รีวิวหนังสือ The Red Book of MANIFEST วาจาประกาศิต
MANIFEST หรือจิตลิขิต/จิตดลบันดาล เป็นหลักการตั้งเป้าหมายที่เราปรารถนาให้สามารถเกิดขึ้นจริง โดยรู้สึกเชื่อว่ามันเกิดขึ้นแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนั่งรู้สึกเชื่ออยู่เฉยๆในบ้านแล้วทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้เอง สำหรับครีเอเตอร์ต้องการให้ MANIFEST ช่วยปกป้องไม่ให้เราคิดลบ เพราะโดยปกติของชีวิตเราจะรู้สึกเสียเปรียบในการแข่งขันกับคนอื่นอยู่เสมอ เล่มนี้จึงมาให้คำตอบในการสร้างพลังบวก เสริมคุณค่าในตัวเองที่มีอยู่แล้ว และช่วยให้เรารู้จักสร้างสิ่งที่ต้องการโดยมีหลัก MANIFEST เป็นตัวนำ
ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์
1.ศิลปะการใช้วาจาประกาศิตไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่คือการเข้าใจการทำงานของสมอง แล้วใช้คำพูดหลอกสมองอย่างมีกลยุทธ์ต่างหาก
2.หลายๆ คนเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบผู้ถูกกระทํา ยิ่งได้รับความเจ็บปวดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยึดติดกับเรื่องราวนั้นมากขึ้น จนบางครั้งเผลอสร้างตัวตนขึ้นมาจากบาดแผลของตัวเองและเมื่อบาดแผลกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน เราอาจคุ้นชินกับบทบาทของผู้ถูกกระทำ จนยากที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทําไม แม้จะพยายามท่องวาจา ประกาศิตเพื่อดึงดูดความมั่งคั่ง หรือเขียนบันทึกเพื่อร้องขอคู่ชีวิตที่ลงตัว หลายคนก็ยังพาตัวเองกลับไปยังวงจรแห่งความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
3.หลายครั้งเรากลัวความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะเราไม่ต้องการมัน แต่เป็นเพราะจิตใต้สำนึกยังไม่คุ้นเคยกับประสบการณ์นี้ ลองพาตัวเองสัมผัสความสำเร็จทีละเล็กทีละน้อยเพื่อสร้างความคุ้นชิน เช่น ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ เปิดรับโอกาสเล็กๆเข้ามาในชีวิต ไม่นานสมองจะเรียนรู้ว่าชีวิตที่ดีกว่าเดิมไม่ใช่ภันคุกคาม แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่กำลังขยายออกไปต่างหาก
4.การโกรธเคืองใครสักคนก็เหมือนคุณกําลังผูกเชือกที่มองไม่เห็นมัดตัวเองไว้กับอีกฝ่าย ยิ่งเกลียดเขามากเท่าไหร่ เชือกเส้นนั้นยิ่งรัดแน่น ชีวิตคุณก็ยิ่งมีแต่พลังงานลบ วิธีตัดเชือกเส้นนี้มีเพียงวิธีเดียว นั่นคือ “การให้อภัย”
5.หลายคนเข้าใจผิดว่าการให้อภัยคือการบอกตัวเองว่า“สิ่งที่เขาทํานั้นไม่ผิด” หรือ “ฉันยอมให้เขากลับมาทำร้ายฉันอีก” แต่ความจริงแล้วไม่ใช่...การให้อภัยคือการตัดเชือกที่พันธนาการคุณไว้กับอีกฝ่าย เพื่อปลดปล่อยตัวคุณเองให้เป็นอิสระ
6.อุปสรรคสําคัญอีกอย่างที่ทําให้หลายคนใช้วาจา ประกาศิตไม่เห็นผลคือ การเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกติดกับคนอื่นหรือเงื่อนไขบางอย่าง“ฉันจะรู้สึกมีค่าก็ต่อเมื่อลดน้ำหนักได้” “ฉันจะคู่ควรกับความรักก็ต่อเมื่อรวยกว่านี้” การตั้งเงื่อนไขแบบนี้คือการบอกจักรวาลทางอ้อมว่า“ตอนนี้ฉันยังไม่มีค่ามากพอ”
7.การเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-worth) คือการตระหนักว่าตัวเองมีคุณค่าโดยไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น ตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลก เราทุกคนต่างมีคุณค่า ในตัวเอง มีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะมีความสุข มีความมั่งคั่งและมีความรักที่ดี
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยเห็นคุณค่าในตัวเอง เทคนิคที่อยากแนะนําาคือการ “ฝึกรับค่าชม เมื่อมีคนชมว่า “วันนี้แต่งตัวสวยจัง”..อย่าปฏิเสธแบบถ่อมตัวว่า “ไม่เลยค่ะ รู้สึกว่าตัวเองโทรมมากเลย”เพราะนั่นคือการลดทอนคุณค่าของตัวเอง และปิดกั้นพลังงานดีๆ ที่กําลังเข้ามา...ลองเปลี่ยนเป็นยิ้มรับคําชมว่า “ขอบคุณค่ะ วันนี้ ฉันตั้งใจแต่งตัวมาก ดีใจที่ชอบนะคะ”ยิ่งเห็นคุณค่าในตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเปิดใจรับโอกาส ความสุข และความมั่งคั่งที่เข้ามาในชีวิตได้มากขึ้น
8.คุณไม่จําเป็นต้องพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่าพอถึงจะได้รับ สิ่งดีๆ เพราะคุณค่าไม่ใช่รางวัลที่ต้องไขว่คว้า แต่เป็นสิ่งที่คุณมีติดตัวมาอยู่แล้วตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลก
9.หลุมพรางที่ลึกที่สุดของการใช้วาจาประกาศิตคือ การ พยายามเปลี่ยนแปลงคนอื่น ประโยคอย่าง “ขอให้เขาเลิกเจ้าชู้” หรือ “ขอให้เจ้านายเมตตา” นั้นผิดกฎธรรมชาติอย่างร้ายแรง เพราะมัน มุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่เราไม่อาจควบคุมได้ ซึ่งต่อให้พยายาม แค่ไหน เราก็ไม่สามารถไปแทรกแซงตัวตนของใครได้ วาจาประกาศิตที่ทรงพลังที่สุดต้องมี “ฉัน” เป็นประธานของประโยคเสมอ
10.ถ้าคุณกําลังทําจิตลิขิตเรื่องเงิน อย่าพูดแค่ว่า “ฉันมี เงินใช้เดือนละ 1 ล้านบาท”แต่จงเติมชีวิตและใส่ความรู้สึกให้ประโยคนั้น เช่น “ฉันมีเงินใช้เดือนละ 1 ล้านบาท ทุกครั้งที่เปิดดูยอดเงินในบัญชี ฉันรู้สึกเบาสบาย อุ่นใจ และเป็นอิสระ เพราะฉันรู้ว่าฉันสามารถใช้เงินนั้นดูแลตัวเองและคนที่รักได้เป็นอย่างดี”ยิ่งเติมรายละเอียดซึ่งทําให้เกิดความรู้สึกได้สมจริงมากเท่าไหร่ สมองจะยิ่งเชื่อว่านั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จากนั้นมันก็จะสั่งให้ร่างกายและพลังงานรอบตัวปรับจูนเข้าหาสิ่งที่คุณพูด
11.ถ้าอยากใช้วาจาประกาศิตด้านความรักให้ได้ผล สิ่งที่ต้องทำคือการกลับมารักตัวเองและเห็นคุณค่าในตัวเองก่อน
12.ข้อมูลทางจิตวิทยาและพลังงานศาสตร์ยืนยันตรงกัน ว่า การรักตัวเองคือคลื่นความถี่ที่สูงที่สุดในจักรวาล การรักตัวเองไม่ใช่การหลงตัวเองหรือการเห็นแก่ตัว แต่คือการเคารพร่างกาย จิตใจ และวิญญาณของตัวเอง มันคือการรู้ว่าเราสมบูรณ์แบบในตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ใครมาเติมเต็ม
เมื่อคุณปล่อยคลื่นความถี่แห่งการรักตัวเอง มันจะเป็น แม่เหล็กที่ดึงดูดเฉพาะคนที่มีคลื่นความถี่เดียวกันเข้ามา แทนที่จะเขียนประโยคที่ส่งพลังงานออกไปหาคนอื่น เช่น “ฉันเจอผู้ชายที่รักฉันจริง” หรือ “ขอให้มีคนดีๆ เข้ามา ในชีวิต” ลองเปลี่ยนจุดโฟกัสกลับมาที่ตัวเอง แล้วใช้วาจาประกาศิตที่เริ่มต้นจากการรักตัวเอง เช่น“ฉันเห็นคุณค่าในตัวเอง และเปิดใจรับความรักที่ดีเข้ามาในชีวิต”
13.“ห้ามใช้คําว่า “จะ” เด็ดขาด”..เพราะเมื่อคุณเอ่ยคําปรารถนาที่มีคําว่า “จะ" จิตใต้สํานึกจะตีความว่ามันเป็นเรื่องของอนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ผลลัพธ์คือ คุณจะอยู่ในช่วงเวลาแห่งการรอคอย ตลอดเวลา ความสําเร็จเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ไม่ว่าจะวิ่งไล่ตามเท่าไหร่ก็คว้าไม่ถึงสักที
14.จักรวาลไม่รู้จักคำปฏิเสธอย่างคำว่า "ไม่, อย่า, ห้าม" หลายครั้งเราเอ่ยถึงสิ่งที่ปรารถนาด้วยรูปประโยค ปฏิเสธ เช่น “ฉันไม่อยากเป็นหนี้” “ฉันไม่อยากอ้วน” “ขอ อย่าให้เจอคนโกหก” หรือ “ฉันไม่อยากป่วย”แม้จะเป็นคําพูดที่เกิดจากความปรารถนาดีต่อตัวเอง แต่ในทางจิตวิทยา สมองจะยังคงสร้างภาพของสิ่งที่คุณกําลังเอ่ยถึง ส่วนในมุมของจิตลิขิต คุณก็กําลังมอบพลังงานและความสนใจให้กับสิ่งนั้นโดยไม่รู้ตัว
15.แทนที่จะพูดว่า “ฉันไม่อยากเจอคนเจ้าชู้” ให้ เปลี่ยนเป็น “ฉันดึงดูดความรักที่ซื่อสัตย์และจริงใจ” แทนที่จะพูดว่า “ฉันไม่อยากให้งานมีปัญหา” ให้เปลี่ยนเป็น “งานของฉันราบรื่นและประสบความสําเร็จ อย่างงดงาม”
สำหรับครีเอเตอร์แล้ว หลักการ MANIFEST ทำให้เราไม่ละทิ้งความฝันของตัวเองและซื่อสัตย์ต่อความปรารถนาของตัวเอง โดยไม่ดูถูกตัวเองหรือเกลียดตัวเองมากเกินไป บางครั้งเราอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง แล้วอยู่กับสิ่งที่คนอื่นตัดสิน อยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า จนลืมไปว่าเราอาจจะเปลี่ยนผลลัพธ์อันน่าผิดหวังให้ต่างไปจากเดิมได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน สุขภาพ หรือคนรัก ถ้าเราใช้หลัก MANIFEST ช่วย บวกกับลงมือทำอย่างสุดความสามารถก็ย่อมเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราค้นพบสิ่งที่เราปรารถนามาตลอดก็เป็นได้
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ประวัติและที่มาของ “ขนมครก” ขนมไทยโบราณที่อยู่คู่คนไทยมาหลายร้อยปี
เก๋งขาวไล่ยิงกระบะผัวเมียเจ็บหนีขึ้นโรงพัก ถูกจับแล้ว1 พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ ส่วนอีก 1 ผู้การฯเมืองคอน สั่งไล่ล่า
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
ปูแดงเกาะคริสต์มาส การอพยพครั้งยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนทั้งเกาะให้กลายเป็นทะเลสีแดง
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
เปิดแนวทางหวย “อโนทัย” งวด 16 ต.ค. 69 จับตาเลขเด่น 3-7 เหนือ-ใต้ เลขไหนถูกพูดถึงบ้าง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รายได้ตำรวจไทยตั้งด่านได้กี่บาทต่อปี?
มนุษย์ตายจากโรค HIV ปีละเท่าไหร่? ตัวเลขล่าสุดจากทั่วโลกและไทย
ดุ่ย ภรัญฯ เปิดชุดเลข 16 ต.ค. 69 ทำไม 22 โผล่ซ้ำ? ส่อง 189-922-160 มีอะไรให้จับตา
อำเภอที่มีชื่อยาวที่สุด เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย







