หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ธารเลือด ที่วูนเด็ดนี ความสูญเสียที่กินใจ

โพสท์โดย

คนอเมริกัน (ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันแสนสั้น) ค่อนข้างจะภูมิใจในเรื่องราวความกล้าหาญของบรรพบุรุษของพวกเขา และเล็งเห็นว่าภาคตะวันตกของประเทศคือ "เหยื่อ" ของผลงานการบุกเบิกขยายประเทศ และมันถูกเข้าครอบครองโดยผีมือของบรรพบุรุษของพวกเขาที่กำชัยชนะเหนือดินแดนภาคนั้นได้ คนอเมริกันจึงเรียกประวัติศาสตร์ช่วงนั้นด้วยถ้อยคำที่แฝงไว้ด้วยความฮึกเหิมและภาคภูมิใจว่ามันคือการ "พิชิตตะวันตก"

แต่ว่านอกเหนือจากดินแดนภาคตะวันตกอันกวัางใหญไพศาลเหลือคณานับแห่งนั้นแล้ว ยังมีใครอีกบ้างเล่าที่ถูกพิชิต? 

คำตอบก็คือ อินเดียนแห่งอเมริกาเหนือ ชนชาติดั้งเดิมแห่ง "โลกใหม่" ซึ่งอยู่อาศัยในดินแดนแห่งนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรยังไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่มันนานแสนนานก่อนที่โคลัมบัสจะได้ย่างเท้าลงสู่ผืนแผ่นดินอเมริกา

   

หลังจากสงครามกลางเมืองสหรัฐยุติลง ชาวผิวขาวได้เริ่มขยายถิ่นฐานเข้าไปยังเขตแดนภาคตะวันตกมากยิ่งขึ้น ผู้อพยพจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าไปได้ก่อให้เกิดการปะทะกับชนพื้นเมืองอเมริกันอินเดียนซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ก่อนหน้านั้น

ในปี ค.ศ.1872 ได้มีการสำรวจพบสายแร่ทองคำที่เนินดำ (Black Hill) ซึ่งอยู่ในรัฐเซาท์ดาโกต้า อันเป็นศูนย์กลางแผ่นดินของชนเผ่าซู ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองอเมริกันอินเดียนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดและมีกำลังพลมากที่สุดของภาคตะวันตก

หลังจากพบสายแร่ทองคำ รัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปติดต่อขอซื้อเนินดำ ทว่าชาวซูถือว่าที่นั่นเป็นสถานที่สิงสถิตของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ บรรพบุรุษของพวกเขา จึงปฏิเสธที่จะขายและนั่นเองที่ธาตุแท้อันอำมหิตของชาวผิวขาวก็เปิดเผยออกมา

เมื่อชาวอินเดียนเผ่าซูปฏิเสธที่จะขายเนินดำ รัฐบาลสหรัฐจึงส่งกองทหารนับพันนายบุกเข้าไปในเขตแดนของพวกซูและสังหารหมู่ชาวอินเดียนทั้งเด็กและผู้หญิงจำนวนมากเพื่อข่มขวัญ ทว่าชาวเผ่าซูกลับลุกขึ้นต่อสู้กับความโหดร้ายของชาวผิวขาว

สงครามระหว่างกองทหารสหรัฐกับนักรบชนเผ่าซู ดำเนินต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลาหลายปี ซึ่งนอกจากรัฐบาลสหรัฐจะทำสงครามกวาดล้างชนเผ่าซูแล้ว ยังส่งกองทหารเข้าโจมตีชนเผ่าอินเดียนเผ่าอื่นๆ อีกด้วยเพื่อยึดครองดินแดนของกลุ่มชนเหล่านั้น

 

แม้ว่าชาวอินเดียนเผ่าต่างๆจะพยายามต่อสู้ ทว่ากำลังรบที่อาวุธที่น้อยกว่า ทำให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ต่อผู้รุกรานผิวขาวผู้ละโมบ ในที่สุดชนเผ่าต่างๆก็ถูกกวาดล้างไปทีละเผ่า ทีละเผ่า ผู้ที่รอดชีวิตถูกส่งไปอยู่ค่ายกักกันในพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า เขตสงวนที่มีแต่ความดันดาร

ใน ปี.ค.ศ. 1882 เจ้าวัวนั่ง หนึ่งในผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของชนเผ่าซู ซึ่งนำบริวารอพยพลี้ภัยไปอยู่ในแคนาดาหลังสงครามอินเดียนสิ้นสุดลง ได้ถูกรัฐบาลแคนาดาบีบให้กลับมามอบตัวกับกองทหารสหรัฐ จากนั้นเขาถูกนำตัวมาไว้ยังเขตสงวนเหมือนดังเช่นอินเดียนอื่นๆ

ชีวิตในเขตสงวนนั้นยากแค้น เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งกันดาร ขาดแคลนทั้งสัตว์สำหรับใช้ล่าเป็นอาหารและพื้นดินก็ขาดความอุดมสมบูรณ์ เพาะปลูกไม่ได้ผล นอกจากนี้ชาวอินเดียนยังถูกข่มเหงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ชาวอินเดียนมีชีวิตที่ยากลำบาก พวกเขาต่างโหยหาคืนวันเดิมๆ ที่เคยอยู่อย่างอิสระในท้องทุ่งและป่าเขา

ด้วยความสิ้นหวังและขาดแคลนที่พึ่งทางใจ ชาวอินเดียนจำนวนมากได้จับกลุ่มกัน เต้นปีศาจ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ปลุกปลอบขวัญของพวกเขาให้มีความหวังที่จะมีชีวิต โดยชาวอินเดียนเชื่อว่า สักวันหนึ่ง ดินแดนที่สูญเสียไปจะได้กลับคืนมาสู่พวกเขาอีกครั้ง

ทว่ารัฐบาลอเมริกันกลับมองว่า การเต้นปีศาจ คือการซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อความวุ่นวาย จึงออกคำสั่งห้ามการประกอบพิธีกรรมนี้ และใน  ปี ค.ศ. 1890 ทหารส่วนหนึ่งได้เดินทางไปยังค่ายพักของเจ้าวัวนั่งและจับกุมเขาในข้อหาประกอบพิธีกรรม เต้นปีศาจ และเมื่อเขาปฏิเสธการจับกุม ทหารคนหนึ่งก็ใช้ปืนยิงเขาที่ศีรษะจนถึงแก่ความตาย 

 

การตายของเจ้าวัวนั่ง สร้างความระส่ำระสายแก่ชนเผ่าซูเป็นจำนวนมาก นักรบจำนวน 100 กว่าคน พร้อมเด็กและผู้หญิง 200 กว่าคนได้หนีอออกจากค่ายพักโดยการนำของหัวหน้าที่ชื่อ เท้าใหญ่

เมื่อรู้ว่ามีพวกอินเดียนหนีไป กองทหารผิวขาว 500 นายก็ออกติดตามจับกุม และไล่ทันพวกเขาที่ลำธารแห่งหนึ่ง ชื่อ วูนเด็ดนี (Wounded knee)

พวกทหารได้ตั้งปืนกลสองกระบอกไว้หน้าค่ายพักอินเดียนและเข้าปลดอาวุธพวกนักรบ ซึ่งทุกคนก็ยอมนำอาวุธของตนมาวางรวมกันไว้อย่างไม่ขัดขืน

ทว่ามีนักรบคนหนึ่งชื่อ เยลโลว์ เบิร์ด เขาหูตึงจึงไม่ได้ยินคำสั่งของทหารและเมื่อทหารเข้ามากระชากปืนของเขา จึงเกิดการยุดยื้อกันและทำให้ปืนลั่นขึ้นนัดหนึ่ง

เสียงปืนนัดนั้น ทำให้พวกทหารที่ล้อมอยู่นอกค่าย เข้าใจว่า ชาวอินเดียนจะต่อสู้ พวกเขาจึงกระหน่ำยิงปืนกลเข้าไปทันที ลูกปืนสังหารนักรบรวมทั้งเด็กและผู้หญิงเกือบทั้งหมด รวมทั้งหัวหน้า เท้าใหญ่ด้วย ซากศพกองเกลื่อนกลาด เลือดไหลเป็นสายธาร 

 

หลังการสังหารหมู่จบลง ศพทั้งหมดถูกฝังรวมกันและหลุมศพถูกกลบทับด้วยหิมะ จากจำนวนชนพื้นเมืองทั้งหมดในค่าย มีคนเกือบสายร้อยคนที่ต้องตายไปในครั้งนี้

การสังหารหมู่ที่วูนเด็ดนี ได้ปิดฉากตำนานของชนพื้นเมืองอินเดียนและปิดฉากการต่อสู้เพื่อแผ่นดินมาตุภูมิรวมทั้งความหวังที่จะมีชีวิตอย่างอิสระของพวกเขาไปตลอดกาล 

 

พวกมันสัญญาไว้เยอะแยะ

เยอะจนข้าเองจำไม่ได้

แต่พวกมันก็ไม่เคยรักษาสัญญาซักที

พวกมันรักษาคำพูดเหมือนกัน

แต่รักษาอยู่เรื่องเดียว

พวกมันสัญญาว่าจะเอาดินแดนของเราไป

แล้วพวกมันก็ยึดดินแดนของเราไปหมด

Bury My Heart At Wounded Knee – Music Video from www.youtube.com

เรียบเรียงโดย  พรชัย  สังเวียนวงศ์ (mata) 

ขอบคุณแหล่งที่มา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
mata's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,657 ครั้ง
โพสท์โดย mata
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
48 VOTES (4/5 จาก 12 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุดเชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ทำไมตัวอักษรบนคีย์บอร์ดถึงไม่เรียง A-Z เหมือนที่ควรจะเป็น5 เส้นทางเดินป่าที่เหมาะกับมือใหม่ สัมผัสธรรมชาติแบบไม่โหดเกินไปไทยช่วยไทยพลัส โค้งสุดท้าย! ยอดใช้จ่ายทะลุ 4.3 หมื่นล้าน คนใช้สิทธิกว่า 25 ล้านคน เงินสะพัดทั่วประเทศ3 เมนูอาหารไทยยอดฮิต ที่ชาวอเมริกันมักสั่งซ้ำวัดมังกรที่แปลกที่สุดในไทยชายหาดอันดับ 1 ของโลกอยู่ที่ไทย เรื่องจริงที่คนไทยควรรู้จังหวัดที่คนกรุงเทพฯ ชอบไปซื้อบ้านตากอากาศ เพราะอะไรถึงเป็นทำเลยอดนิยม“กินคาวไม่กินหวาน” ทำไมถึงถูกมองว่า “สันดานไพร่”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วัดมังกรที่แปลกที่สุดในไทยเข้าใจราคาน้ำมันลด ทำไมผู้บริโภคได้ประโยชน์ แต่ปั๊มบางรายเจ็บหนัก
ตั้งกระทู้ใหม่