เหตุการณ์ หลังแอน โบลิน ถูกตัดศรีษะ และ การสืบทอดบังลังก์ตอนมา

แอน โบลิน ถูกตัดศรีษะในปี
ค.ศ. 1536 ในขณะที่เจ้าหญิงเอลิซาเบทอายุได้ไม่ถึงสามขวบ
และเฮนรี่ก็สมรสใหม่กับแม่นางเจน ซีมัวร์เกือบจะทันที ในปีเดียวกัน เจน
ซีมัวร์ ก็ไม่ทำให้เฮนรีผิดหวัง เพราะเธอให้กำเนิดลูกชาย
เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด แก่เฮนรี่ สมดังใจหวัง (สายพันธ์ของเธอดีจริงๆ)
แต่ตัวเธอเองก็เสียชีวิตสิบสามวันต่อมาหลังคลอด คราวนี้
ว่ากันว่าเฮนรี่เสียใจมาก เพราะแม่นางเจนนั้นตามคำซุบซิบกันในวัง
เป็นคนอ่อนหวาน นุ่มนิ่ม สมเป็นกุลสตรี แม้จะไม่ค่อยจะรูปงามสักเท่าไร
แม้เฮนรี่จะมีราชินีถึงหกพระองค์ มีแม่นางเจนเพียงคนเดียวที่เฮนรี่ได้ให้วาดภาพ
คู่กันกับพระองค์ ดังราวจะเป็นการยืนยันว่า สำหรับพระองค์แล้ว
เจน ซีมัวร์ คือราชินีในดวงใจเพียงคนเดียว
ภาพของ เจน ซีมัวร์

สี่ปีต่อมา เฮนรี่ก็เข้าพิธีสมรสใหม่กับ แอน ออฟ คลีฟส์ เจ้าหญิงเยอรมัน ที่พ่อสื่อแม่ชักเป็นคนแนะนำ โดยเอาภาพวาดมาให้พระองค์คัดเลือก
แต่ทีนี้ คนวาดภาพก็วาดเกินความจริงไปหลายขุม ดูภาพยังไง จากมุมไหน แม่นางแอน ออฟ คลีฟส์ ก็สวยไปหมด แต่พอตัวจริงเดินลงจากเรือที่มาส่ง ว่าที่เจ้าสาวให้แก่ว่าที่เจ้าบ่าวแล้ว เฮนรี่เกือบเป็นลมล้มตึง เพราะแม่นางนั้น ไม่งามเอาเสียเลย ซึ่งจริงๆ แล้ว นับเป็นโชคอันดีของแอน ออฟ คลีฟส์ เพราะเฮนรี่ทนอยู่กับเธอไม่นาน ก็ทรงขอหย่าโดยสันติวิธี พร้อมกับให้ค่าเลี้ยงดู ค่าชดเชย คฤหาสน์หนึ่งหลังแถบชานเมือง ซึ่งเธอก็ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุข
ในปี ค.ศ. 1543 เฮนรี่ก็ตกหลุมรักกับ แคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด ซึ่งว่ากันว่าเป็นนางขับขานในราชสำนัก และเป็นสาวสวยมาก สวยที่สุดในบรรดาราชินีทั้งหลาย และสามารถให้ความสุข ไร้ความเครียดแก่เฮนรี่ได้ เฮนรี่หลุมหลงในตัวแคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด มากๆ แต่เพียงสิบหกเดือนในหลัง แคทเธอรีนก็คบชู้ โดยไม่เกรงกลัวเฮนรี่ (คนนี้คบชู้จริงๆ ) รักมากก็โกรธมาก เฮนรี่สั่งตัดหัวทันที
ในยามนี้ เฮนรี่เริ่มแก่ตัว และเพราะความกินดีอยู่ดีสมกับเป็นกษัตริย์ ทำให้พระองค์ทรงมีร่างกายอุดมสมบูรณ์ น้ำหนักตัวเกินไปหลายสิบกิโลกรัม โรคคนอ้วนก็รุมเร้าไม่หยุดหย่อน แต่เฮนรี่ก็ยังหาราชินีใหม่ได้คือ แคทเธอรีน พารร์ ได้ความมาว่า แม่นางคนนี้เป็นนางในวังและมีคนรัก เป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องมาสมรสกับเฮนรี่ นางก็ทำใจได้ และปรนนิบัติเฮนรี่ในยามเจ็บไข้ จนเฮนรี่สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1547 หลังจากนั้นแล้ว แคทเธอรีน พารร์ ได้สมรสใหม่ กับคู่รักเดิมของเธอ
งานที่โดดเด่นที่สุดของพระเจ้าเฮนรี่ที่แปดนั้น คงได้แก่งานปฏิรูปศาสนา และเพราะการเปลี่ยนแปลงนิกายศาสนาประจำชาตินี่เอง ผลพวงที่ตามมานั้น ไม่เพียงแก่เกิดในอังกฤษ แต่ยังเป็นเหตุผลให้ประเทศอื่นเข้าโจมตีหาเรื่อง กับอังกฤษในเวลาต่อมา และชาวคริสตังก็เข้าโรมรันกับชาวคริสเตียน ในประเทศเดียวกันบ้าง ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังอีกประเทศบ้างแล้วแต่โอกาส
ราชวงศ์ทิวดอร์ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่หก
กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่หก (1537-53) ขึ้นครองราชย์ต่อจากเฮนรี่ที่แปด พระราชบิดาในปี 1547 เป็นลูกที่เกิดกับ แม่นางเจน ซีมัวร์ แม้จะขาดแม่แต่อ้อนแต่ออด เอ็ดเวิร์ดได้รับการเลี้ยงดู ได้รับการศึกษามาอย่างดี ได้รับยีน (gene ไม่ใช่ jean) ทางสติปัญญามาจากพระราชบิดาด้วย ฉลาดมาก แต่ต้องขึ้นครองราชย์เมื่ออายุสิบขวบ จึงมีผู้สำเร็จราชการอันได้แก่ ลุงแท้ๆ ของตัวเอง เอ็ดเวิร์ด ซีมัวร์ ดุ๊กแห่งซอมเมอร์เซ็ท ซึ่งได้กลายมาเป็นผู้ที่ปกครองอังกฤษที่แท้จริง อยู่เบื้องหลังของยุวกษัตริย์เอ็ดเวิร์ด แต่ได้ถูกพวกขุนนางร่วมด้วยช่วยกันขับออก จากอำนาจและประหารชีวิตในเวลาต่อมา ในขณะที่ ดุ๊กแห่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์ได้เข้ามา มีอำนาจในคณะรัฐบาล นิกายคริสเตียนได้รับการรับรองให้เป็นศาสนาประจำชาติ และได้มีการจัดเตรียมบทสวดมนต์สำหรับใช้ทั่วไป Book of Common Prayer ของนิกายตัวเอง ให้ผิดแปลกไปจากของนิกายคาทอลิก
ในตอนปลายสมัยของเอ็ดเวิร์ด ได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับผู้สืบทอดราชสมบัติ เพราะในความเป็นจริงเมื่อเอ็ดเวิร์ดไม่มีทายาท บัลลังค์แห่งอังกฤษควรผ่านไปให้แมรี่ ทิวดอร์ ซึ่งเป็นพี่สาวคนละแม่ แต่เนื่องจากแมรี่เป็นคาทอลิกไม่เป็นที่นิยม ภายใต้การชี้นำของ ดุ๊กแห่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์
เลดี้เจน เกรย์
เอ็ดเวิร์ดจึงได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่เลดี้ เจน เกรย์ ซึ่งเป็นคริสเตียน เลดี้ เจน เกรย์ เป็นหลานของแมรี่ น้องสาวของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่แปด (ซึ่งได้แต่งงานครั้งแรก กับพระเจ้าหลุยส์ที่สิบสองแห่งฝรั่งเศส และเมื่อตกพุ่มม่ายในปี 1515 ก็กลับมาแต่งงานครั้งที่สอง กับดุ๊กแห่งซัฟฟอล์ก) และเป็นลูกสะใภ้ของดุ๊กแห่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์ แม้เจน เกรย์ จะไม่เต็มใจและไม่อยากจะขึ้นนั่งบัลลังค์ แต่ก็ขัดพ่อสามีไม่ได้ พอเอ็ดเวิร์ดสิ้นพระชนม์ในปี 1553 เมื่ออายุเพียง 16 ปี (เดากันว่าสาเหตุจากวัณโรค) เจน เกร์ย ก็ถูกประกาศให้สืบราชสมบัติต่อ และทำพิธีขึ้นครองราชย์ เป็นผลให้แมรี่ ทิวดอร์เกิดอาการกริ้วมาก เตรียมการต่อสู้เพื่อยึดบัลลังค์คืน เพราะเห็นว่าดุ๊กแห่งนอร์ธันเบอร์แลนด์นั้น ไม่เป็นที่ชื่นชอบสักเท่าไรในหมู่ประชาชน และคณะรัฐบาล แต่ดุ๊กแห่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์อาจจะไม่สนใจ จึงมองไม่เห็นความจริงในข้อนี้ และได้ยกทหารขึ้นไปทางเหนือ เพื่อปราบแมรี่ ผลปรากฎว่า ทหารก็พากันหนีและหันไปสวามิภักดิกับแมรี่ ทิวดอร์ พอยกพลไปได้ครึ่งทาง ก็ได้ข่าวว่า กระทั่งคณะรัฐบาลก็ยังหันไปหาแมรี่ ว่าแล้วดุ๊กแห่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์ก็หมดวาสนา แมรี่ ทิวดอร์ จึงกลายเป็น Queen Mary I of England และ เลดี้ เจน เกรย์ ก็รับเคราะห์ไปเต็มๆ ถูกประหารชีวิตในเวลาต่อมา
แมรี่ ทิวดอร์ เกิดในลอนดอนและสิ้นพระชนม์ในลอนดอนเช่นกัน เป็นลูกสาวของราชินีองค์ที่หนึ่ง แคทเธอรีนแห่งอารากอน ว่ากันว่าตลอดเวลาเมื่อยังเยาว์ เธอถูกตราหน้าว่าเป็นลูกนอกกฎหมาย แถมยังถูกพ่อใจร้ายบังคับในลงนาม ในเอกสารยอมรับว่าการสมรสของแม่เธอนั้น ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และตัวเธอเองเป็นลูกนอกกฎหมาย แต่เฮนรี่คงคิดได้ในช่วงปลายของชีวิต เพราะยอมเพิ่มชื่อของแมรี่ ในการสืบทอดราชบัลลังค์ แม้จะขึ้นรัชกาลใหม่เป็นเอ็ดเวิร์ดที่ 6 แมรี่ก็ยังคงลำบากอยู่นั่นเอง และเมื่อน้องต่างแม่ สิ้นพระชนม์ เธอก็ต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงสิทธิในราชสมบัติกลับคืนมา
พระนางแมรี่ (1553-1558) เป็นผู้ที่มีบุคคลิกดี และเป็นคาทอลิกที่เคร่งครัด เมื่อขึ้นครองราชย์ แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เธอต้องทำก็คือ พยายามทำให้ศาสนาประจำชาติ ของอังกฤษกลับไปเป็นคาทอลิก และขึ้นกับกรุงโรมเหมือนเดิม
แมรี่เรียกประชุมสภาทันทีในปี 1553 เพื่อให้ผ่าน พรบ. ประกาศเลิกใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวกับศาสนา ที่ออกในสมัยเฮนรี่ที่แปดและเอ็ดเวิร์ดที่หกให้หมด ..... เป็นที่แน่นอนว่ารัฐสภาและประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคริสเตียนย่อมไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับ พรบ ใหม่นี้เช่นกัน
เพื่อหาเพื่อนร่วมทางเดียวกัน แมรี่ถูกจับคู่ให้แต่งงานกับเจ้าชายฟิลิปแห่งสเปน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง คราวนี้ประชาชนอังฤษก็ปั่นป่วนปวดหัวกันเป็นแถว เพราะกลัวกันว่า แมรี่จะนำอังกฤษไปขึ้นกับกรุงโรมอีกแน่ๆ แล้วไหนอังกฤษอาจจะกลายเป็น มณฑลหนึ่งของสเปนไปอีก และการค้าทางทะเลของอังกฤษ ก็ต้องตกอยู่ในการควบคุมของสเปน
ซึ่งสรุปแล้ว อังกฤษมีแต่เสียกับเสียเท่านั้น
ว่าแล้วก็มีการก่อม๊อบต่อต้านการแต่งงาน จนลามเป็นการจลาจลถึงสามครั้งสามครา แมรี่ลงนามประหารชีวิตชาวคริสเตียนเกือบสองร้อยคน การจลาจลครั้งที่สำคัญที่สุด คงจะเป็นครั้งที่นำโดย เซอร์โทมัส วัตต์ ในมณฑลเคนท์ เพื่อที่จะปลดแมรี่ และยกเอลิซาเบทขึ้นนั่งบัลลังค์แทน แต่ไม่สำเร็จ ทั้งๆ ที่เอลิซาเบทไม่ได้รู้เห็นเป็นใจอะไรด้วย แต่เธอก็ถูกนำไปกักขังที่ Tower of London เป็นเวลานาน
ก็จะแต่งซะอย่าง .. ช้างสิบเชือกก็ฉุดไม่อยู่ ว่าแล้วแมรี่ก็เรียกประชุมสภาอีก เพื่อสั่งให้ยกเลิก "Act of Supremacy" ที่ประกาศใช้ในสมัยของเฮนรี่ที่แปด แต่สภาก็ปฏิเสธเสียงแข็ง อีกทั้งสภายังไม่ยอมรับรองการแต่งงานของเธอ ครานี้ ถึงคราวอับจนคิดหาสันติวิธี แมรี่ประกาศยุบสภา และเลือกตั้งใหม่ ส.ส.หน้าใหม่เลือดใหม่ คิดใหม่ทำใหม่มีแต่พวกคาทอลิกทั้งนั้น แมรี่จึงค่อยยิ้มออกได้มีคู่เชยชมสมใจหมาย และได้ยกเลิก "Act of Supremacy" อีกด้วย แม้ว่า ส.ส.คิดใหม่ทำใหม่จะเป็นคาทอลิก แต่น่าจะมีเลือดรักชาติพอสมควร เพราะแมรี่ต้องให้คำรับประกันว่า จะไม่ยอมให้สันตะปาปามาอ้างสิทธิในผืนแผ่นดิน ของวัดในอังกฤษกลับคืนไปอีก
คราวนี้แมรี่ก็สามารถเปลี่ยนศาสนาประจำชาติมาเป็นคาทอลิกได้สำเร็จ
แต่กลายเป็นว่าเป็นการเริ่มต้นฆ่าล้างประชาชนของตนเอง ชาวอังกฤษที่นับถือต่างนิกาย ที่ต่อต้านถูกเผาย่างสดในข้อหา "heresy" คนนอกรีตไปเสียมากกว่า 300 คน ส่วนผู้ที่พยายามหนีมายังฝั่งยุโรป ก็จมน้ำตายเสียมาก เพราะอาจใจร้อนเกินไปเมื่อหาเรือนั่งไม่ได้ ก็ว่ายน้ำข้ามช่องแคบเสียนี่ ความกระหายที่จะเปลี่ยนศาสนาให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน จึงทำให้แมรี่ทำบาปมากกว่าทำบุญ ด้วยเหตุประการนี้ เธอจึงเป็นที่รู้จักกันในนามว่า Bloody Mary
ในปี 1556 เจ้าชายฟิลิป สามีของแมรี่ ก็ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์สเปนสืบต่อจากผู้เป็นพ่อ แต่กลับไปอยู่กับแมรี่ในอังกฤษ ฟิลิปคิดจะดังทางลัด จะทำอะไรอย่างอื่นก็ไม่ทำ แต่ชวนแมรี่ให้ไปช่วยสเปนรบกับฝรั่งเศส แน่นอนอยู่แล้วว่าชาวอังกฤษต่อต้านสงครามครั้งนี้ และเป็นไปดังคาด ทั้งสเปนและอังกฤษแพ้รบ ผืนแผ่นดิน Calais ซึ่งเป็นผืนสุดท้าย ที่อังกฤษถือครองอยู่ในยุโรป และครอบครองมากว่าสองร้อยปี มีอันต้องถูกฝรั่งเศสยึดไปได้ ชาวอังกฤษโกรธมาก แม้จะต่อต้านน้องสาวต่างมารดา เจ้าหญิงเอลิซาเบท อย่างมาก แต่ภายใต้ความกดดัน แมรี่ก็ถูกบังคับให้ยอมรับเอลิซาเบทเป็นทายาทของเธอในปี 1558 ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ไม่กี่วัน
แม้ว่าแมรี่จะได้รับสมญานามว่า Bloody Mary แต่หากมาคิดย้อนดูกันแล้ว จะเห็นว่าเธอนั้นน่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่ในวัยเด็ก เธอเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียว ของชาวคาทอลิกในอังกฤษ ไม่มีสิทธิที่จะคิดจะทำตามใจของตนเอง การแต่งงานของเธอก็เป็นแบบคลุมถุงชน เธอไม่มีสิทธิเลือกเองอีก และเมื่อขึ้นครองราชย์นั้น เธอมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนเพียงหยิบมือ ตลอดชีวิตของเธอ ต้องอยู่ใต้เงาของความหวาดระแวง และไม่เคยมีความสุขจริงๆสักครา หากเธอเป็นคนสามัญธรรมดา เธอจะมีความสุขกว่านี้ไหมหนอ...

5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
กัมพูชาประท้วงไทย พาสื่อดูรังสแกมเมอร์โอเสม็ด
5ข้อที่แมวชอบนอนเพราะอะไร
แคมเปญสุดแปลก! ป้ายนักแสดง Netflix พรึ่บโค้งฟาร์มโชคชัย ชาวบ้านโอดหลอนช่วงกลางคืน
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิม
เขมรเอาจริง! ผลักดันเมนู “หอยตากแดด” ขึ้นแท่นอาหารประจำชาติ ดันโรงแรม-ออฟฟิศชั้นนำต้องมีในเมนู
ศึกสายเลือดผู้นำ! ฮันเตอร์ ไบเดน ท้าดวลกำปั้นลูกชายทรัมป์ บนสังเวียนมวยกรง

