หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 อันดับหนัง"ขาดทุน"ยับตลอดกาล(ต่างประเทศ)


โพสท์โดย

10 อันดับหนัง"ขาดทุน"ยับตลอดกาล ที่มีการันตีจาก"กินเนสบุ๊กส์"

Prev
1 of 11
Next

 

 

ถ้าคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวสารในแวดวงภาพยนตร์อยู่บ้าง เชื่อว่าคงไม่น่าจะพลาดข่าวใหญ่ในวงการฮอลลิวู๊ดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ขาดทุนย่อยยับของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทุนสร้างมโหฬารอย่าง "จอห์น คาร์เตอร์" ที่ "ดิสนีย์ สตูดิโอ" ลงทุนไปมากกว่า 250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ บวกค่าการตลาดอีกมโหฬาร แต่กลับทำรายได้ทั่วโลกได้เพียงแค่ 269 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

 

เรียกได้ว่าครั้งนี้ดิสนีย์ขาดทุนไปราวๆ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แถมยังสร้างหนี้สินให้ตามล้างตามเช็ดกันอีก 80-120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ


สร้างแผลใหญ่เอาไว้ขนาดนี้จึงไม่แปลกลยที่ "ริช รอสส์" บอสใหญ่ของดิสนีย์ สตูดิโอจะต้องระเห็จลงจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

แต่ถ้าคุณคิดว่าความย่อยยับของจอห์นคาร์เตอร์ในปีนี้คือที่สุดของวงการภาพยนตร์แล้ว ก็คงจะคิดผิดไปเยอะเลยทีเดียว เพราะถ้าหากคุณได้เห็นรายชื่อพร้อมรายได้และทุนสร้างของภาพยนตร์เหล่านี้ที่ติดท็อป 10 หนังขาดทุนตลอดกาลแล้ว เชื่อว่าภาพลักษณ์ของจอห์น คาร์เตอร์ในสายตาของคุณคงจะเปลี่ยนไปถนัดตาเลยทีเดียว

 

 

มาดูกันที่เรื่องแรกที่อยู่ในอันดับ 10 อย่าง "Stealth" กันก่อนเลยดีกว่า

 

 

 

Stealth เป็นหนังที่ว่าด้วยการหยุดยั้งการเกิดขึ้นของสงครามโลกครั้งที่ 3 แค่เกริ่นเรื่องขึ้นมาแบบนี้แล้วก็น่าจะพอเดาออกว่าจะต้องเป็นหนังฟอร์มยักษ์ประเภทระเบิดภูเขาเผากระท่อมเอามันส์เข้าว่าอย่างแน่นอนแถมยังได้ "ร็อบ โคเฮน" ผู้กำกับที่เคยพา "The Fast and The Furious" และ "xXx" บินสูงมาแล้ว หลายคนก็คาดว่ามันจะเวิร์กและทำเงินอย่างมหาศาลในปี 2005 ที่เข้าฉาย แต่ลงได้แล้วหนังกลับขาดทุนไปถึง 111,700,123 เหรียญสหรัฐฯ

 

 

เรื่องต่อมาในอันดับที่ 9 คือ "Heaven’s Gate" เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ "ไมเคิล ชิมิโน" ในปี 1980 ที่เคยฝากความสำเร็จมาแล้วกับภาพยนตร์เรื่อง "The Deer Hunter" ในปี 1978 จนทำให้ทั้งเขาและสตูดิโอมั่นใจว่าผลงานเรื่องต่อมาอย่าง Heaven’s Gate จะต้องดังเปรี้ยงปร้างไม่แพ้กันจึงจัดเต็มกับงานนี้เป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดขาดทุนย่อยยับไปถึง 114,281,677 เหรียญสหรัฐฯ จนถึงขนาดที่ "วิเซนต์ แคนบี้" ของ "เดอะ นิวยอร์ก ไทม์" พูดถึงหนังเรื่องนี้ว่า "เป็นความล้มเหลวแบบสมบูรณ์" เลยทีเดียว

 

 

 

ส่วนอันดับที่ 8 คือ "Speed Racer" เรื่องนี้ "วอร์เนอร์ บราเธอร์" ทุ่มทุนสร้างและโปรโมทไปกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อหวังว่าจะกลายเป็น "ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์" ของวงการหนังที่จัดเต็มมากในเรื่องของสเปเชี่ยล เอฟเฟ็กต์(หนังสร้างในปี 2008)

 

 

และความหวังของวอร์เนอร์ บราเธอร์ก็เป็นจริงนั่นก็คือเกิดเป็นกระแสพูดถึงกันอยู่พักหนึ่ง แถมเสียงตอบรับจากกลุ่มแฟนๆทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเล็ก รวมทั้งนักวิจารณ์ก็ไม่เลวร้ายสักเท่าไหร่นัก เพียงแต่รายได้กับสวนทางกับคำชมมากชนิดที่ได้เกียรติติดอันดับหนังขาดทุนตลาดกาลอันดับที่ 8 โดยขาดทุนไปถึง 114,479,584 เหรียญสหรัฐฯ

 

 

 

มาต่อกันที่อันดับที่ 7 เป็นหนังเรื่อง "Town & Country" ที่ได้ดาราระดับแม่เหล็กอย่าง "วอร์เรน บีตตี้", "โกลดี้ ฮาวน์", "ไดแอน คีตัน" และ "แกรี่ แชนด์ลิ่ง" แถมยังลงทุนไปมากถึง 105 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่รายได้ทั่วโลกที่หนังเรื่องนี้ทำได้ในปี 2001 ที่เข้าฉายกลับทำให้สตูดิโอน้ำตาตกในจนแทบจะไปผูกคอตาย เพราะทำได้เพียงแค่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯเท่านั้น สรุปตัวเลขสีแดงของหนังเรื่อยนี้แล้วก็อยู่ที่ราวๆ 124,202,203 เหรียญสหรัฐฯ

 

 

หนังขาดทุนตลอดกาลในอันดับที่ 6 คือ "The 13th Warrior"(1999) ที่ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ "ไมเคิล คริชตัน" เจ้าของงานเขียนเรื่อง Jurassic Park และ Congo

 

 

The 13th Warrior เรื่องนี้ได้ตัว "จอห์น เทียร์นาน" ที่เคยฝากผลงานระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง "Predator" และ "Die Hard" มาแล้วมากำกับ พร้อมความหวังของ "ทัชสโตน พิกเจอร์ส" สตูดิโอผู้สร้างที่หวังว่ามันจะทำเงินกลับมาอย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่สุดท้ายแล้วมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เนื่องจากตัวหนังทำออกมาได้ในระดับที่ค่อนไปทางห่วย จนทำให้หนังขาดทุนไปถึง 137,142,407 เหรียญสหรัฐฯ

 

 

 

เรื่องต่อมาในอันดับที่ 5 คือ "Mars Needs Moms" อนิเมชั่นสามมิติจาก "วอล์ท ดิสนีย์" ที่เข้าฉายไปเมื่อปีที่แล้ว พร้อมกับขาดทุนไปถึง 140,513,991 เหรียญสหรัฐฯ เรียกได้ว่าดิสนีย์ต้องเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องมาสองปีติดต่อกัน นี่ถ้าหากไม่ได้ "The Avengers" ของค่ายมาร์เวลที่ดิสนีย์ไปเทคโอเวอร์มาได้ไม่นานเข้ามาช่วยไว้ รับรองว่าคงต้องนอนเลียแผลกันอีกยาว

 

 

 

มาว่ากันต่อที่อันดับที่ 4 กันเลยดีกว่า ครั้งนี้เป็นคิวของ "Sahara" แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะทำรายได้รวมทั่วโลกไป 120 ล้านเหรียญสหรัฐฯในปี 2005 ที่เข้าฉาย แต่ก็ยังห่างไกลกับทุนสร้างและการโปรโมทที่ทุ่มไปราว 240 ล้านเหรียญสหรัฐฯอีกมากโขเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของความสนุกแน่นอนว่าลืมมันไปได้เลย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่ติดตัวแดงถึง 144,857,030 เหรียญสหรัฐฯอย่างแน่นอน

 

 

 

อันดับที่ 3 คือเรื่อง "The Adventures of Pluto Nash" หนังแนวไซไฟ-คอมมาดี้เรื่องเก่าของ "เอ็ดดี้ เมอร์ฟีย์" เมื่อปี 2002 ที่ทุ่มทุนสร้างไปกับฉากสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ไปอย่างมากมายเพื่อหวังให้ตัวหนังออกมาอลังการ แต่สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นฉากสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์แบบป่วยๆดูแล้วให้ความรู้สึกง่อยๆแบบหนังเกรดบีอวกาศไปแบบน่าผิดหวังจึงไม่แปลกใจที่ผู้ชมทั่วไปจะไม่ตอบรับหนังเรื่องนี้ของเอ็ดดี้ เมอร์ฟีย์สักเท่าไหร่นัก เป็นเหตุให้หนังขาดทุนไปเกือบ 145,877,124 เหรียญสหรัฐฯ

 

 

 

 

มาถึงรองแชมป์หนังขาดทุนอย่าง "The Alamo" ที่เข้าฉายในปี 2004 พร้อมกับทุนสร้างและการโปรโมทราว 145 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ตัวหนังที่ว่าด้วยวีรกรรมของคนอเมริกันกลุ่มหนึ่งในเท็กซัส ที่พยายามปลดแอกตนเองจากการปกครองของเม็กซิโก กลับไม่สามารถเรียกคนดูให้เข้ามาชมได้อย่างที่คาดการณ์กันไว้ ทำให้เมื่อปิดการขายแล้วหนังเรื่องนี้ขาดทุนไปถึง 146,644,313 เหรียญสหรัฐฯ

 

 

 

และสุดท้ายก็มาถึงตำแหน่งแชมป์ของหนังไม่ทำเงินหรือขาดทุนแบบย่อยยับตลอดกาลอย่าง "Cutthroat Island" ที่เข้าฉายในปี 1995


Cutthroat Island หนังโจรสลัดแนว "Pirates of the Caribbean" ได้ถูกกล่าวขานกันในวงการหนังฮอลลิวู๊ดว่าสร้างปัญหาและความล่มจมมากที่สุดในประวัติศาตร์วงการหนัง เพราะนอกจากจะเปลี่ยนตัวหนังแสดงนำจาก "ไมเคิล ดักลาส" ที่รู้สึกน้อยใจว่าบทพระเอกด้อยกว่านางเอกจนต้องบอกศาลาเป็น "แมทธิว โมดีน" นักแสดงหนังอินดี้ชื่อดังแล้ว ตัวหนังยังเน้นฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อมระดับหนังฉลองยังอายจนงบประมาณบานปลายกว่า 115 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เล่นเอา Carolco สตูดิโอหนังชื่อดังในยุคนั้นต้องปาดเหงื่อกันยกใหญ่

 

 

แต่เมื่อหนังเข้าฉายจนกระทั่งปิดการขายแล้วCarolco ก็เลิกปาดเหงื่อและเปลี่ยนเป็นมาปิดบริษัทแทน! 

เพราะหนังเรื่องนี้ที่ถูกคาดหมายว่าจะทำรายได้ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศเป็นอันดับที่หนึ่งนั้นกลับทำรายได้ป้อนCarolco เพียงแค่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น สรุปเลขตัวแดงของหนังเรื่องนี้แล้วก็อยู่ที่ราวๆ 147,157,681 เหรียญสหรัฐ จนได้รับการจดบันทึกจากกินเนสบุ๊กส์ว่าเป็นหนังที่ถลุงเงินจากบริษัทผู้สร้างไปอย่างสูญเปล่ามากที่สุดในโลก

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
BesTBBoY's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16,514 ครั้ง
โพสท์โดย BesTBBoY
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
88 VOTES (4/5 จาก 22 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาตศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลังอำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทยมีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
ตั้งกระทู้ใหม่