ความหมาย "เงี่ยน" ในนิราศเมืองแกลง
ข้อมูลจาก thai-tour.com
ผลงานสุนทรภู่ประเภทนิราศมี 9 เรื่อง
1. นิราศเมืองแกลง 2350
2. นิราศพระบาท 2350
3. นิราศภูเขาทอง 2371
4. นิราศเมืองเพชร 2371-2374
5. นิราศวัดเจ้าฟ้า 2375
6. นิราศอิเหนา 2375-2378
7. นิราศสุพรรณ 2377-2380 8. รำพันพิลาป 2385
9. นิราศพระประธม 2385-2388
นิราศเมืองแกลง
| ๏ ถึงหย่อมย่านบ้านระกาดต้องลงถ่อ | ค่อยลอยรอเรียงลำตามน้ำไหล |
| จนล่วงเข้าหัวป่าพนาลัย | ล้วนเงาไม้มืดคล้ำในลำคลอง |
| ระวังตัวกลัวตอตะเคียนขวาง | เป็นเยี่ยงอย่างผู้เฒ่าเล่าสนอง |
| ว่าผีสางสิงนางตะเคียนคะนอง | ใครถูกต้องแตกตายลงหลายลำ |
| พอบอกกันยังมิทันจะขาดปาก | เห็นเรือจากแจวตรงหลงถลำ |
| กระทบผางตอนางตะเคียนดำ | ก็โคลงคว่ำล่มลงในคงคา |
| พวกเรือพี่สี่คนขนสยอง | ก็เลยล่องหลีกทางไปข้างขวา |
| พ้นระวางนางรุกขฉายา | ต่างระอาเห็นฤทธิ์ประสิทธิ์จริง |
| ขอนางไม้ไพรพฤกษ์เทพารักษ์ | ขอฝากภัคนีน้อยแม่น้องหญิง |
| ใครสามารถชาติชายจะหมายชิง | ให้ตายกลิ้งลงเหมือนตอที่ตำเรือ |
| จนล่วงล่องมาถึงคลองที่คับแคบ | ไม่อาจแอบชิดฝั่งระวังเสือ |
| ด้วยครึ้มครึกพฤกษาลัดดาเครือ | ค่อยรอเรือเรียงล่องมานองเนือง |
| ลำพูรายพรายพร้อยหิ่งห้อยจับ | สว่างวับแวววามอร่ามเหลือง |
| เสมอเม็ดเพชรรัตน์จำรัสเรือง | ค่อยประเทืองทุกข์ทัศนาชม |
| ถึงบางสมัครเหมือนพี่รักสมัครมาด | มาแคล้วคลาดมิได้อยู่กับคู่สม |
| ถึงยามนอนนอนเดียวเปลี่ยวอารมณ์ | จะแลชมอื่นอื่นไม่ชื่นใจ |
| แสนกันดารบ้านเมืองไม่แลเห็น | ยะเยือกเย็นหย่อมหญ้าพฤกษาไสว |
| โอ้คลองเปลี่ยวพี่ก็เปล่าเศร้าฤทัย | จะถึงไหนก็ไม่แจ้งแห่งสำคัญ |
| ประจวบจนถึงตำบลบ้านมะพร้าว | พอฟ้าขาวขอบไพรเสียงไก่ขัน |
| เป็นที่กุมภาพาลชาญฉกรรจ์ | ให้หวาดหวั่นรีบมาในสาชล |
| ถึงบางวัวเห็นแต่ศาลตระหง่านง้ำ | ละอองน้ำค้างย้อยเป็นฝอยฝน |
| ดาวเดือนดับลับเมฆเป็นหมอกมน | สุริยนเยี่ยมฟ้าพนาลัย |
| พอเรือออกนอกชะวากปากตะครอง | ค่อยลอยล่องตามลำแม่น้ำไหล |
| ดูกว้างขวางว้างเวิ้งวิเวกใจ | เป็นพงไพรฝูงนกวิหคบินฯ |
| ๏ ถึงหย่อมย่านบ้านบางมังกงนั้น | ดูเรียงรันเรือนเรียบชลาสินธุ์ |
| แต่ล้วนบ้านตากปลาริมวาริน | เหม็นแต่กลิ่นเน่าอบตลบไป |
| เห็นศาลเจ้าเหล่าเจ๊กอยู่เซ็งแซ่ | ปูนทะก๋งองค์แก่ข้างเพศไสย |
| เกเลเอ๋ยเคยข้ามคงคาลัย | ช่วยคุ้มภัยปากอ่าวเถิดเจ้านาย |
| พอพ้นบ้านลานแลดูปากช่อง | เห็นทิวท้องสมุทรไทน่าใจหาย |
| แลทะเลเลี่ยนลาดล้วนหาดทราย | ทั้งสามนายจัดแจงโจงกระเบน |
| ไปตามช่องล่องออกไปนอกรั้ว | เห็นเมฆมัวลมแดงดังแสงเสน |
| สักประเดี๋ยวเหลียวดูลำพูเอน | ยอดระเนนนาบน้ำอยู่รำไร |
| ป่าแสมแลเห็นอยู่ริ้วริ้ว | ให้หวิวหวิววาบวับฤทัยไหว |
| จะหลบหลีกเข้าฝั่งก็ยังไกล | คลื่นก็ใหญ่โยนเรือเหลือกำลัง |
| สงสารแสงแข็งข้อจนขาสั่น | เห็นเรือหันโกรธบ่นเอาคนหลัง |
| น้ำจะพัดปัดตีไปสีชัง | แล้วคุ้มคลั่ง...ยาทำตาแดง |
| ปลอบเจ้าพุ่มพึมพำว่ากรรมแล้ว | อุตส่าห์แจวเข้าเถิดพ่อให้ข้อแข็ง |
| สงสารน้อยหน้าจ๋อยนั่งจัดแจง | คิดจะแต่งตัวตายไม่พายเรือ |
| พี่แข็งขืนฝืนภาวนานิ่ง | แลตลิ่งไรไรยังไกลเหลือ |
| เห็นเกินรอยบางปลาสร้อยอยู่ท้ายเรือ | คลื่นก็เฝือฟูมฟองคะนองพราย |
| เห็นจวนจนบนเจ้าเขาสำมุก | จงช่วยทุกข์ถึงที่จะทำถวาย |
| พอขาดคำน้ำขึ้นทั้งคลื่นคลาย | ทั้งสามนายหน้าชื่นค่อยเฉื่อยมา |
| หยุดตะพานย่านกลางบางปลาสร้อย | พุ่มกับน้อยสรวลสันต์ต่างหรรษา |
| นายแสงหายคลายโทโสที่โกรธา | ชักกัญชานั่งกริ่มยิ้มละไม |
| แล้วหุงหาอาหารสำราญรื่น | จนเที่ยงคืนขึ้นศาลาได้อาศัย |
| ฟังเสียงคลื่นครื้นครั่นสนั่นไป | ดูมือในเมฆานภาภางค์ |
| พี่เล็งแลดูกระแสสายสมุทร | ละลิ่วสุดสายตาเห็นฟ้าขวาง |
| เป็นฟองฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางราง | กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย |
| เห็นคล้ายคล้ายปลาว่ายเฉวียนฉวัด | ระลอกซัดสาดกระเซ็นขึ้นเต้นหยอย |
| ฝูงปลาใหญ่ไล่โลดกระโดดลอย | น้ำก็พลอยพร่างพร่างกลางคงคาฯ |
| ๏ แลทะเลแล้วก็ให้อาลัยนุช | ไม่สร่างสุดโศกสิ้นถวิลหา |
| จนอุทัยไตรตรัสจำรัสตา | เห็นเคหาเรียงรายริมชายทะเล |
| ดูเรือแพแต่ละลำล้วนโปะโหละ | พวกเจ๊กจีนกินโต๊ะเสียงโหลเหล |
| บ้างลุยเลนล้วงปูดูโซเซ | สมคะเนใส่ข้องเที่ยวมองคอย |
| อันนารีที่ยังสาวพวกชาวบ้าน | ถีบกระดานถือตะกร้าเที่ยวหาหอย |
| ดูแคล่วคล่องล่องแล่นแฉลบลอย | เอาขาห้อยทำเป็นหางไปกลางเลน |
| อันพวกเขาชาวประโมงไม่โหย่งหยิบ | ล้วนตีนถีบปากกัดขัดเขมร |
| จะได้กินข้าวเช้าก็ราวเพล | ดูจัดเจนโลดโผนในโคลนตม |
| จึงมั่งคั่งตั้งบ้านในการบาป | แต่ต้องสาปเคหาให้สาสม |
| จะปลูกเรือนก็มิได้ใส่ปั้นลม | ใครขืนทำก็ระทมด้วยเพลิงลาม |
| โอ้ดูเรือนเหมือนอกเราไร้คู่ | ผู้ใดดูจึงไม่ออกเอี่ยมสนาม |
| หรือต้องสาปบาปหลังยังติดตาม | ผู้หญิงงามจึงไม่มีปรานีเลย |
| จะรักใครเขาก็ไม่เมตตาตอบ | สมประกอบได้แต่สอดกอดเขนย |
| เอ็นดูเขาเฝ้านึกนิยมเชย | โอ้ใจเอ๋ยจะเป็นกรรมนั้นร่ำไป |
| พลางรำพึงถึงทางที่กลางเถื่อน | จึงคล้อยเคลื่อนนาวาเข้าอาศัย |
| มีมิตรชายท้ายย่านเป็นบ้านไทย | สำนักในคูหาขุนจ่าเมืองฯ |
| ๏ ใครพบพักตร์เขาก็ทักว่าทรงซูบ | จะดูรูปตัวเองก็ผอมเหลือง |
| ซังตายชื่นฝืนฤทัยให้ประเทือง | เที่ยวชำเลืองแลชมตลาดเรียง |
| เป็นสองแถวแนวถนนคนสะพรั่ง | บ้างยืนบ้างนั่งร้านประสานเสียง |
| ดูรูปร่างนางบรรดาแม่ค้าเคียง | เห็นเกลี้ยงเกลี้ยงกล้องแกล้งเป็นอย่างกลาง |
| ขายหอยแครงแมงภู่กับปูม้า | หมึกแมงดาหอยดองรองกระถาง |
| พวกเจ๊กจีนสินค้าเอามาวาง | มะเขือคางแพะเผือกผักกาดดอง |
| ที่ชายผ้าหน้าถังก็เปิดโถง | ล้วนเบี้ยโป่งหญิงชายมาจ่ายของ |
| สักยี่สิบหยิบออกเป็นกอบกอง | พี่เที่ยวท่องทัศนาจนสายัณห์ |
| ดูก็งามตามประสาพนาเวศ | ไม่นวลเนตรเหมือนหนึ่งในไอศวรรย์ |
| แต่แรมค้างบางปลาสร้อยได้สามวัน | ก็ชวนกันเลยลาขุนจ่าเมือง |
| พอฟ้าขาวดาวเดือนลงเลื่อนลด | อร่ามรถสุริยาเวหาเหลือง |
| จากเคหาชลนาพี่นองเนือง | ขืนประเทืองปล้ำทุกข์มาตามทาง |
| พอพ้นบ้านลานแลล้วนทุ่งเลี่ยน | หนทางเตียนตัดเข้าภูเขาขวาง |
| ดูกรวดทรายพรายงามเหมือนเงินราง | หยาดน้ำค้างข้อหลุมที่ขุมควาย |
| ดูสีขาวราวกับน้ำตาลโตนด | ที่หว่างโขดขอบผาศิลาฉลาย |
| ริมทางเถื่อนเรือนเหย้ามีรายราย | เห็นฝูงควายปล่อยเกลื่อนอยู่กลางแปลง |
| ถึงหมองมนมีตำบลชื่อบ้านไร่ | เขาถากไม้ทุกประเทศทุกเขตแขวง |
| ต้องเดินเฉียงเลี่ยงลัดตัดทแยง | ตามนายแสงนำทางไปกลางไพร |
| กำดัดแดดแผดร้อนทุกขุมขน | ไม่มีต้นพฤกษาจะอาศัย |
| ล้วนละแวกแฝกคาป่ารำไร | จนสุดไร่เลียบริมทะเลมา |
| ตะวันคล้อยหน่อยหนึ่งถึงบางพระ | ดูระยะบ้านนั้นก็แน่นหนา |
| พอพบเรือนเพื่อนชายชื่อนายมา |
เขาโอภาต้อนรับให้หลับนอน |
ที่มา: เฟสบุ๊ค, thai-tour.com
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
60 VOTES (4/5 จาก 15 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่จะขึ้นชื่อว่า มหานครเศรษฐกิจแห่งใหม่ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปุ่มพลาสติกจิ๋ว บนสายเข็มขัดนิรภัย มีไว้ทำไม?
วิธีเลือกน้ำปลาแท้ดูยังไงไม่ให้โดนหลอก
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 2498 เชียงราย จังหวัดเดียวในไทยที่เคยมี "หิมะ" ตกจริงหรือ?
โรงอาหารมหาวิทยาลัยที่ของกินถูกที่สุด
"เครื่องอบผ้ายุคอวกาศ" ตำนานลวงโลกราคา $49 ของ สตีฟ โคมิซาร์