เรื่องจริงไม่อิงนิยาย เคาท์เตส แดร็กคิวลา ผุ้ฆ่าสาวพรหมจารีกว่า 600 ศพ
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย เคาท์เตส แดร็กคิวลา ผู้ฆ่าสาวพรหมจารีกว่า 600 ศพ !!!!
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย เคาท์เตส แดร็กคิวลา ผู้ฆ่าสาวพรหมจารีกว่า 600 ศพ !!!!
เรื่องจริงไม่อิงนิยายของเคาท์เตสสาว ผู้กระหายเลือดนี้ ได้ฆ่าสาวพรหมจารีกว่า 600 ศพ!! เป็นเรื่องจริงที่น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้ตำนานเคาท์แดร็กคิวลาผู้โด่งดัง ![]() ![]() ![]() เป็นอีกเรื่องที่ไปเจอมา น่ากลัว และสยดสยองพองขน และไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ (จริง จริง เคยอ่านมาตั้งนานแล้ว คราวนี้เจอรายละเอียดอย่างยิบ ) ที่นำมาโพสต์นี้ ตัดตอนวีรกรรมโหดของเคาท์เตส และฉากอันน่าสยดสยองออกไปเพียบเลย ลองอ่านกันดูคร้าา จะผ่านเซ็นเซอร์มั้ยเนี่ย ??? (โอย !! อ่านแล้วมึนหัวตึบ ) คิดว่าคงยังไม่มีใครเคยมาโพสต์ ในพลังจิต นะ ?? ถ้าซ้ำก้อขอภัยด้วยค่า เคาท์เตส เอลิซาเบธ บาโธรี่ (Erzsabet Bathory. 1560 - 1614) เป็นหญิงสาวที่มีความเชื่อในเรื่องชีวิตที่เป็นอมตะ และต้องการให้ร่างของตนเองดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงมีความคิดที่ว่า หากได้อาบเลือดของหญิงสาวบริสุทธิ์แล้ว จะทำให้ตนเองดูอ่อนเยาว์ได้ตลอดไป เธอจึงสั่งให้คนรับใช้ไปเอาร่างของหญิงสาวบริสุทธิ์ มากรีดเอาเลือดใส่อ่างด้วยเครื่อง ไอรอน เมเดน (Iron maiden) แล้วอาบต่างน้ำ โดยมีเหยื่อที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับเธอไปไม่น้อยกว่า 600 คน กว่าที่เธอจะถูกคนจับไปขังในคุกมืดจนตาย ได้รับสมญานามว่า The Blood Countess และ Countess Dracula ![]() ![]() ![]() เคาท์เตส อลิซาเบธ บาโธรี่ เกิดที่ฮังการี่ วันที่ ๗ สิงหาคม ๑๕๖๐ ตระกูลของเธอทั้งฝ่ายพ่อและแม่ล้วนเกี่ยวดองกับบรรดาแม่ทัพ ขุนพลแห่งทรานซิลวาเนีย โดยเฉพาะ สเตฟาน บาโธรี่ กษัตริย์แห่งโปแลนด์และดุ๊กแห่งทรานซิลเวเนีย ตระกูลบาโธรี่อันเป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงที่สืบสายมา จากตระกูลแฮบสเบิร์กอันเก่าแก่ของยุโรป ร่ำรวย มีอำนาจล้นหลาม เป็นที่ยำเกรงของประชาชนทั่วไป และปกครองแคว้นทรานซิลวาเนียมาหลายยุคสมัย เธอไม่ใช่เด็กหญิงที่สวยงาม ออกจะขี้เหร่ด้วยซ้ำแต่ด้วยความที่เป็นลูกผู้ดีมีตระกูล จนจักรพรรดิมาร์คมิชิเลียนที่ 2 เคยมาขอดูตัว ถึงแม้เอลิซาเบธจะมีชาติตระกูลสูงส่ง แต่เหมือนนรกจับส่งมาเกิด เพราะเธอกลับมีอาการบกพร่องทางจิตอย่างรุนแรง (ตระกูลเก่าแก่มักแต่งงานกันเองในหมู่ญาติเพื่อ รักษาทรัพย์สมบัติและอำนาจเอาไว้ ผู้สืบสายเลือดตระกูลนี้จำนวนมากมีอาการบกพร่องทางจิตอันเนื่องมาจาก ลักษณะทางพันธุกรรม เป็นต้นว่าโรคฮิสทีเรีย พฤติกรรมรักร่วมเพศ หรือแม้แต่การสืบทอดของสาวกลัทธิบูชาปีศาจ ผู้มักมากในกาม ฯลฯ ) เอลิซาเบธ ก็เช่นเดียวกัน ตามประวัติที่บันทึกในภายหลัง เธอเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ ตามประสาลูกสาวของผู้ทรงอิทธิพล มีสุขภาพไม่แข็งแรง ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ และทวีความก้าวร้าวมากขึ้นทุกที น้าสาวของเธอ มีชื่อเสียงเลื่องลือในฐานะแม่มด และมีข่าวลือว่าชอบผู้หญิงด้วยกัน ลุงของเธอเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่นับถือปิศาจ น้องชายของเธอมีพฤติกรรมเลวร้ายต่อสตรีไม่เลือกวัย และนางพยาบาลผู้ใกล้ชิดเธอก็เป็นพวกนิยมมนต์ดำ ?!? ในช่วงวัยเด็ก เธอชอบหนีเรียน แอบไปเที่ยวเล่นกับลูกชาวนา ชาวไร่ที่เป็นทาสติดที่ดิน จนตั้งท้องเมื่ออายุเพียง 13- 14 ปีก่อนที่จะมีผู้ใดระแคะระคาย ผู้เป็นมารดาส่งตัวเธอไปไว้ในปราสาทของตระกูล แห่งหนึ่ง ที่ห่างไกลสายตาผู้คน และอ้างว่าลูกสาวไม่สบายต้องการอยู่ในที่สงบเพื่อรักษาตัว และเมื่อทารกเกิดมาก็อาจถูกฆ่าทิ้งหรือไม่ก็ถูกส่งไปที่ลับหูลับตา ไม่ให้มีใคร รู้เด็ดขาดเลยว่าเธอเคยมีลูกกับพวกไพร่ เมื่อเธอโตขึ้น เอลิซาเบธ เริ่มมีอาการป่วยเป็นโรคปวดหัวเรื้อรัง หมอหลายคนทำการรักษาแต่ก็ไม่หาย จนกระทั่ง....... ![]() ![]() ![]() มีเรื่องเล่ากันว่าในสมัยเด็กที่เธอเกิดปวดหัวอย่างรุนแรง จนกัดเนื้อไหล่ของสาวใช้ที่เข้ามาพยาบาล หลุดออกมา สาวใช้ร้องลั่น เมื่อ เอลิซาเบธได้ยินเสียงกรีดร้องของสาวใช้ น่าแปลกที่อาการปวดหัวของเธอกลับหายเป็นปลิดทิ้ง นับแต่นั้นมา เกิดอาการปวดหัว เธอก็จะทรมานสาวใช้เพื่อให้เสียงร้องเหล่านั้นเป็นยาระงับอาการของเธอ ( เริ่มต้นความโหดแต่เด็ก ) ปี 1575 เมื่อเอลิซาเบธ อายุ 15 ปี เธอแต่งงานกับท่านเคาท์ฟีเรนซ์ นาดาสดี้ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่า 11 ปี ต่อมาทั้งสองย้ายที่อยู่ไปยังปราสาทเซติซ ที่กว้างใหญ่แต่มืดทะมึนดูน่าสยดสยองกลางป่าลึกบนภูเขาคาร์ลปาเชีย ในสโลวาเกีย ท่านเคาท์ออกจะจิตวิตถารเช่นเดียวกับอลิซาเบธ ทั้งสองมักตื่นเต้น สนุกสนาน กับการได้ทรมานบ่าวไพร่ อยู่ด้วยกันมา จนมีบุตรธิดาด้วยกันถึง 4 คน ท่านเคาท์มักจะไปออกรบตามที่ต่างๆจนไม่ค่อยอยู่ติดปราสาท ชีวิตสมรสของเอลิซาเบธ จึงไม่หวานชื่นเท่าใดนัก อาการปวดหัวของเธอกำเริบถี่ขึ้นและการทรมานสาวใช้ก็ค่อยๆหนักขึ้นทุกที เป็นต้นว่า การแทงเข็มเข้าที่ปลายนิ้วของสาวใช้ หรือจับสาวใช้มาทาน้ำผึ้งทั่วตัวแล้วโยนลงไปในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยมด ต่อมาคนรับใช้ของเธอเป็นผู้แนะนำให้เอลิซาเบธ ใช้มนต์ดำ เธอมักจะลงไปหมกตัวอยู่ในห้องใต้ดินและประกอบพิธีกรรมประหลาดกับคนรับใช้ บ่อยครั้ง และในไม่ช้าเอลิซาเบธ ก็เริ่มมีชู้ สามีรับรู้เรื่องนี้แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หากไม่นานนักแม่ของสามีก็ย้ายมาอยู่ด้วย เธอมักประพฤติตัวเป็นภรรยาผู้เรียบร้อยต่อหน้าสามี แต่ลับหลัง เธอก็จับสาวใช้ของแม่สามีมาทรมานจนตาย เล่ากันว่าเธอเป็นคนหลงใหลความสวยงามของตัวเอง? เธอจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงอยู่หน้ากระจกเงาเพื่อชื่นชมความงามของตัวเอง บำรุงผิวด้วยน้ำมัน และขี้ผึ้งนานาชนิดเพื่อให้ผิวขาวนวล เปลี่ยนเสื้อผ้าวันละ ๕ หรือ ๖ ชุด ชีวิตฆาตกร ( ต่อเนื่อง )ของเธอเริ่มต้นขึ้นหลังจากการตายของสามี ขณะเธออายุได้ 40 ปี สามีคู่ชีวิตทิ้งสมบัติและอำนาจทุกอย่างไว้ในมือของภรรยา และแทบจะในวันเดียวกันนั้นเอง แม่ก็จากโลกนี้ตามลูกชายไปอีกคน มีข่าวลือภายหลังว่าเป็นการวางยาพิษ เธอกลายเป็นราชินีในอาณาจักรของเธอ จะมีก็แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เป็นไปดังใจคิด ก็คือการที่ตัวเธอไม่สามารถเอาชนะกาลเวลาได้ นับวันร่างกายเหี่ยวยานไปตามกาลเวลา เธอต้องการความสวยที่เป็นอมตะตลอดกาล มีการสั่งให้แม่มดหมอผีที่คุ้นเคยทำยาคืนความสาวมาใช้หลายขนาน แต่ก็ไม่ค่อยเห็นผลเท่าใดนัก จนกระทั่ง......... เหตุการณ์ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเปิดฉากตำนานเลือดที่น่าสยดสยองของเธอ !!!!
เครดิตที่มาเรื่องและภาพ : อลิซาเบธ บาโธลี่เธอผู่ฆ่าสาวบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 600 ศพ | ThaiGoodView.com Knowledge for Thai Student และ เค้าท์เตส บาโธรี | Manic Nova |
|
![]() |
| #2 | |
|
สมาชิก
|
มาอ่านกันต่อ เลย.......ละกัน คร้า
![]() เช้าวันหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมา ขณะที่เธอส่องดูเงาตัวเองในกระจก ทันใดนั้น เธอได้พบว่าความชราเริ่มมาเยือน นึกได้ว่า อายุปาเข้าไปตั้ง 45 แล้วนี่นา แต่เธอก็ยังไม่อยากแก่และกลัวอย่างที่สุด เมื่อเธอหงุดหงิด ก็ยิ่งต้องหาเรื่องระบายอารมณ์และความบันเทิงใดเล่า จะเท่ากับการลากคนมาทรมาน ขณะที่สาวใช้กำลังสางผมให้กับเอลิซาเบธ ได้ดึงผมหลุดติดหวีมาหลายเส้น เธอใช้เชิงเทียนที่อยู่ใกล้มือทุบเด็กสาวอย่างไม่ยั้งมือ แล้วลงมือหวดด้วยแซ่หนังผูกปมโลหะใส่เนื้อหนังมังสาของทาสชะตาขาดนั้นอย่างหนักหน่วง จนเศษหนังและหยาดเลือดทาสผู้เคราะห์ร้ายหลุดกระเด็นออกมา หยาดเลือดสาดกระเซ็นเป็นฝอยติดตามตัวเธอ เธอโบยจนทาสผู้นั้นจบชีวิต!! (เละเป็นหมูบะช่อ) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เธอได้ค้นพบยาอายุวัฒนะสูตรใหม่โดยบังเอิญ
เคาท์เตสพบว่าใต้รอยเลือดนั้นผิวของเธอกลับนุ่มนวลผุดผ่องเป็นยองใยราวสาวแรกรุ่นอ่อนนุ่ม ละมุนละไม ผิดกับผิวเนื้อตรงอื่นอย่างเหลือเชื่อ เธอคิดได้ (งัยเนี่ย?!? ) ว่าเลือดสด ๆ ของสาวแรกรุ่นมีคุณสมบัติพิเศษที่จะบันดาลให้เธอเป็นสาวอมตะได้ตลอดกาล และด้วยเหตุนี้เองโศกนาฏกรรมการฆ่าสังหารเด็กสาวกว่า 600 คนเพื่อบำรุงความงามของเธอจึงเริ่มต้นขึ้น เธอเลือกเหยื่อด้วยตนเอง โดยเฉพาะสาวเด็กสาวแรกรุ่นบริสุทธิ์ที่แสนสวยมีอกอวบอิ่ม เด็กหญิงคนแล้วคนเล่าต้องตายโดยถูกทรมานทั้งเป็นด้วยวิธีการต่างๆ เมื่อลูกทาสของคนรับใช้และทาสในที่ดินตายหมดแล้ว เอริซาเบทก็ให้ลูกน้องบริวารไปล่อลวงหลอกเอาสาวชาวบ้านตามชนบทเข้ามา ชาวบ้านที่ยากจนต่างก็ยินดีที่จะส่งลูกสาวออกมาทำงานในปราสาทเพียงเพื่อแลก กับเสื้อผ้าไม่กี่ชุด เหล่าเด็กสาวที่เข้ามาในปราสาทไม่มีใครที่รอดกลับบ้านไปได้ หลังจากถูกรีดเลือดแล้วศพพวกเธอถูกฝังไว้ในสวนหลังปราสาทโดยที่พ่อ แม่พี่น้องก็ไม่มีโอกาสจะทราบข่าว หนักขึ้นเอลิซาเบทหันไปหาพวกธิดาของพวกผู้ดีมีตระกูล บางรายเป็นลูกของเพื่อนๆผู้สูงศักดิ์ของเธอด้วยซ้ำ วิธีการทรมานของเอลิซาเบธนับวันยิ่งโหดเหี้ยม !!!
มีทั้งการใช้เหล็กร้อนเผาลำคอ ใช้เครื่องทรมานบีบหน้าอก บางครั้งเธอก็ใช้มือทั้งสองของตัวเองล้วงเข้าไปในปากและฉีกร่างของเหยื่อออก เป็นสองซีก เด็กสาวบางคนที่พยายามจะหนีก็ถูกตัดเท้าทิ้ง และอีกสารพัดวิธีที่โหดเหี้ยมและน่าสยดสยองเกินมนุษย์ (ยิ่งกว่าในหนัง) สิ่งหนึ่งที่เอลิซาเบธทิ้งไว้ในประวัติศาสตร์ที่ทำให้โลกต้องตะลึงก็คือ เครื่องมือทรมานที่มีชื่อเสียงที่สุดชิ้นหนึ่ง Iron Maiden นั่นเอง ("ตุ๊กตาเหล็กที่ด้านหลังบานประตูมีเข็มแหลมยาวงอกอยู่ 5 เล่ม ผู้ที่ถูกเข็มเหล่านี้แทง จะถูกคั้นเลือดออกมาจนเสียชีวิต" ) แต่เนื่องจากเข็มพากันทื่อเสียหมดเพราะเป็นสนิมจากเลือด เธอจึงสั่งให้สร้างกรงเหล็กขนาดใหญ่ซึ่งมีเข็มแหลมอยู่ภายใน กรงดังกล่าวจะถูกเฟืองโซ่ยกขึ้นสูงจากพื้นโดยมีเหยื่อที่เป็นเด็กสาวอยู่ข้างใน เวลาผ่านไปเกือบห้าปี ลูกสาวชาวไร่ชาวนาหายสาบสูญไปจนหมด ความผิดพลาดเอลิซาเบธเกิดขึ้นเมื่อเธอไปเที่ยวที่เมืองวีน เหตุการณ์สยองจึงเริ่มเกิดต่อสาธารณชนครั้งแรก เมื่อมีผู้ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังออกจากห้องพักของเอลิซาเบธ (ตอนนี้บ่าวไพร่หมดปัญญาจะเอาศพไปทิ้งไม่ให้ใครเห็นเพราะมีเหยื่อมากมาย ก่ายกอง ขนาดโยนศพออกมาให้ฝูงหมาป่ารุมกินยามดึก ก็ยังกินไม่หมด ช่วงแรกที่ชาวบ้านมาพบกองซากศพที่ซีดเผือกไม่มีเลือดอยู่เหลือเลยแม้แต่หยด เดียว เลยเกิดล่ำลือไปว่าในป่านี้มีผีดิบดูดเลือดอยู่ ) เมื่อคนเลี้ยงสัตว์ของเอลิซาเบธไปตรวจดูและพบว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของนัก ร้องสาวของสมาคมแห่งหนึ่งในเมืองนั้น ภาพที่เห็นคือ หญิงสาวถูกตัดมือ ตัดเท้า และเสียชีวิต เธอบอกกับคนเลี้ยงสัตว์ของเธอว่า นักร้องผู้นี้ทำความผิด จึงมีโทษต้องตาย และนี่คือความผิดพลาดของเอลิซาเบธ ถึงแม้ พวกชาวบ้านจะไม่กล้าพูดออกมาดังๆ ในที่สาธารณะ แต่ก็มีการซุบซิบ โดยเฉพาะเรื่องรถม้าจากปราสาทที่วิ่งไปมาในเวลาค่ำคืน และในคืนนั้นจะมีหญิงสาวหายไป? ชาวบ้านนำเรื่องไปปรึกษานักบวชนิกายลูเธอแรนที่ชื่อ ไอแวน แม็กยารี นักบวชท่านนี้ก็นำเรื่องไปปรึกษาทางการอย่างลับๆ บางที เรื่องอาจจะไม่ลุกลาม หากเธอหยุดยั้งที่ชาวบ้านธรรมดา แต่ เค้าท์เตส บาโธรี เริ่มลักพาตัวลูกสาวของขุนนางระดับล่าง ความหยิ่งยโสว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอ ทำให้เธอเหิมเกริมจนทำอะไรไม่ยั้ง นอกจากนี้ ญาติของเด็กหลายรายยืนยันว่าเด็กสาวที่ตายกันเป็นกองๆใกล้ปราสาทของเอ ลิซาเบธ ล้วนแล้วแต่ถูกล่อลวงให้มาที่ปราสาทเธอ ปี 1610 กษัตริย์แม็ทเธียส ที่ ๒ แห่งฮังการี่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังปราสาท เพื่อสืบสวนหาสาเหตุการหายตัวของหญิงสาวจำนวนมาก เดือนธันวาคมปี 1610 เมื่อมาร์ควิสเธอร์โซซึ่งเป็นญาติของเอลิซาเบธ ไปยังห้องใต้ดินของปราสาท เขาก็ต้องผงะกับสิ่งที่ตัวเองพบทั้ง เครื่องทรมานจำนวนนับไม่ถ้วน รอยเลือดที่ชโลมอยู่แทบทุกที่และศพที่ต้องตายอย่างทรมานกองเป็นภูเขา มีเด็กสาวบางคนถูกช่วยออกมาได้ ขณะที่นอนหายใจรวยรินเกือบเสียชีวิต !!! ![]() ![]() ![]() และแล้วเรื่องราวอันโหดเหี้ยมของเคาท์เตสสาว ก็พรั่งพรูจากหญิงสาวที่รอดชีวิต หลายคนถูกบังคับให้กินเนื้อจากศพของเด็กสาวคนอื่น จนบางคนกลายเป็นคนวิกลจริต และเมื่อเข้าไปถึงห้องชั้นบนสุด พวกเขาก็ได้พบหลักฐานอีกหลายชิ้น เจ้าของปราสาทหลบหนีไป แต่พวกเขาก็ตามเธอจนพบ เอลิซาเบธ บาโธรี่ ถูกสอบสวนในปี ค.ศ. 1610 ทั้งชาวไร่ชาวนาและบรรดาผู้ดีมีตระกูลทั้งหลายต่างอาฆาตแค้น และญาติสนิทของเธอเองก็โกรธเคืองอย่างหนักเพราะเธอทำให้วงศ์ตระกลูบาโธรี่เสื่อมเสีย ถึงตอนนี้ไม่มีอำนาจใดๆที่จะช่วยให้เธอพ้นผิดไปได้ ถึงแม้ว่าจะมีการนำบันทึกของเอลิซาเบธ มาตรวจสอบ พบรายชื่อของหญิงสาวจำนวนกว่า 650 ราย แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่ารายชื่อเหล่านั้นเป็นรายชื่อเหยื่อหรือว่าอะไร จึงต้องตัดสินจากโครงกระดูกที่พบและคำบอกเล่าจากผู้รอดชีวิต ทำให้มีการตัดสินว่า เหยื่อของเคาท์เตส บาโธรีมีจำนวน 80 ราย เดือนมกราคมปี 1611 เธอถูกตัดสินคดี และเนื่องจากตระกูลบาโธรี่ ได้ยื่นฎีกา เธอจึงรอดพ้นจากโทษประหาร ขณะที่ผู้มีส่วนร่วมในการสังหารทุกคนต่างถูกตัดสินโทษเผาทั้งเป็น ได้แก่สาวใช้สองคนที่ทำหน้าที่ค้นหาและจับผู้หญิงสาวเคราะห์ร้ายมาสังเวยแก่เธอ ส่วนการตัดสินโทษของเอลิซาเบธ ถูกโอนให้เป็นอำนาจของตระกูลบาโธรี่ เธอถูกจองจำอยู่ในปราสาทของเธอเองในห้องขังเล็กๆอันมืดมิด ซึ่งประตูถูกโบกปูนปิดตายตลอดชิวิต
21 สิงหาคม ปี 1614 ก็เป็นวันที่ปราศจากสัญญาณชีวิตจาก เอลิซาเบธ บาโธรี่ ช่องเล็กๆ เพียงช่องเดียวก็ได้ถูกอิฐก่อปิดสนิทลง แต่บางตำนานก็ว่าเธอหนีออกไปได้และกลายเป็นผีร้ายอยู่ในป่าของฮังการี่ ทุกวันนี้ ปราสาทเซติซ บนภูเขาคาร์ลปาเชีย ในสโลวาเกีย ที่ซึ่งในอดีตเป็นสถานที่สังหารเหยื่อของเอลิซาเบธ ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่น แม้จะเหลือแต่ซากปรักหักพังแล้ว แต่มันก็ยังน่าสะพรึงกลัวอยู่เช่นเดิม ขอบคุณเครดิตที่มาเรื่องและภาพ : http://www.thaigoodview.com/node/99806 และ เค้าท์เตส บาโธรี | Manic Nova รววมทั้งเว็บอื่นๆ อีกมากมาย |
ที่มา: พลังจิตดอดคอม
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
สูตรคำนวณงวด 16/4/69
20 คณะ “จบแล้วมีงานทำ” ตลาดแรงงานต้องการตัวสูง บางสาขาขาดคนหนักมาก!Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
สาวพลัดตกรถ กลางถนน ก่อนโดนรถอีกคันหลายคันชนจนดับ
“นนนี่” เปิดหมดเปลือก! ท้องก่อนแต่งไม่ใช่เรื่องผิด
เหมือนจนน่าขนลุก...งานศิลปะ "ไก่ต้มขาวแล่เนื้อ" แต่ไม่ใช่ไก่จริงๆนะ สร้างมาจากวัตถุชนิดอื่น...
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว




