชคและแต่งบ้านได้
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ค่าครองชีพไทยสูงแค่ไหน? เปิด 7 ค่าใช้จ่ายที่กำลังกดดันครอบครัว
เว็บไซต์ไทยที่โด่งดังที่สุด มียอดผู้ใช้งานต่อวันมากเป็นอันดับ 1






